บริการรับดำเนินการขอเลขรหัสบาร์โค้ดสินค้า

บริการดำเนินการสมัครสมาชิก GS1 Thailand และขอเลขรหัสบาร์โค้ดมาตรฐานสากล (GTIN/EAN-13)

เพื่อจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

เราดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการขอเลขรหัสบาร์โค้ด การจัดเตรียมเอกสาร การยื่นสมัคร การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำบาร์โค้ดไปใช้งานอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ด้วยทีมงานผู้มีประสบการณ์ด้านการจดทะเบียนธุรกิจและการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ รวดเร็ว และถูกต้อง เพื่อให้สินค้าของคุณพร้อมจำหน่ายในทุกช่องทางการค้า และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว

บริการรับขอรหัสบาร์โค้ดสินค้า

บาร์โค้ด (Barcode) คืออะไร?

บาร์โค้ด คือ สัญลักษณ์แทนข้อมูลในรูปแบบของเส้นและช่องว่าง ที่ถูกออกแบบให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องสแกนสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยทั่วไปจะประกอบด้วย “เส้นสีดำ” และ “ช่องว่างสีขาว” ที่เรียงตัวกันในแนวดิ่ง ซึ่งใช้แทนตัวเลข ตัวอักษร หรือข้อมูลเฉพาะของสินค้าและผลิตภัณฑ์

ระบบบาร์โค้ดถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลด้วยมือ เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และช่วยให้การบริหารจัดการสินค้าเป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยการอ่านข้อมูลจะใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด หรือระบบ POS (Point of Sale) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริหารสต๊อกสินค้าได้ทันที

ปัจจุบันระบบบาร์โค้ดถือเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทั้งในธุรกิจค้าปลีก โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า โลจิสติกส์ ร้านค้าออนไลน์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงธุรกิจบริการต่าง ๆ

ความสำคัญของบาร์โค้ดต่อธุรกิจ

ในปัจจุบัน ระบบบาร์โค้ดมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการผลิต การค้าส่ง การค้าปลีก หรือธุรกิจบริการ เพราะช่วยให้สามารถจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สินค้าแต่ละรายการจะมี “เลขหมายประจำสินค้า” ที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่หากมีความแตกต่างด้านสี ขนาด รุ่น น้ำหนัก หรือจำนวนบรรจุ ก็จำเป็นต้องมีรหัสบาร์โค้ดแยกกัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและบริหารสินค้าได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างโรงงานผลิตรองเท้ากีฬา แม้จะเป็นรองเท้ารุ่นเดียวกัน แต่หากมีความแตกต่างกันในด้าน สี ขนาด หรือรูปแบบสินค้า ก็จำเป็นต้องมีเลขรหัสบาร์โค้ดที่แตกต่างกันในแต่ละรายการ เช่น รองเท้ากีฬารุ่น A สีขาว เบอร์ 38, รองเท้ากีฬารุ่น A สีขาว เบอร์ 39, รองเท้ากีฬารุ่น A สีดำ เบอร์ 38, รองเท้ากีฬารุ่น A สีดำ เบอร์ 39 เป็นต้น

แม้จะเป็นรองเท้ารุ่นเดียวกัน แต่เนื่องจากมีความแตกต่างด้านสีและขนาด จึงต้องกำหนดเลขรหัสบาร์โค้ดแยกกัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบสต๊อกสินค้า การขาย การจัดส่ง และการบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาการหยิบสินค้าผิดหรือการนับสต๊อกคลาดเคลื่อนภายในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของการใช้ระบบบาร์โค้ดในธุรกิจ

1. ช่วยบริหารสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบบาร์โค้ดสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory System) และเครื่องสแกนบาร์โค้ด ทำให้สามารถตัดสต๊อกสินค้าอัตโนมัติเมื่อมีการขายสินค้า

ผู้ประกอบการจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบ Real-Time เช่น

  • ปริมาณสินค้าคงเหลือ
  • สินค้าขายดี
  • สินค้าหมุนเวียนช้า
  • สินค้าที่ควรเติมสต๊อก

ช่วยลดปัญหาสินค้าขาดสต๊อกหรือสินค้าค้างสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ระบบบาร์โค้ดช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน เช่น

  • การคิดเงินหน้าร้าน
  • การออกใบเสร็จ
  • การตรวจรับสินค้า
  • การเช็คสต๊อก
  • การจัดส่งสินค้า

ช่วยลดเวลาในการทำงาน ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์

ข้อมูลที่ได้จากการสแกนบาร์โค้ดมีความแม่นยำสูงกว่าการกรอกข้อมูลด้วยมือ ช่วยลดปัญหาการกรอกข้อมูลผิดพลาด และทำให้การบริหารจัดการภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สินค้าที่มีบาร์โค้ดมาตรฐานสากล จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยให้ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถนำสินค้าเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น

ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงแพลตฟอร์ม E-Commerce หลายแห่ง กำหนดให้สินค้าต้องมีบาร์โค้ดมาตรฐานก่อนนำเข้าสู่ระบบขายสินค้า

ดังนั้น การมีบาร์โค้ดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาด

บาร์โค้ดมาตรฐานสากลช่วยให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย และคู่ค้าทางธุรกิจเกิดความเชื่อมั่น และช่วยสนับสนุนการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ประเภทของบาร์โค้ด

บาร์โค้ดภายในองค์กร

เป็นบาร์โค้ดที่องค์กรสร้างขึ้นเพื่อใช้ภายในธุรกิจของตนเอง เช่น

  • ใช้ในคลังสินค้า
  • ใช้จัดเก็บข้อมูลภายใน
  • ใช้ติดตามสินค้าในโรงงาน

บาร์โค้ดประเภทนี้ไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานสำหรับจำหน่ายสินค้าในห้างหรือร้านค้าทั่วไปได้

บาร์โค้ดมาตรฐานสากล

เป็นบาร์โค้ดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สามารถใช้งานได้ทั่วโลก เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการจำหน่ายสินค้าในห้าง ร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

ปัจจุบันมีระบบบาร์โค้ดมาตรฐานสากลหลายรูปแบบ แต่ระบบที่นิยมใช้มากที่สุดทั่วโลกคือระบบ EAN/GS1

ระบบบาร์โค้ด EAN-13 ที่ใช้ในประเทศไทย

ประเทศไทยใช้ระบบบาร์โค้ดมาตรฐาน EAN-13 หรือ GS1 ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บาร์โค้ดมาตรฐาน จำเป็นต้องดำเนินการลงทะเบียนขอเลขรหัสบาร์โค้ดก่อน จึงจะสามารถนำไปใช้กับสินค้าได้อย่างถูกต้อง

ในประเทศไทย การกำกับดูแลและให้บริการด้านบาร์โค้ดอยู่ภายใต้หน่วยงาน GS1 Thailand ซึ่งดำเนินงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โครงสร้างของหมายเลขบาร์โค้ด EAN-13

บาร์โค้ด EAN-13 จะประกอบด้วยตัวเลขทั้งหมด 13 หลัก โดยแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. รหัสประเทศ

ตัวเลข 3 หลักแรก แสดงรหัสประเทศขององค์กรสมาชิก ตัวอย่าง 885 = ประเทศไทย

2. รหัสผู้ประกอบการ

ตัวเลขชุดถัดมา 4 ตัว เลข 2222 เป็นเลขประจำตัวผู้ประกอบการหรือโรงงานผู้ผลิตที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้

3. รหัสสินค้า

ตัวเลข 5 ตัวถัดมา เลข 99999 ส่วนนี้ใช้กำหนดรายละเอียดของสินค้าแต่ละรายการ

4. เลขตรวจสอบ

ตัวเลขหลักสุดท้าย เลข 6 ใช้สำหรับตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบาร์โค้ด หากเลขไม่ถูกต้อง ระบบจะไม่สามารถอ่านบาร์โค้ดได้

ขั้นตอนการให้บริการขอเลขรหัสบาร์โค้ด (GS1 Barcode)

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและแนะนำการขอเลขรหัสบาร์โค้ด

ทีมงาน IGB Corporation จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการขอเลขรหัสบาร์โค้ดมาตรฐานสากล พร้อมอธิบายขั้นตอน หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการสมัคร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจแนวทางการดำเนินการและสามารถเลือกประเภทการสมัครที่เหมาะสมกับธุรกิจ

สิ่งที่เราดำเนินการ

  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานเลขรหัสบาร์โค้ด GS1
  • อธิบายขั้นตอนการสมัครและหลักเกณฑ์ของ GS1 Thailand
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการสมัคร
  • จัดทำรายการเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเอกสารและจัดเตรียมคำขอเลขรหัสบาร์โค้ด

เมื่อได้รับข้อมูลและเอกสารจากลูกค้า ทีมงานจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พร้อมจัดเตรียมเอกสารและแบบฟอร์มที่ใช้ในการสมัครสมาชิก GS1 Thailand ให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์

สิ่งที่เราดำเนินการ

  • ตรวจสอบเอกสารของบริษัทหรือผู้ประกอบการ
  • จัดเตรียมแบบคำขอสมัครสมาชิก GS1 Thailand
  • ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารประกอบ

ขั้นตอนที่ 3 ยื่นสมัครสมาชิกกับ GS1 Thailand

IGB Corporation จะดำเนินการยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบต่อ GS1 Thailand และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการพิจารณา

สิ่งที่เราดำเนินการ

  • ยื่นใบสมัครสมาชิก GS1 Thailand
  • ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • ติดตามการตรวจสอบเอกสาร
  • แจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าทราบเป็นระยะ

ขั้นตอนที่ 4 ติดตามผลการสมัครและรับเลขรหัสบาร์โค้ด

หลังจากยื่นใบสมัครแล้ว IGB Corporation จะติดตามผลการพิจารณาจนแล้วเสร็จ และแจ้งผลการสมัครให้ลูกค้าทราบ พร้อมดำเนินการรับสิทธิการใช้งานเลขรหัสบาร์โค้ดจาก GS1 Thailand

สิ่งที่เราดำเนินการ

  • ติดตามผลการสมัครสมาชิก
  • ประสานงานจนได้รับการอนุมัติ
  • แจ้งผลการสมัครและการได้รับสิทธิใช้เลขรหัสบาร์โค้ด
  • ส่งมอบข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ลูกค้า

ขั้นตอนที่ 5 ให้คำแนะนำการใช้งานเลขรหัสบาร์โค้ด

เมื่อได้รับเลขรหัสบาร์โค้ดแล้ว ทีมงานจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำเลขรหัสไปกำหนดให้กับสินค้า และการใช้งานให้เป็นไปตามมาตรฐาน GS1

ทำไมต้องใช้บริการขอบาร์โค้ดกับเรา

ทำไมต้องใช้บริการขอบาร์โค้ดกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านการให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการดำเนินการด้านเอกสารภาครัฐ IGB Corporation พร้อมดูแลการขอเลขรหัสบาร์โค้ดอย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถนำบาร์โค้ดไปใช้งานได้จริง

จุดเด่นของบริการเรา

สอบถามรายละเอียดบริการ

IGB Corporation พร้อมเป็นที่ปรึกษาที่คุณไว้วางใจ เพื่อให้การขอเลขรหัสบาร์โค้ดเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ช่วยให้สินค้าของคุณพร้อมจำหน่ายในทุกช่องทางการค้าอย่างมั่นใจ