บริการรับขออนุญาตประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.

ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมดูแลครบวงจรโดยผู้เชี่ยวชาญ

IGB Corporation ให้บริการรับขออนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์กับ สคบ. ตั้งแต่ตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร จัดทำคำขอ ประสานงานหน่วยงานราชการ ไปจนถึงได้รับใบจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เพื่อให้ธุรกิจขายสินค้าและบริการออนไลน์ของท่านดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

ในยุคที่การขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ E-Commerce, Facebook, TikTok Shop, LINE OA, Shopee, Lazada หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจเข้าใจว่าเพียงแค่ “เปิดร้านออนไลน์” และ “จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง หากธุรกิจของท่านเข้าข่าย “ตลาดแบบตรง” ตามกฎหมาย ท่านมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย มิฉะนั้นอาจมีความผิดตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดีได้

บริการรับขออนุญาตประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.

ตลาดแบบตรง คืออะไร?

“ตลาดแบบตรง” หมายถึง การทำตลาดสินค้าหรือบริการโดยสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายโดยตรงต่อผู้บริโภคที่อยู่ห่างโดยระยะทาง และมุ่งหวังให้ผู้บริโภคตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจนั้น

ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การขายสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ถือเป็นตลาดแบบตรง โดยเฉพาะการขายผ่าน

ทำไมต้องยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

ปัจจุบัน สคบ. มีการตรวจสอบผู้ค้าออนไลน์เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มียอดขายผ่านระบบออนไลน์เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเข้าข่ายต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรงตามกฎหมาย

เหตุผลสำคัญที่ควรจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง กับ สคบ.

01

เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

02

เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจออนไลน์

03

ลดความเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียนจากผู้บริโภค

04

ป้องกันปัญหาด้านคดีความและค่าปรับ

05

ใช้สมัครแพลตฟอร์ม Marketplace หรือระบบชำระเงินบางประเภท

06

สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและคู่ค้า

หากไม่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง กับ สคบ. มีโทษอย่างไร

ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายตลาดแบบตรง แต่ไม่ได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. อาจมีโทษดังต่อไปนี้

ธุรกิจลักษณะใดเข้าข่ายตลาดแบบตรง

ตัวอย่างธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (จดทะเบียนขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) กับ สคบ. เช่น

กรณีใดได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบ E-Commerce ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

การขายสินค้าและบริการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้อง

การขายสินค้าและบริการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายสหกรณ์

คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.

ผู้ยื่นคำขอประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

กรณีบุคคลธรรมดา

กรณีนิติบุคคล

ลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.

  1. บุคคลล้มละลาย
  2. คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  3. เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  4. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่น ที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง
  5. เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนประกอบ ธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

การวางหลักประกัน

การขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ มีหน้าที่ต้องวางหลักประกันต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ โดยจำนวนเงินหลักประกันจะพิจารณาจากประเภทของผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ และรายได้ของกิจการ

อัตราหลักประกันสำหรับผู้ยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงรายใหม่

ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา วางหลักประกันจำนวน 5,000 บาท

ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล วางหลักประกันจำนวน 25,000 บาท

การเพิ่มหลักประกันตามรายได้ของกิจการ

เมื่อธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) จะต้องเพิ่มวงเงินหลักประกันให้สอดคล้องกับระดับรายได้ ดังนี้

รายได้ของกิจการ
จำนวนหลักประกัน
เกิน 25 ล้านบาทต่อปี
50,000 บาท
เกิน 50 ล้านบาทต่อปี
100,000 บาท
เกิน 100 ล้านบาทต่อปี
200,000 บาท

ผู้ประกอบการมีหน้าที่ติดตามและรายงานข้อมูลรายได้ตามที่ สคบ. กำหนด เพื่อให้การวางหลักประกันเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย

วิธีการวางหลักประกัน

1. วางหลักประกันด้วยเงินสด

ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนำเงินสดวางเป็นหลักประกันตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ สคบ. จะดำเนินการเปิดบัญชีสำหรับการวางหลักประกันของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแต่ละรายโดยเฉพาะ

2. วางหลักประกันด้วยหนังสือค้ำประกันของธนาคาร

ผู้ประกอบการสามารถใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคารพาณิชย์แทนการวางเงินสดได้ โดยในหนังสือค้ำประกันจะต้องระบุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าเพื่อวางหลักประกันการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

ทั้งนี้ หนังสือค้ำประกันต้องเป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

สินค้าที่ไม่สามารถจำหน่ายในรูปแบบตลาดแบบตรง

สินค้าบางประเภทถูกจำกัดหรือห้ามจำหน่ายผ่านตลาดแบบตรง เช่น

สินค้าชนิดอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่องทางขายตรง และสินค้าที่อาจเข้าข่ายระดมทุนหรือแชร์ลูกโซ่ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น

เอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

เอกสารพื้นฐานของนิติบุคคล

  • หนังสือรับรองและวัตถุประสงค์นิติบุคคล
  • สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • แผนที่สำนักงานใหญ่
  • ภาพถ่ายสถานที่ติดต่อ และสำนักงานใหญ่
  • สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือเอกสารสิทธิ์สถานที่ แล้วแต่กรณี
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือเดินทางและ Work Permit (กรณีต่างด้าว)
  • ใบทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  • ช่องทางการสั่งซื้อ เช่น เว็บไซต์ พร้อมระบุ URL และ/หรือช่องทางขายอื่นเช่น Facebook ให้ระบุ Facebook Page  และ/หรือ Line ให้ระบุ ID Line หรือ Line@
  • ตัวอย่างเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการเพื่อเป็นหลักฐานการสั่งซื้อ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน สัญญา หรือเอกสารที่แสดงรายละเอียดของธุรกรรม
  • แสดงขั้นตอนและวิธีการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ พร้อมคำอธิบายและภาพประกอบตรงตามที่ได้มีการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขาย ได้แก่
    • วิธีการขายสินค้าหรือบริการ
    • วิธีการจัดส่งสินค้าหรือบริการ
    • วิธีการชำระเงิน พร้อมระบุบัญชีปลายทางที่รับเงิน
    • สิทธิของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาการซื้อขายสินค้า หรือบริการที่ทำผ่านระบบตลาดแบบตรงและได้รับเงินคืนโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายหรือค่าปรับที่ไม่เป็นธรรม ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

เอกสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอ

1. ข้อมูลรายละเอียดสินค้าและบริการ

ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ได้แก่

  • ประเภทสินค้า หรือประเภทบริการ
  • ชื่อสินค้า หรือชื่อทางการค้าที่ใช้จำหน่าย
  • รายละเอียดและคุณสมบัติของสินค้า
  • คำอธิบายเกี่ยวกับการใช้งาน ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์ของสินค้า
  • ภาพถ่ายสินค้า
  • รูปฉลากสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือเครื่องหมายการค้า (ถ้ามี)

ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ สคบ. สามารถตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างสินค้า วิธีการโฆษณา และการจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้

ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงควรจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการ เช่น

  • ราคาทุน
  • ราคาขายปลีก
  • โครงสร้างราคา หรือเงื่อนไขการจำหน่าย (ถ้ามี)

เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงเอกสารอนุญาตหรือเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้องตามประเภทสินค้า เช่น

  • ใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
  • เอกสารขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ อ.7)
  • ใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
  • ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18)
  • คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3)
  • เอกสารการจดแจ้งเครื่องสำอาง
  • เอกสารเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์
  • เอกสารเกี่ยวกับวัตถุอันตราย
  • ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ตามประเภทของสินค้า

ทั้งนี้ ประเภทเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของสินค้าและบริการที่นำมาจำหน่าย

เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควรจัดเตรียมเอกสารที่แสดงที่มาของสินค้า เช่น

  • สัญญาซื้อขายสินค้า
  • หนังสือว่าจ้างผลิตสินค้า (OEM)
  • หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย
  • หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า
  • หนังสือแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว
  • ใบอนุญาตนำเข้าสินค้า
  • เอกสารศุลกากรหรือเอกสารการนำเข้าอื่น ๆ (กรณีสินค้านำเข้า)

เอกสารเหล่านี้ช่วยยืนยันความถูกต้องของแหล่งที่มาสินค้า และลดความเสี่ยงเกี่ยวกับสินค้าปลอม สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสินค้าที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน

ข้อควรทราบ

สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ อาจต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานเฉพาะก่อนนำมาจำหน่ายผ่านระบบตลาดแบบตรง หากไม่มีเอกสารดังกล่าว อาจไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนตลาดแบบตรงได้ หรืออาจต้องดำเนินการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อน

เอกสารประกอบตามกฎหมาย

กรณีผู้ถือหุ้นต่างชาติ

หากนิติบุคคลมีผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่ง อาจเข้าข่าย “นิติบุคคลต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น

หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

การได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจจะสิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลในทะเบียนถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

หากภายหลังได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญที่ได้จดทะเบียนไว้ จะต้องยื่นคำขอแก้ไขทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต่อ สคบ. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น

การไม่แจ้งแก้ไขข้อมูลการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้เป็นปัจจุบันอาจส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความผิดตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายจากหน่วยงานกำกับดูแล

การยกเลิกทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) ไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการตลาดแบบตรงต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลิกกิจการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ หรือเหตุผลอื่นใด จะต้องยื่นคำขอยกเลิกทะเบียนประกอบธุรกิจต่อ สคบ. อย่างเป็นทางการ

เมื่อ สคบ. พิจารณาอนุมัติการยกเลิกทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเรียบร้อยแล้ว และผู้ประกอบธุรกิจไม่มีภาระผูกพันหรือข้อร้องเรียนค้างอยู่ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการขอคืนหลักประกันที่ได้วางไว้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สคบ. กำหนด

การจัดส่งรายงานประจำปี

ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) มีหน้าที่ต้องจัดส่งรายงานผลการประกอบธุรกิจประจำปีต่อ สคบ. ตามแบบฟอร์มที่กำหนด พร้อมแนบเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • งบการเงินประจำปี
  • รายงานรายได้จากการประกอบธุรกิจ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามที่ สคบ. กำหนด
  • เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมที่หน่วยงานร้องขอ

รายงานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก สคบ. จะใช้ข้อมูลทางการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการในการพิจารณาว่า ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องเพิ่มวงเงินหลักประกันหรือไม่ ตามเกณฑ์รายได้ที่กฎหมายกำหนด

ขั้นตอนการให้บริการขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดย IGB Corporation

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและตรวจสอบรูปแบบธุรกิจ

ทีมงาน IGB Corporation ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะธุรกิจของท่าน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็น ธุรกิจตลาดแบบตรง ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงหรือไม่

โดยตรวจสอบข้อมูล เช่น

  • รูปแบบการขายสินค้าและบริการ
  • ช่องทางการจำหน่าย เช่น Website, Facebook, TikTok, LINE, Marketplace หรือ Application
  • ประเภทสินค้าและบริการ
  • รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์
  • สถานะของผู้ประกอบการ (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล)
  • กรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติมตามกฎหมาย

พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในอนาคต

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบคุณสมบัติและวางแผนการดำเนินงาน

IGB Corporation ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ เช่น

  • คุณสมบัติของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม
  • สถานะนิติบุคคล
  • เอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ
  • รายละเอียดสินค้าและบริการ
  • เงื่อนไขเกี่ยวกับการวางหลักประกัน

พร้อมจัดทำ Checklist เอกสารที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

ขั้นตอนที่ 3 จัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.

IGB Corporation ช่วยตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

เอกสารบริษัท

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • เอกสารแสดงสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการ

เอกสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

  • รายการสินค้าและราคา
  • รูปภาพสินค้า
  • เอกสารรับรองหรือใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงแหล่งที่มาของสินค้า

เอกสารเกี่ยวกับระบบการขาย

  • ตัวอย่างเว็บไซต์หรือช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์
  • ตัวอย่างขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้า
  • ตัวอย่างเอกสารซื้อขายสินค้า
  • รายละเอียดวิธีการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้า

ขั้นตอนที่ 4 จัดทำและยื่นคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

  • จัดทำแบบคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง
  • จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง
  • ยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
  • ติดตามสถานะคำขอและประสานงานกับเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนที่ 5 ประสานงานแก้ไขเพิ่มเติมเอกสาร (ถ้ามี)

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ สคบ. ขอเอกสารเพิ่มเติมหรือให้แก้ไขข้อมูล IGB Corporation จะดำเนินการ

  • วิเคราะห์ข้อแก้ไขจากเจ้าหน้าที่
  • ให้คำแนะนำในการจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม
  • ประสานงานและติดตามผลจนกว่าคำขอจะได้รับการพิจารณา

ขั้นตอนที่ 6 ดำเนินการวางหลักประกัน

เมื่อคำขอได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการวางหลักประกันภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับ

  • จำนวนเงินหลักประกันที่ต้องวาง
  • ขั้นตอนการวางหลักประกัน
  • เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 7 รับใบทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

หลังจากวางหลักประกันครบถ้วน และ สคบ. ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว IGB Corporation ดำเนินการติดตามผลจนได้รับใบทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ E-Commerce/ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 8 ให้คำแนะนำหลังได้รับการจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

เราไม่เพียงดำเนินการขอรับการจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น แต่ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหลังได้รับทะเบียน เช่น

  • หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงภายหลังได้รับอนุญาต
  • การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง
  • การจัดส่งรายงานประจำปี
ทำไมเลือกใช้บริการขออนุญาตประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับเรา

ทำไมเลือกใช้บริการ IGB Corporation

IGB Corporation พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล และขออนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าและบริการออนไลน์ อย่างครบวงจรเพื่อช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเริ่มต้นและเติบโตอย่างถูกต้อง มั่นคง และยั่งยืน

ทำไมเลือกใช้บริการ IGB Corporation

ติดต่อเรา

เพราะการทำธุรกิจออนไลน์ที่ดี ไม่ใช่เพียง “ขายได้”

แต่ต้อง “ถูกต้องตามกฎหมาย” และ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

หากท่านต้องการที่ปรึกษาและผู้ดำเนินการด้านการขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) แบบครบวงจร

IGB Corporation พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ