บริการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (รับทำBOI)

รองรับทั้งนักลงทุนชาวไทยที่ต้องการเพิ่มความได้เปรียบทางธุรกิจ และนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเริ่มต้นหรือขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างถูกต้องและมั่นใจ

เราคือที่ปรึกษา BOI ระดับมืออาชีพ สำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจหลักเกณฑ์ กระบวนการ และแนวทางการพิจารณาของ BOI อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การวิเคราะห์โครงการ ไปจนถึงการได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน

บริการรับทำ BOI ขอรับการส่งเสริมการลงทุน

BOI คืออะไร?

BOI (Board of Investment) หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ

โดย BOI มอบทั้ง สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้กับธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

สำหรับธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI จะได้รับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น

ลดต้นทุน

ด้วยสิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีตามเงื่อนไข ช่วยเพิ่มกำไรและกระแสเงินสดให้ธุรกิจ

เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน

รองรับการนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน การโอนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงสิทธิในการถือครองที่ดินสำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริม

เสริมความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในสายตานักลงทุน พาร์ทเนอร์ และสถาบันการเงิน

ขยายโอกาสทางธุรกิจ

รองรับการเติบโตทั้งในประเทศและการขยายสู่ตลาดสากล

เมื่อได้รับ BOI ธุรกิจของคุณจะสามารถ ลดภาระต้นทุนในระยะยาว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เร่งการเติบโตได้เร็วกว่าวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริม

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมแบ่งออกเป็น  10 หมวด

หมวด 1 อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ

BOI (Board of Investment) หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ

โดย BOI มอบทั้ง สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้กับธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

หมวด 2 อุตสาหกรรมการแพทย์

เช่น กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์  กิจการผลิตยา กิจการสถานพยาบาล กิจการสนับสนุนและบริหารจัดการการวิจัยทางคลินิก ศูนย์การวิจัยทางคลินิก

หมวด 3 อุตสาหกรรมเครื่องจักรและยานยนต์

เช่น กิจการผลิตเครื่องจักร และ/หรืออุปกรณ์อัตโนมัติ กิจการผลิตเครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมผลิตเลนส์ที่ไม่เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ กิจการผลิตเครื่องยนต์ อุปกรณ์หรือชิ้นส่วน กิจการผลิตแบตตเตอรี่ กิจการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า กิจการผลิตเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) และชิ้นส่วน กิจการด้านอากาศยานและอวกาศ

หมวด 4 อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

เช่น กิจการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์  กิจการผลิต Hard Disk Drive และ/หรือชิ้นส่วนสำคัญ กิจการผลิตแบตเตอรี่อื่นๆ  กิจการผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สำหรับระบบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กิจการผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและระบบไร้สาย กิจการผลิต Power Supply, Converter, Inverter หรือ Charger กิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอื่นๆ

หมวด 5 อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ

เช่น กิจการสำรวจแร่ ทำเหมืองแร่ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์แก้ว หรือเซรามิก กิจการผลิตวัสดุทนไฟหรือฉนวนกันความร้อน กิจการผลิตยิปซัมหรือผลิตภัณฑ์จากยิปซัมและปูนซีเมนต์ กิจการผลิตวัสดุก่อสร้าง กิจการผลิตเหล็กและโลหะ

หมวด 6 อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี

เช่น กิจการผลิตโฮโดรเจน กิจการผลิตปุ๋ยเคมี กิจการผลิตเคมีภัณฑ์อื่นๆ  กิจการโรงกลั่นน้ำมัน กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก กิจการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากเยื่อกระดาษ

หมวด 7 สาธารณูปโภค

เช่น กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า กิจการผลิตน้ำประปา กิจการด้านจัดการพลังงาน กิจการแปรรูปวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว กิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ กิจการเชื้อเพลิงจากขยะ กิจการบำบัดหรือกำจัดของเสีย กิจการนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม กิจการศูนย์บริการซ่อมแซมแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้ว

หมวด 8 อุตสาหกรรมดิจิทัล

เช่น กิจการพัฒนาซอฟท์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์ กิจการ Data Center  กิจการ Cloud Service กิจการ Data Hosting กิจการ Co-working Space กิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ

หมวด 9 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

เช่น กิจการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ กิจการผลิตเครื่องนุ่งห่มและเคหะสิ่งทอ กิจการผลิต
อัญมณีและเครื่องประดับ กิจการผลิตเครื่องดนตรี กิจการผลิตเครื่องกีฬาหรือชิ้นส่วน กิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นส่วน กิจการผลิตของเล่น กิจการผลิตสิ่งพิมพ์ กิจการสร้างภาพยนต์ไทย

หมวด 10 บริการที่มีมูลค่าสูง

กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ  กิจการวิจัยและพัฒนา กิจการบริการออกแบบทางวิศวกรรม กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาตร์  กิจการสถานฝึกฝนอาชีพ กิจการสถานศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง กิจการเรือเฟอร์รี่ กิจการบริการที่จอดเรือท่องเที่ยว กิจการสวนสนุก กิจการสวนสัตว์เปิด  กิจการพิพิธภัณฑ์ กิจการสนามแข่งขันยานยนต์ กิจการกระเช้าไฟฟ้าหรือรถรางไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว กิจการโรงแรม กิจการศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ กิจการสนามบินพาณิชย์ กิจการขนส่งทางเรือ กิจการขนส่งทางอากาศ  กิจการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบอัจฉริยะ

หมายเหตุ: ตัวอย่างกิจการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของกิจการที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น หากท่านต้องการทราบว่า โครงการของท่านเข้าข่ายได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรือไม่

เรายินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมประเมินความเป็นไปได้ของโครงการเบื้องต้น

รูปแบบสิทธิและประโยชน์ในปัจจุบัน 2569

สิทธิและประโยชน์พื้นฐานที่จะได้รับ

สิทธิและประโยชน์ทางภาษีอากร

  • ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร (มาตรา 28/29)
  • ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็น (มาตรา 30)
  • ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา (มาตรา 30/1)
  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3-13 ปี และเงินปันผล (มาตรา 31 31/1 และ 34)
  • ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 (มาตรา 35 (1)
  • ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเป็นสองเท่า (มาตรา 35 (2)
  • ให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินลงทุุน (มาตรา 35 (3)
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก (มาตรา 36)
  • อนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาเพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุุน (มาตรา 24)
  • อนุญาตให้นำช่างฝีมือและผู้ชำนาญการเข้ามาทำงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
    (มาตรา 25 และ 26)
  • อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน (มาตรา 27)
  • อนุญาตให้ส่งออกซึ่งเงินตราต่างประเทศ (มาตรา 37)

นอกจากนี้ยังมีสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมในกรณีที่เข้าข่ายการได้รับสิทธิเพิ่มเติมดังนี้

สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติม

สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

  1. ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • การวิจัยและพัฒนา (R&D)
    • ค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศ
    • การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
    • การสนับสนุนองค์กรด้าน S&T เช่นสถาบันการศึกษา ศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทาง สถาบันวิจัย หน่วยงานรัฐ รวมทั้งกองทุนด้านต่างๆ เช่น ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาบุคลากร และกองทุนภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้น ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเห็นชอบ
  2. ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    • การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

    • การจัดฝึกอบรมหรือฝึกการทำงานเพื่อพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับนักศึกษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาในด้าน S&T

  3. ด้านพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
    • การพัฒนา Local Supplier ในประเทศ

  • นิคม/เขตอุตสาหกรรม
  • 20 จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำ
  • เขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่นอุทยานวิทยาศาสตร์ เมืองนวัตกรรมอาหาร อุทยานรังสรรค์
    นวัตกรรมอวกาศ เป็นต้น
  • เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ)
  • เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (NEC, NeEC, CWEC, SEC)
  • พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเมืองต้นแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry)
  • มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
  • มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม

หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการ

01

การให้การส่งเสริมจะพิจารณาเป็นรายโครงการ

โดยโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่สามารยื่นขอรับการส่งเสริมได้

02

ต้องเป็นโครงการที่มีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริม

ส่งเสริมอยู่ในขณะยื่นขอรับการส่งเสริม และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละประเภทกิจการ

03

ต้องมีมูลค่าเพิ่มของโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้

ยกเว้นกิจการเกษตรและอาหาร กิจการอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนและกิจการตัดโลหะ ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้

04

ต้องใช้กรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการที่ทันสมัย

และมีสาระสำคัญเพียงพอตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

05

ต้องใช้เครื่องจักรใหม่

หากเป็นกรณีใช้เครื่องจักรต่างประเทศ มีหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็น 3 กรณีดังนี้

กรณีทั่วไป

สภาพเครื่องจักร
ให้ใช้
สามารถนำมาคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลตามมาตรา 31
ยกเว้นอากรขาเข้า
เงื่อนไข
เครื่องจักรใหม่
เครื่องจักรใช้แล้วไม่เกิน 5 ปี
จะต้องยื่นใบรับรองประสิทธิภาพ
เครื่องจักรใช้แล้วเกิน 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี
เครื่องจักร ณ วันที่ยื่นบัญชีรายการเครื่องจักร

กรณีย้ายฐานการผลิต

สภาพเครื่องจักร
ให้ใช้
สามารถนำมาคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลตามมาตรา 31
ยกเว้นอากรขาเข้า
เงื่อนไข
เครื่องจักรใหม่
เครื่องจักรใช้แล้วไม่เกิน 5 ปี
จะต้องยื่นใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักร ณ วันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมและวันที่ยื่นบัญชีรายการเครื่องจักร
เครื่องจักรใช้แล้วเกิน 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี

(ร้อยละ 50 ของมูลค่าตามบัญชี)
เฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง
เครื่องจักรใช้แล้วเกิน 10 ปี

หมายเหตุ: กรณีย้ายฐานการผลิตจากประเทศกัมพูชา เป็นไปตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามประกาศ กกท. ที่ 8/2568 เรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุนกรณีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

กรณีย้ายฐานการผลิต

สภาพเครื่องจักร
ให้ใช้
สามารถนำมาคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลตามมาตรา 31
ยกเว้นอากรขาเข้า
เงื่อนไข
กิจการขนส่งทางเรือกิจการขนส่งทางอากาศ* และแม่พิมพ์

หมายเหตุ

– คำว่า “ย้ายฐานการผลิต” หมายถึง การย้ายสายการผลิตบางส่วนหรือทั้งหมดจากต่างประเทศ โดยเครื่องจักรนั้นจะต้องเป็นของบริษัทในเครือหรือบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกัน
– ใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักร หมายถึง ใบรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ในการรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักร ซึ่งจะต้องมีรายงานการปรับปรุงซ่อมแซมพร้อมกับการรับรอง โดยมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับรายละเอียดการปรับปรุงซ่อมแซมครบถ้วน และในระหว่างทำการตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์นั้นต้องมีการเดินเครื่องเพื่อทดสอบความสามารถและหน้าที่ของเครื่องจักรอย่างครบถ้วนตามข้อกำหนดในการตรวจสอบ รวมทั้งมีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัย และการใช้พลังงานว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยจะต้องระบุรายละเอียดที่สำคัญ 6 ประการคือ

1) รายละเอียดของการปรับปรุงซ่อมแซมและผลการวิเคราะห์อายุการใช้งานที่เหลืออยู่
2) ปีที่ผลิต
3) ผลของการทดสอบเดินเครื่อง
4) รายงานการตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัย และการใช้พลังงาน
5) การประเมินราคาที่เหมาะสม (ทั้งนี้ สามารถยื่นใบรับรองการประเมินราคาเครื่องจักรแยกเพิ่มเติมเป็นอีกฉบับได้)
6) รายงานการตรวจสอบ วันที่ และสถานที่ทำการตรวจสอบ

*เครื่องบินในกิจการขนส่งทางอากาศให้ปฏิบัติตามกฏระเบียบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน
** ประกาศที่เกี่ยวข้อง ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 8/2565 เรื่อง นโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2565

06

โครงการที่มีการหลอมโลหะ

ต้องดำเนินการให้ได้รับใบรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 14000 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า ก่อนการใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้กรณีไม่ได้ใช้หรือไม่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานข้างต้นก่อนวันครบเปิดดำเนินการ

07

การป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม

  1. ต้องมีแนวทางและมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพสำหรับโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นพิเศษในเรื่องสถานที่ตั้งและวิธีการจัดการมลพิษ
  2. กรณีกิจการใดที่มีรายละเอียดโครงการ หรือกิจกรรมต่อเนื่อง ที่อยู่ในข่ายตามประเภทและขนาดโครงการที่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้โครงการหรือกิจการนั้น ต้องปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมหรือตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นๆ ด้วย
  3. โครงการที่ตั้งในจังหวัดระยอง ต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงานณระกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.1/2554 เรื่องนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง ลงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2554
08

เงินลงทุนขั้นต่ำ และความเป็นไปได้ของโครงการ

  1. ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำของแต่ละโครงการต้องไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดทั้งนี้ สำหรับประเภทกิจการที่ใช้ฐานความรู้เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจ ให้พิจารณาเงินลงทุนขั้นต่ำจากเงินเดือนบุคคลากรต่อปี ซึ่งจะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  2. ต้องมีอัตราหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไม่เกิน 3 ต่อ 1 สำหรับโครงการริเริ่ม ส่วนโครงการขยายจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี
  3. โครงการที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9000 หรือ ISO 14000 หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่า ภายใน 2 ปี นับจากวันที่เริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ มิฉะนั้น สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะถูกลดลง 1 ปี
  4. โครงการที่มีเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) มากกว่า 2,000 ล้านบาท ต้องเสนอรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตามที่คณะกรรมการกำหนด (รายละเอียดรายงาน ความศึกษาความเป็นไปได้ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.2/2566 เรื่องแนวทางการจัดทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ)

หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการ

เราดูแลกระบวนการขอ BOI แบบครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน พร้อมให้คำปรึกษาและประสานงานในทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ

เงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาทภายใน 40 วันทำการ

เงินลงทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาทภายใน 60 วันทำการ

เงินลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาทภายใน 90 วันทำการ