ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมดูแลครบวงจรโดยผู้เชี่ยวชาญ
IGB Corporation ให้บริการรับขออนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์กับ สคบ. ตั้งแต่ตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร จัดทำคำขอ ประสานงานหน่วยงานราชการ ไปจนถึงได้รับใบจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เพื่อให้ธุรกิจขายสินค้าและบริการออนไลน์ของท่านดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ
ในยุคที่การขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ E-Commerce, Facebook, TikTok Shop, LINE OA, Shopee, Lazada หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจเข้าใจว่าเพียงแค่ “เปิดร้านออนไลน์” และ “จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง หากธุรกิจของท่านเข้าข่าย “ตลาดแบบตรง” ตามกฎหมาย ท่านมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย มิฉะนั้นอาจมีความผิดตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดีได้
“ตลาดแบบตรง” หมายถึง การทำตลาดสินค้าหรือบริการโดยสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายโดยตรงต่อผู้บริโภคที่อยู่ห่างโดยระยะทาง และมุ่งหวังให้ผู้บริโภคตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจนั้น
ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การขายสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ถือเป็นตลาดแบบตรง โดยเฉพาะการขายผ่าน
ปัจจุบัน สคบ. มีการตรวจสอบผู้ค้าออนไลน์เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มียอดขายผ่านระบบออนไลน์เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเข้าข่ายต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรงตามกฎหมาย
เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจออนไลน์
ลดความเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียนจากผู้บริโภค
ป้องกันปัญหาด้านคดีความและค่าปรับ
ใช้สมัครแพลตฟอร์ม Marketplace หรือระบบชำระเงินบางประเภท
สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและคู่ค้า
ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายตลาดแบบตรง แต่ไม่ได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. อาจมีโทษดังต่อไปนี้
ตัวอย่างธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (จดทะเบียนขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) กับ สคบ. เช่น
บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบ E-Commerce ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
การขายสินค้าและบริการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้อง
การขายสินค้าและบริการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายสหกรณ์
ผู้ยื่นคำขอประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
การขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ มีหน้าที่ต้องวางหลักประกันต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ โดยจำนวนเงินหลักประกันจะพิจารณาจากประเภทของผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ และรายได้ของกิจการ
ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา วางหลักประกันจำนวน 5,000 บาท
ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล วางหลักประกันจำนวน 25,000 บาท
เมื่อธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) จะต้องเพิ่มวงเงินหลักประกันให้สอดคล้องกับระดับรายได้ ดังนี้
รายได้ของกิจการ | จำนวนหลักประกัน |
|---|---|
เกิน 25 ล้านบาทต่อปี | 50,000 บาท |
เกิน 50 ล้านบาทต่อปี | 100,000 บาท |
เกิน 100 ล้านบาทต่อปี | 200,000 บาท |
ผู้ประกอบการมีหน้าที่ติดตามและรายงานข้อมูลรายได้ตามที่ สคบ. กำหนด เพื่อให้การวางหลักประกันเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย
ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนำเงินสดวางเป็นหลักประกันตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ สคบ. จะดำเนินการเปิดบัญชีสำหรับการวางหลักประกันของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแต่ละรายโดยเฉพาะ
ผู้ประกอบการสามารถใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคารพาณิชย์แทนการวางเงินสดได้ โดยในหนังสือค้ำประกันจะต้องระบุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าเพื่อวางหลักประกันการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง
ทั้งนี้ หนังสือค้ำประกันต้องเป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด
สินค้าบางประเภทถูกจำกัดหรือห้ามจำหน่ายผ่านตลาดแบบตรง เช่น
สินค้าชนิดอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่องทางขายตรง และสินค้าที่อาจเข้าข่ายระดมทุนหรือแชร์ลูกโซ่ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น
IGB ยังมีบริการรับจดทะเบียนธุรกิจและทะเบียนอื่น ๆ ครบทุกประเภท ปรึกษาได้ในที่เดียว
ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ได้แก่
ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ สคบ. สามารถตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างสินค้า วิธีการโฆษณา และการจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้
ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงควรจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการ เช่น
เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงเอกสารอนุญาตหรือเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้องตามประเภทสินค้า เช่น
ทั้งนี้ ประเภทเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของสินค้าและบริการที่นำมาจำหน่าย
เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิในการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควรจัดเตรียมเอกสารที่แสดงที่มาของสินค้า เช่น
เอกสารเหล่านี้ช่วยยืนยันความถูกต้องของแหล่งที่มาสินค้า และลดความเสี่ยงเกี่ยวกับสินค้าปลอม สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสินค้าที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน
สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ อาจต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานเฉพาะก่อนนำมาจำหน่ายผ่านระบบตลาดแบบตรง หากไม่มีเอกสารดังกล่าว อาจไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนตลาดแบบตรงได้ หรืออาจต้องดำเนินการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อน
หากนิติบุคคลมีผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่ง อาจเข้าข่าย “นิติบุคคลต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น
การได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจจะสิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลในทะเบียนถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
หากภายหลังได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญที่ได้จดทะเบียนไว้ จะต้องยื่นคำขอแก้ไขทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต่อ สคบ. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น
การไม่แจ้งแก้ไขข้อมูลการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้เป็นปัจจุบันอาจส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความผิดตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายจากหน่วยงานกำกับดูแล
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) ไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการตลาดแบบตรงต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลิกกิจการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ หรือเหตุผลอื่นใด จะต้องยื่นคำขอยกเลิกทะเบียนประกอบธุรกิจต่อ สคบ. อย่างเป็นทางการ
เมื่อ สคบ. พิจารณาอนุมัติการยกเลิกทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเรียบร้อยแล้ว และผู้ประกอบธุรกิจไม่มีภาระผูกพันหรือข้อร้องเรียนค้างอยู่ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการขอคืนหลักประกันที่ได้วางไว้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สคบ. กำหนด
ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) มีหน้าที่ต้องจัดส่งรายงานผลการประกอบธุรกิจประจำปีต่อ สคบ. ตามแบบฟอร์มที่กำหนด พร้อมแนบเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น
รายงานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก สคบ. จะใช้ข้อมูลทางการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการในการพิจารณาว่า ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องเพิ่มวงเงินหลักประกันหรือไม่ ตามเกณฑ์รายได้ที่กฎหมายกำหนด
ทีมงาน IGB Corporation ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะธุรกิจของท่าน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็น ธุรกิจตลาดแบบตรง ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงหรือไม่
โดยตรวจสอบข้อมูล เช่น
พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในอนาคต
IGB Corporation ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ เช่น
พร้อมจัดทำ Checklist เอกสารที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว
IGB Corporation ช่วยตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ สคบ. ขอเอกสารเพิ่มเติมหรือให้แก้ไขข้อมูล IGB Corporation จะดำเนินการ
เมื่อคำขอได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการวางหลักประกันภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับ
หลังจากวางหลักประกันครบถ้วน และ สคบ. ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว IGB Corporation ดำเนินการติดตามผลจนได้รับใบทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ E-Commerce/ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เราไม่เพียงดำเนินการขอรับการจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น แต่ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหลังได้รับทะเบียน เช่น
IGB Corporation พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล และขออนุญาตประกอบธุรกิจขายสินค้าและบริการออนไลน์ อย่างครบวงจรเพื่อช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเริ่มต้นและเติบโตอย่างถูกต้อง มั่นคง และยั่งยืน
เพราะการทำธุรกิจออนไลน์ที่ดี ไม่ใช่เพียง “ขายได้”
แต่ต้อง “ถูกต้องตามกฎหมาย” และ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
หากท่านต้องการที่ปรึกษาและผู้ดำเนินการด้านการขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (ขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการออนไลน์) แบบครบวงจร
IGB Corporation พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ
“ขายตรง” และ “ตลาดแบบตรง” เป็นรูปแบบการขายที่แตกต่างกันตามกฎหมาย โดย ขายตรง เป็นการนำเสนอสินค้าโดยผู้ขายตรงต่อผู้บริโภคผ่านการติดต่อสื่อสารหรือการนำเสนอโดยตรง เช่น การขายแบบตัวต่อตัว ขณะที่ ตลาดแบบตรง เป็นการเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยใช้สื่อหรือช่องทางการสื่อสาร เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ โดยผู้บริโภคสามารถติดต่อกลับเพื่อสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องพบผู้ขายโดยตรง ทั้งสองรูปแบบอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 แต่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจแตกต่างกัน
หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะได้รับยกเว้นไม่ถือเป็นธุรกิจตลาดแบบตรง จึงไม่ต้องจดทะเบียนกับ สคบ. แต่หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และการขายเข้าข่ายตลาดแบบตรง จะต้องจดทะเบียนกับ สคบ. ก่อนประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เป็น SMEs ที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเข้าข่ายข้อยกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด อาจได้รับยกเว้นเช่นกัน
สามารถจดทะเบียนตลาดแบบตรงได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยการเลือกควรพิจารณาจากลักษณะและแผนการดำเนินธุรกิจ หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กและดำเนินกิจการในนามของตนเอง อาจจดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดาได้ แต่หากมีแผนขยายธุรกิจ มีผู้ร่วมลงทุน หรือมีการดำเนินงานในรูปแบบองค์กร การจดทะเบียนในนามบริษัทอาจเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ บุคคลธรรมดาที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี อยู่ในกลุ่มที่ไม่ถือเป็นตลาดแบบตรงตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเลิกกิจการ จะต้องยื่นคำขอยกเลิกทะเบียนประกอบธุรกิจต่อ สคบ. อย่างเป็นทางการ เมื่อ สคบ. พิจารณาอนุมัติการยกเลิกทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเรียบร้อยแล้ว และผู้ประกอบธุรกิจไม่มีภาระผูกพันหรือข้อร้องเรียนค้างอยู่ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการขอคืนหลักประกันที่ได้วางไว้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สคบ. กำหนด
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพิจารณาอนุมัติประมาณ 68 วันทำการ นับตามขั้นตอนการพิจารณาของ สคบ. โดยผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณา ทั้งนี้ หากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือมีการแก้ไขเพิ่มเติม อาจทำให้ระยะเวลาดำเนินการเพิ่มขึ้นได้
ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังไม่ใช้ข้อความโฆษณาที่ เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้าและบริการ รวมถึงการกล่าวอ้างสรรพคุณ คุณภาพ ผลลัพธ์ ราคา หรือโปรโมชันที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการใช้ข้อความที่ตรวจสอบหรือพิสูจน์ได้ยาก ซึ่ง สคบ. มีแนวทางกำกับดูแลโดยเฉพาะ
ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับสินค้า สำหรับกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิดังกล่าวได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องจัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิในการบอกเลิกสัญญาและวิธีการคืนสินค้าอย่างชัดเจน และเมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญา ทั้งนี้ สิทธิเลิกสัญญาอาจมีข้อยกเว้นตามประเภทหรือเงื่อนไขของสินค้าและบริการที่กฎหมายกำหนด
ต้องแจ้ง สคบ. หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือเอกสารที่ได้จดทะเบียนไว้ เช่น การย้ายสำนักงานหรือเพิ่มเว็บไซต์ที่ใช้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมีหน้าที่แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียน ก่อนนำข้อมูลหรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปใช้ โดยยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด
การที่แพลตฟอร์มจดทะเบียนตลาดแบบตรงแล้ว ไม่ได้หมายความว่าผู้ขายทุกรายจะได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ ผู้ขายต้องพิจารณาว่ารูปแบบการขายของตนเองเข้าข่ายธุรกิจตลาดแบบตรงตามกฎหมายหรือไม่ หากผู้ขายเข้าข่ายและไม่อยู่ในข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ก็ต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. แยกต่างหาก
หากเป็นสินค้านำเข้าหรือสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเตรียมใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นเพิ่มเติม เช่น ใบอนุญาตนำเข้า ใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้า รวมถึงเอกสารแสดงแหล่งที่มาของสินค้า ภาพถ่าย และฉลากสินค้า ทั้งนี้ เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามประเภทของสินค้า เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแล
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ
การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว