บริการจดทะเบียนสมาคม

IGB Corporation ให้บริการรับจดทะเบียนสมาคมแบบครบวงจร

ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การจัดเตรียมเอกสาร การร่างข้อบังคับ การจัดทำรายงานการประชุม ไปจนถึงการยื่นจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นระบบ ลดความยุ่งยากในการดำเนินงานของคุณ

มั่นใจได้ในมาตรฐานงานเอกสารและความถูกต้องทางกฎหมาย

การจดทะเบียนสมาคมและความหมายของสมาคมตามกฎหมาย

สมาคม คืออะไร?

“สมาคม” คือการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกและสังคม โดยสามารถมีรายได้จากค่าลงทะเบียน ค่าสมาชิกรายปี หรือรายได้จากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ แต่ รายได้นั้นต้องไม่นำมาแบ่งปันระหว่างผู้ก่อตั้งหรือสมาชิก หากแต่ต้องนำไปใช้เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเท่านั้น ทั้งนี้การดำเนินงานของสมาคมต้องเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การจัดตั้งสมาคมในประเทศไทยจำเป็นต้องมีความชัดเจนทั้งในด้านวัตถุประสงค์ โครงสร้างองค์กร ข้อบังคับ และระบบการบริหาร เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้ตามกฎหมาย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

ทำไมต้องจดทะเบียนสมาคม

การจดทะเบียนสมาคมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ เพราะช่วยสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ ดังนี้

ทำให้สมาคมมี สถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

เพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน

สามารถเปิดบัญชีธนาคารในนามสมาคมได้อย่างถูกต้อง

รองรับการรับรายได้จากสมาชิกและกิจกรรมอย่างโปร่งใส

ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในการดำเนินงาน

ทำให้การบริหารจัดการมีระบบและตรวจสอบได้

โครงสร้างและหลักเกณฑ์สำคัญของสมาคม

การจัดตั้งสมาคมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำคัญดังต่อไปนี้

  • ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 13 คน
  • ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน และต้องไม่แสวงหากำไรเพื่อแบ่งปัน
  • รายได้ของสมาคมมาจากค่าลงทะเบียน ค่าสมาชิกรายปี และรายได้จากกิจกรรม
  • รายได้ทั้งหมดต้องใช้เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเท่านั้น
  • ต้องมีการจัดทำ ข้อบังคับสมาคมที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนการจัดตั้ง (ไม่สามารถทำภายหลังได้)
  • ต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม เช่น นายกสมาคม, อุปนายก, เหรัญญิก, ปฏิคม, นายทะเบียน, ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ
  • การดำเนินการที่มีผลผูกพันทางกฎหมายกับบุคคลภายนอก ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการสมาคมเท่านั้น
  • การแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น และต้องจดทะเบียนกับนายทะเบียนจึงจะมีผลสมบูรณ์
  • ต้องมีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปี
  • สมาชิกมีสิทธิในการตรวจสอบกิจการของสมาคม และสามารถร้องขอให้มีการประชุมใหญ่ได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ก่อนยื่นจัดตั้ง ควรเช็กรูปแบบองค์กรให้ตรงเป้าหมาย กลุ่มที่รวมตัวกันในนามผู้ประกอบการค้าเข้าข่ายต้องจดทะเบียนสมาคมการค้าซึ่งใช้กฎหมายคนละฉบับกับสมาคมทั่วไป ส่วนองค์กรที่เน้นงานกุศลโดยใช้กองทรัพย์สินเป็นหลัก การจดทะเบียนมูลนิธิจะตรงกว่า ทีม IGB ให้คำปรึกษาได้ทุกแบบ พร้อมบริการรับจดทะเบียนธุรกิจและองค์กรครบวงจร

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมาคม

การจดทะเบียนสมาคมเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมจัดตั้ง การจัดทำเอกสาร ไปจนถึงการได้รับอนุมัติและขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมการจัดตั้งสมาคม

ในขั้นตอนแรก ผู้ก่อตั้งจะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดโครงสร้างและแนวทางของสมาคม โดยต้องมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป เพื่อร่วมกันยื่นคำขอจัดตั้งสมาคม

สิ่งที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนนี้ ได้แก่

  • จัดประชุมเพื่อจัดตั้งสมาคม พร้อมจัดทำ รายงานการประชุม
  • กำหนดชื่อสมาคม (ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ / ตัวย่อ)
  • กำหนดวัตถุประสงค์ของสมาคม (ต้องไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อแบ่งปัน)
  • กำหนดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และสาขา (ถ้ามี)
  • แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม เช่น นายกสมาคม, อุปนายก, เหรัญญิก, ปฏิคม, นายทะเบียน, ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ

ขั้นตอนที่ 2 การจัดเตรียมเอกสารจดทะเบียน

จัดทำข้อบังคับสมาคม คำขอจดทะเบียนสมาคม บัญชีรายชื่อกรรมการ บัญชีรายชื่อสมาชิก แบบรับรองบุคคลที่จะเป็นกรรมการ และเอกสารประกอบต่าง ๆ

ขั้นตอนที่ 3 การยื่นคำขอจดทะเบียนสมาคม

การยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งและจดทะเบียนสมาคมต้องยื่นต่อหน่วยงานราชการตามพื้นที่ที่ตั้งสมาคม

  • กรุงเทพมหานคร: ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่
  • ต่างจังหวัด: ยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ / กิ่งอำเภอ

ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบและพิจารณาคำขอ

เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง ของเอกสารและข้อมูลโดยพิจารณาในประเด็นสำคัญดังนี้

  • ความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสาร
  • ความถูกต้องของชื่อสมาคม
  • ความชอบด้วยกฎหมายของข้อบังคับสมาคม
  • ความเหมาะสมและถูกต้องของวัตถุประสงค์สมาคม
  • คุณสมบัติของคณะกรรมการสมาคม

ขั้นตอนที่ 5 การเสนอความเห็นต่อนายทะเบียน

หลังจากตรวจสอบแล้ว จะมีการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจพิจารณา ดังนี้

กรุงเทพมหานคร

  • เสนอผ่านกองปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร
  • ส่งต่อกรมการปกครอง เพื่อเสนออธิบดีกรมการปกครองในฐานะนายทะเบียน

ต่างจังหวัด

  • เสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะนายทะเบียนสมาคม

ขั้นตอนที่ 6 การรับจดทะเบียนสมาคม

เมื่อได้รับการอนุมัติ จะมีการออกเอกสารสำคัญดังนี้

  • ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (ส.ค.1)
  • ประกาศการจัดตั้งสมาคมลงในราชกิจจานุเบกษา
  • ส่งใบสำคัญกลับไปยังสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นมารับเอกสาร
  • ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน จำนวน 2,000 บาท

เมื่อดำเนินการครบถ้วนแล้ว สมาคมจะมีสถานะเป็น นิติบุคคลโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ข้อมูลและเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมาคม

เอกสารประกอบการจดทะเบียนสมาคม

การจัดตั้งสมาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ โดยเอกสารสำคัญมีดังนี้

1. เอกสารด้านข้อบังคับของสมาคม

ต้องจัดทำข้อบังคับสมาคมให้แล้วเสร็จก่อนยื่นจดทะเบียน โดยข้อบังคับถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดของสมาคม และต้องสอดคล้องกับกฎหมาย

  • ชื่อและวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขา (ถ้ามี)
  • เครื่องหมายของสมาคม
  • ประเภทสมาชิก คุณสมบัติสมาชิก ค่าสมาชิก เงื่อนไขการสมัครสมาชิก สิทธิและหน้าที่
  • โครงสร้างคณะกรรมการ ตำแหน่งหน้าที่ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
  • การแต่งตั้งกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง
  • การประชุมคณะกรรมการ (การประชุมใหญ่สามัญ และการประชุมใหญ่วิสามัญ)
  • ข้อกำหนดด้านการเงิน การบัญชี และทรัพย์สินของสมาคม
  • บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิก ไม่น้อยกว่า 13 คน
  • บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นกรรมการสมาคม ไม่น้อยกว่า 5 คน
    โดยควรประกอบด้วยตำแหน่งสำคัญ เช่น
    • นายกสมาคม
    • อุปนายกสมาคม
    • เหรัญญิก
    • เลขานุการ
    • นายทะเบียน หรือ ปฏิคม
  • หนังสือรับรองผู้จะเป็นกรรมการของสมาคม
  • สำเนาบัตรประชาชนของสมาชิกและกรรมการ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกและกรรมการ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • คำขอจดทะเบียนสมาคม (ส.ค.1)
  • สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งสมาคม
  • แผนผังโดยสังเขปของสถานที่ตั้งสมาคม (สำนักงานใหญ่ และสาขา ถ้ามี)
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่า แล้วแต่กรณี
  • รูปถ่ายสถานที่ตั้งสมาคม (ทั้งภายในและภายนอก)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งสมาคม
  • โฉนดที่ดิน (ด้านหน้าและด้านหลัง)
  • คำขอเลขที่บ้าน หรือสัญญาซื้อขายบ้าน
  • สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของสถานที่
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

ในบางกรณี การจดทะเบียนสมาคมอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะวัตถุประสงค์ของสมาคม หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย ดังนี้

หนังสืออนุญาตจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม

กรณีที่วัตถุประสงค์ของสมาคมเกี่ยวข้องกับภารกิจเฉพาะด้าน จะต้องได้รับหนังสืออนุญาตหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น

  • ด้านวัฒนธรรม
  • ด้านกีฬา
  • ด้านศาสนา
  • หรือหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม

เพื่อยืนยันว่าแนวทางการดำเนินงานของสมาคมสอดคล้องกับนโยบายและกฎหมายของภาครัฐ

หนังสืออนุญาตใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์หน่วยงานราชการ (ถ้ามี)

กรณีที่สมาคมมีการใช้ชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรของรัฐ จะต้องมีหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อป้องกันการใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และเพื่อความถูกต้องตามกฎหมายทรัพย์สินทางราชการ

หน้าที่ของสมาคมหลังจดทะเบียน

หลังจากสมาคมได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องแล้ว จะมีหน้าที่และภาระทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้ ดังนี้

การส่งทะเบียนสมาชิก

สมาคมต้องจัดส่ง สำเนาทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนสมาคมภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจดทะเบียน

การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ

สมาคมต้องยื่นจดทะเบียนต่อหน่วยงานนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเลือกตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคม

การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

หากมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับสมาคม ต้องยื่นจดทะเบียนต่อ นายทะเบียนสมาคมภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติ

การเลิกสมาคม

หากมีมติให้เลิกสมาคม ต้องยื่นคำขอเลิกสมาคมต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเลิก

การประชุมสมาคม

สมาคมต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมวิสามัญตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสมาคมอย่างเคร่งครัด

การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

สมาคมต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

การจัดทำบัญชีและรายงานการเงิน

สมาคมต้องจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายอย่างถูกต้อง และต้องมีการตรวจสอบโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อความโปร่งใสทางการเงิน

การยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล

สมาคมต้องยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.55 พร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

การจดทะเบียนสมาคมเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งองค์กรให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีความถูกต้อง โปร่งใส และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหรือวัตถุประสงค์เฉพาะด้านได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

หลังจากจดทะเบียนแล้ว การดำเนินงานของสมาคมต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในด้านการบริหารองค์กร การรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐ การจัดประชุมตามข้อบังคับ และการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในระยะยาวต่อสมาชิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเพื่อใช้บริการรับจดทะเบียนสมาคม

โทร 062-264-9532

LINE: @igbc

admin@igbcorporation.com

FAQ เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมาคม

สมาคมและมูลนิธิมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกจัดตั้งในรูปแบบใด?

สมาคมจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการร่วมกันของสมาชิก โดยมีสมาชิกและการบริหารงานตามข้อบังคับของสมาคม ส่วนมูลนิธิจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณประโยชน์ โดยมีทรัพย์สินที่จัดสรรไว้เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ และไม่มีสมาชิก ดังนั้น หากต้องการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสมาชิกหรือกลุ่มบุคคล สมาคมอาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยใช้ทรัพย์สินเป็นฐานในการดำเนินงาน มูลนิธิจะเหมาะกว่า

หากกลุ่มมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการประกอบการ การค้า หรืออุตสาหกรรมของสมาชิก ควรพิจารณาจัดตั้งเป็นสมาคมการค้าซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าโดยเฉพาะ ส่วนสมาคมทั่วไปเหมาะกับการรวมกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การแสวงหากำไร เช่น ด้านสังคม วิชาชีพ หรือกิจกรรมเพื่อสมาชิก

ต้อง สมาคมเป็นนิติบุคคลที่ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและยื่นแบบภาษีตามกฎหมาย โดยค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงจากสมาชิก และเงินบริจาค ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนรายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ย และเงินปันผล หรือรายได้จากการประกอบกิจการหรือจัดกิจกรรม เช่น ค่าเช่า รายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ ต้องเสียภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จะต้องเสียภาษีจากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายในอัตรา ดังนี้
(ก) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)-(7) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น เงินได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าสิทธิ ค่านายหน้า เป็นต้น เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0
(ข) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่เงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่น ๆ นอกเหนือจาก (ก) เสียภาษีในอัตราร้อยละ 2.0
การคำนวณภาษีโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และจะต้องคำนวณตามรอบระยะเวลาบัญชีเช่นเดียวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

โดยทั่วไป ไม่ได้ การบริจาคให้สมาคมจะนำไปหักลดหย่อนภาษีไม่ได้ เว้นแต่สมาคมนั้นได้รับการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีสิทธิรับบริจาคเพื่อหักลดหย่อนภาษี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ในกรุงเทพฯ ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ จากนั้นคำขอจะผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนก่อนนายทะเบียนรับจดทะเบียน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความครบถ้วนของเอกสาร การจัดทำข้อบังคับให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการได้

ได้ สมาคมเป็นนิติบุคคลที่สามารถจ้างลูกจ้างได้ตามปกติ และเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน เช่นเดียวกับนายจ้างทั่วไป โดยค่าจ้างสามารถถือเป็นรายจ่ายในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมได้

เป็นสมาชิกได้ และสามารถเป็นกรรมการได้หากข้อบังคับของสมาคมไม่ได้กำหนดห้ามไว้ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบประวัติฐานะและความประพฤติกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสถานทูตของประเทศที่บุคคลนั้นถือสัญชาติ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ นายทะเบียนบางพื้นที่อาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือพิจารณาเข้มงวดขึ้นเมื่อมีชาวต่างชาติเข้าร่วมก่อตั้งหรือเป็นกรรมการ จึงควรวางโครงสร้างคณะกรรมการและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่การยื่นคำขอครั้งแรก

สามารถจัดกิจกรรมหารายได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม เช่น การจัดอบรม สัมมนา หรือจำหน่ายของที่ระลึก โดยรายได้ต้องนำไปใช้เพื่อดำเนินกิจการของสมาคม และห้ามนำกำไรมาแบ่งปันให้สมาชิก หากดำเนินธุรกิจในลักษณะเต็มรูปแบบจนไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม อาจถูกนายทะเบียนสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการตามกฎหมายได้

สมาคมมีหน้าที่สำคัญที่ต้องดำเนินการ เช่น การส่งสำเนาทะเบียนสมาชิก การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ กรณีมีการเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลง การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเมื่อมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี นอกจากนี้ในทุกปีสมาคมต้องมีการจัดทำบัญชีและงบการเงิน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี จัดทำรายงานการประชุม และยื่นแบบภาษีตามที่กฎหมายกำหนด แม้สมาคมจะไม่มีรายได้ก็ตาม รวมถึงต้องจัดทำและเก็บรักษาเอกสารของสมาคมให้เป็นปัจจุบัน หากมีลูกจ้างก็ต้องดำเนินการด้านประกันสังคมและภาษีเงินเดือนตามกฎหมายด้วย

ได้ สามารถใช้บ้านเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมได้ หากได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่และมีเอกสารแสดงสิทธิ หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่าแล้วแต่กรณี ประกอบการจดทะเบียน ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อจำกัดของสถานที่และเงื่อนไขของนายทะเบียนในพื้นที่ก่อนยื่นจดทะเบียน