IGB Corporation ให้บริการรับจดทะเบียนสมาคมแบบครบวงจร
ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การจัดเตรียมเอกสาร การร่างข้อบังคับ การจัดทำรายงานการประชุม ไปจนถึงการยื่นจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นระบบ ลดความยุ่งยากในการดำเนินงานของคุณ
มั่นใจได้ในมาตรฐานงานเอกสารและความถูกต้องทางกฎหมาย
“สมาคม” คือการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกและสังคม โดยสามารถมีรายได้จากค่าลงทะเบียน ค่าสมาชิกรายปี หรือรายได้จากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ แต่ รายได้นั้นต้องไม่นำมาแบ่งปันระหว่างผู้ก่อตั้งหรือสมาชิก หากแต่ต้องนำไปใช้เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเท่านั้น ทั้งนี้การดำเนินงานของสมาคมต้องเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การจัดตั้งสมาคมในประเทศไทยจำเป็นต้องมีความชัดเจนทั้งในด้านวัตถุประสงค์ โครงสร้างองค์กร ข้อบังคับ และระบบการบริหาร เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้ตามกฎหมาย
การจดทะเบียนสมาคมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ เพราะช่วยสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ ดังนี้
ทำให้สมาคมมี สถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
เพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน
สามารถเปิดบัญชีธนาคารในนามสมาคมได้อย่างถูกต้อง
รองรับการรับรายได้จากสมาชิกและกิจกรรมอย่างโปร่งใส
ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในการดำเนินงาน
ทำให้การบริหารจัดการมีระบบและตรวจสอบได้
การจัดตั้งสมาคมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำคัญดังต่อไปนี้
ก่อนยื่นจัดตั้ง ควรเช็กรูปแบบองค์กรให้ตรงเป้าหมาย กลุ่มที่รวมตัวกันในนามผู้ประกอบการค้าเข้าข่ายต้องจดทะเบียนสมาคมการค้าซึ่งใช้กฎหมายคนละฉบับกับสมาคมทั่วไป ส่วนองค์กรที่เน้นงานกุศลโดยใช้กองทรัพย์สินเป็นหลัก การจดทะเบียนมูลนิธิจะตรงกว่า ทีม IGB ให้คำปรึกษาได้ทุกแบบ พร้อมบริการรับจดทะเบียนธุรกิจและองค์กรครบวงจร
การจดทะเบียนสมาคมเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมจัดตั้ง การจัดทำเอกสาร ไปจนถึงการได้รับอนุมัติและขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
ในขั้นตอนแรก ผู้ก่อตั้งจะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดโครงสร้างและแนวทางของสมาคม โดยต้องมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป เพื่อร่วมกันยื่นคำขอจัดตั้งสมาคม
สิ่งที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนนี้ ได้แก่
จัดทำข้อบังคับสมาคม คำขอจดทะเบียนสมาคม บัญชีรายชื่อกรรมการ บัญชีรายชื่อสมาชิก แบบรับรองบุคคลที่จะเป็นกรรมการ และเอกสารประกอบต่าง ๆ
การยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งและจดทะเบียนสมาคมต้องยื่นต่อหน่วยงานราชการตามพื้นที่ที่ตั้งสมาคม
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง ของเอกสารและข้อมูลโดยพิจารณาในประเด็นสำคัญดังนี้
หลังจากตรวจสอบแล้ว จะมีการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจพิจารณา ดังนี้
เมื่อได้รับการอนุมัติ จะมีการออกเอกสารสำคัญดังนี้
เมื่อดำเนินการครบถ้วนแล้ว สมาคมจะมีสถานะเป็น นิติบุคคลโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย
การจัดตั้งสมาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ โดยเอกสารสำคัญมีดังนี้
ต้องจัดทำข้อบังคับสมาคมให้แล้วเสร็จก่อนยื่นจดทะเบียน โดยข้อบังคับถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดของสมาคม และต้องสอดคล้องกับกฎหมาย
ในบางกรณี การจดทะเบียนสมาคมอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะวัตถุประสงค์ของสมาคม หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย ดังนี้
กรณีที่วัตถุประสงค์ของสมาคมเกี่ยวข้องกับภารกิจเฉพาะด้าน จะต้องได้รับหนังสืออนุญาตหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น
เพื่อยืนยันว่าแนวทางการดำเนินงานของสมาคมสอดคล้องกับนโยบายและกฎหมายของภาครัฐ
กรณีที่สมาคมมีการใช้ชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรของรัฐ จะต้องมีหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อป้องกันการใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และเพื่อความถูกต้องตามกฎหมายทรัพย์สินทางราชการ
หลังจากสมาคมได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องแล้ว จะมีหน้าที่และภาระทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้ ดังนี้
สมาคมต้องจัดส่ง สำเนาทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนสมาคมภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจดทะเบียน
สมาคมต้องยื่นจดทะเบียนต่อหน่วยงานนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเลือกตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคม
หากมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับสมาคม ต้องยื่นจดทะเบียนต่อ นายทะเบียนสมาคมภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติ
หากมีมติให้เลิกสมาคม ต้องยื่นคำขอเลิกสมาคมต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเลิก
สมาคมต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมวิสามัญตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสมาคมอย่างเคร่งครัด
สมาคมต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
สมาคมต้องจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายอย่างถูกต้อง และต้องมีการตรวจสอบโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อความโปร่งใสทางการเงิน
สมาคมต้องยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.55 พร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
การจดทะเบียนสมาคมเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งองค์กรให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีความถูกต้อง โปร่งใส และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหรือวัตถุประสงค์เฉพาะด้านได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
หลังจากจดทะเบียนแล้ว การดำเนินงานของสมาคมต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในด้านการบริหารองค์กร การรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐ การจัดประชุมตามข้อบังคับ และการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในระยะยาวต่อสมาชิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โทร 062-264-9532
LINE: @igbc
admin@igbcorporation.com
สมาคมจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการร่วมกันของสมาชิก โดยมีสมาชิกและการบริหารงานตามข้อบังคับของสมาคม ส่วนมูลนิธิจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณประโยชน์ โดยมีทรัพย์สินที่จัดสรรไว้เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ และไม่มีสมาชิก ดังนั้น หากต้องการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสมาชิกหรือกลุ่มบุคคล สมาคมอาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยใช้ทรัพย์สินเป็นฐานในการดำเนินงาน มูลนิธิจะเหมาะกว่า
หากกลุ่มมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการประกอบการ การค้า หรืออุตสาหกรรมของสมาชิก ควรพิจารณาจัดตั้งเป็นสมาคมการค้าซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าโดยเฉพาะ ส่วนสมาคมทั่วไปเหมาะกับการรวมกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การแสวงหากำไร เช่น ด้านสังคม วิชาชีพ หรือกิจกรรมเพื่อสมาชิก
ต้อง สมาคมเป็นนิติบุคคลที่ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและยื่นแบบภาษีตามกฎหมาย โดยค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงจากสมาชิก และเงินบริจาค ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนรายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ย และเงินปันผล หรือรายได้จากการประกอบกิจการหรือจัดกิจกรรม เช่น ค่าเช่า รายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ ต้องเสียภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จะต้องเสียภาษีจากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายในอัตรา ดังนี้
(ก) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)-(7) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น เงินได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าสิทธิ ค่านายหน้า เป็นต้น เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0
(ข) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่เงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่น ๆ นอกเหนือจาก (ก) เสียภาษีในอัตราร้อยละ 2.0
การคำนวณภาษีโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และจะต้องคำนวณตามรอบระยะเวลาบัญชีเช่นเดียวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
โดยทั่วไป ไม่ได้ การบริจาคให้สมาคมจะนำไปหักลดหย่อนภาษีไม่ได้ เว้นแต่สมาคมนั้นได้รับการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีสิทธิรับบริจาคเพื่อหักลดหย่อนภาษี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
ในกรุงเทพฯ ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ จากนั้นคำขอจะผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนก่อนนายทะเบียนรับจดทะเบียน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความครบถ้วนของเอกสาร การจัดทำข้อบังคับให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการได้
ได้ สมาคมเป็นนิติบุคคลที่สามารถจ้างลูกจ้างได้ตามปกติ และเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน เช่นเดียวกับนายจ้างทั่วไป โดยค่าจ้างสามารถถือเป็นรายจ่ายในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมได้
เป็นสมาชิกได้ และสามารถเป็นกรรมการได้หากข้อบังคับของสมาคมไม่ได้กำหนดห้ามไว้ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบประวัติฐานะและความประพฤติกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสถานทูตของประเทศที่บุคคลนั้นถือสัญชาติ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ นายทะเบียนบางพื้นที่อาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือพิจารณาเข้มงวดขึ้นเมื่อมีชาวต่างชาติเข้าร่วมก่อตั้งหรือเป็นกรรมการ จึงควรวางโครงสร้างคณะกรรมการและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่การยื่นคำขอครั้งแรก
สามารถจัดกิจกรรมหารายได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม เช่น การจัดอบรม สัมมนา หรือจำหน่ายของที่ระลึก โดยรายได้ต้องนำไปใช้เพื่อดำเนินกิจการของสมาคม และห้ามนำกำไรมาแบ่งปันให้สมาชิก หากดำเนินธุรกิจในลักษณะเต็มรูปแบบจนไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม อาจถูกนายทะเบียนสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการตามกฎหมายได้
สมาคมมีหน้าที่สำคัญที่ต้องดำเนินการ เช่น การส่งสำเนาทะเบียนสมาชิก การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ กรณีมีการเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลง การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเมื่อมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี นอกจากนี้ในทุกปีสมาคมต้องมีการจัดทำบัญชีและงบการเงิน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี จัดทำรายงานการประชุม และยื่นแบบภาษีตามที่กฎหมายกำหนด แม้สมาคมจะไม่มีรายได้ก็ตาม รวมถึงต้องจัดทำและเก็บรักษาเอกสารของสมาคมให้เป็นปัจจุบัน หากมีลูกจ้างก็ต้องดำเนินการด้านประกันสังคมและภาษีเงินเดือนตามกฎหมายด้วย
ได้ สามารถใช้บ้านเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมได้ หากได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่และมีเอกสารแสดงสิทธิ หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่าแล้วแต่กรณี ประกอบการจดทะเบียน ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อจำกัดของสถานที่และเงื่อนไขของนายทะเบียนในพื้นที่ก่อนยื่นจดทะเบียน
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ
การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว