รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

จดถูกต้อง รวดเร็ว ภายใน 3–7 วัน | ปรึกษาฟรี

ให้บริการรับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบริการจดทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านเวบไซต์สรรพากร หรือจดทะเบียนที่กรมสรรพากรในเขตพื้นที่หรืออำเภอที่สถานประกอบการตั้งอยู่

บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT- Value Added Tax) คือ ภาษีทางอ้อมที่ผู้ประกอบการ (ผู้ขายสินค้า/ผู้ให้บริการ) มีหน้าที่เรียกเก็บจากลูกค้าในอัตรา 7% ของราคาสินค้าหรือบริการ และนำส่งให้กรมสรรพากร

ตัวอย่างการคำนวณ VAT:

  • ราคาสินค้า 100 บาท
  • VAT 7% = 7 บาท
  • ราคาที่ลูกค้าชำระ = 107 บาท

ปัจจุบันจัดเก็บอัตราภาษีร้อยละ 7

โดยทั้งนี้ผู้ประกอบการจะนำ VAT ที่เรียกเก็บจากลูกค้าส่งให้กรมสรรพากร หลังจากได้คำนวณ ภาษีที่ต้องชำระ = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ

หลักการสำคัญ

เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (จด VAT) แล้ว

ใครบ้างต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT

  1. ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ทันที
  2. ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

วิธีนับรายได้

นิติบุคคล → นับตามรอบบัญชี

(ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลนั้นไม่ตรงกับปีปฏิทิน)

บุคคลธรรมดา → นับตามปีปฏิทิน

ทั้งนี้ถ้ารายได้ในปีนั้นไม่ถึงเกณฑ์ (1.8 ล้านบาท) ก็ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในนั้น และให้เริ่มนับรายได้ในปีต่อไปใหม่ว่าถึงเกณฑ์หรือไม่

ในกรณีที่ผู้ประกอบการบริษัท/ห้างหุ้นส่วน ที่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่คู่ค้าหรือลูกค้าถึงแม้รายได้ยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาทก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต่อสรรพากรได้

  1. ธุรกิจขายข้าว ผัก และผลไม้ ขายภายในประเทศไทย
  2. ธุรกิจขายสัตว์ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา หมู ไก่ เป็นต้น
  3. ธุรกิจขายปุ๋ย
  4. ธุรกิจขายอาหารสัตว์
  5. ธุรกิจขายยา เคมีภัณฑ์ที่ใช้กับพืชและสัตว์
  6. ธุรกิจขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเรียน
  7. ธุรกิจนำเข้าสินค้าที่อยู่ในข้อ 1 ถึง 6
  8. สถานศึกษา
  9. ธุรกิจขนส่งในประเทศไทย
  10. โรงพยาบาล
  11. ห้องสมุด สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์
  12. ธุรกิจจัดแข่งกีฬาสมัครเล่น
  13. ทนายความให้การว่าความ ตรวจสอบบัญชี แพทย์หรือหมอ
  14. ดารานักแสดง
  15. ให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน
  16. ธุรกิจให้เช่าบ้าน คอนโด และที่ดิน
  17. ธุรกิจที่นำกำไรจากการขายสินค้าหรือบริการให้กับศาสนาหรือสาธารณกุศล

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องดำเนินการยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถ้าผู้ประกอบการไม่ดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายในระยะเวลาดังกล่าว กฎหมายกำหนดโทษไว้ดังต่อไปนี้

  1. ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
  2. ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของยอดขายสินค้าและบริการที่เกิน 1.8 ล้านบาทให้แก่สรรพากรจนกว่าจะดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
    ตัวอย่างการคำนวณ:
    กรณีผู้ประกอบการมีรายได้ 3,000,000 บาท ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 1,800,000 บาท แล้วไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของรายได้ 1,200,000 บาท ที่เกิน 1,800,000 บาท ให้แก่สรรพากร (1,200,000 x 7% = 84,000 บาท)
  3. ต้องเสียเบี้ยปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ต้องชำระในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเป็นเงิน 1,000 บาท ต่อเดือนภาษีทั้งนี้แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
  4. ต้องเสียเงินเพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ
  5. ไม่มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเก็บไว้จากการซื้อสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการรายอื่นที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มาหักเป็นภาษีขายของกิจการได้

ผู้ประกอบการจด VAT ที่ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ต้องยื่นขออนุมัติ ภ.พ.06 กับสรรพากรด้วย ดูบริการจดทะเบียนเครื่อง POS หรือภาพรวมบริการรับจดทะเบียนธุรกิจทั้งหมดของเรา

  1. แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.01 และ ภพ 01.1
  2. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งของสถานประกอบการ
  3. เอกสารแสดงกรรมสิทธิ ของเจ้าของสถานที่ตั้งสถานประกอบการ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย หรือคำขอเลขที่บ้าน
  4. สำเนาสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ในกรณีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แล้วแต่กรณี
  5. รูปถ่ายสถานประกอบการทั้งด้านในและด้านนอก โดยด้านนอกถ่ายให้เห็นสถานประกอบการทั้งหลัง ด้านในถ่ายให้เห็นสภาพแวดล้อมการทำงาน
  6. กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท

กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคลในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด

กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นบุคคลธรรมดา – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลผู้ยื่นคำขอ

  1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี
  1. ผู้ประกอบการต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากผู้ซื้อสินค้าและบริการของตน โดยต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้าและบริการ ไว้เป็นหลักฐานในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
  2. ผู้ประกอบการต้องมีหน้าที่ในการจัดทำรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย รายงานสินค้าและวัตถุดิบ)
  3. ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี (ภ.พ. 30) เพื่อดำเนินการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแก่สรรพากร

โดยวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ

กรณีภาษีขาย >ภาษีซื้อ = ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ

กรณีภาษีขาย < ภาษีซื้อ = ภาษีที่มีสิทธิขอคืน หรือขอเครดิตภาษีคืน

ขั้นตอนการจด VAT

01

ปรึกษาเบื้องต้น (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

02

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

03

ยื่นจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ หรือยื่นจดที่กรมสรรพากร

04

รับ ภพ.01 ใช้เป็นหลักฐานชั่วคราวแทน ภพ.20

FAQ เกี่ยวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

บุคคลธรรมดาสามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้หรือไม่?

ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน โดยบุคคลธรรมดาที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT เช่นเดียวกับนิติบุคคล และเมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบ VAT รายเดือนตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท หากจดทะเบียนล่าช้า อาจต้องรับผิดชอบภาษีขายย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีหน้าที่จดทะเบียน รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ธุรกิจที่มีรายได้เติบโตเร็วควรติดตามยอดขายสะสมระหว่างปีอย่างใกล้ชิด

ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้หรือมียอดขายเป็นศูนย์ ก็ยังต้องยื่นแบบเปล่าภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 หากไม่ยื่นภายในกำหนดจะมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

สามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยสมัครใจได้ และอาจเหมาะในกรณีที่ลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษี หรือธุรกิจมีภาษีซื้อจากการลงทุนจำนวนมากที่ต้องการนำมาขอคืน อย่างไรก็ตาม การจด VAT มีภาระในการออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบรายเดือน รวมถึงอาจทำให้ราคาสินค้าหรือบริการสูงขึ้น 7% สำหรับลูกค้าทั่วไป จึงควรพิจารณาจากลักษณะและโครงสร้างของลูกค้าเป็นหลัก

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ต้องมีข้อมูลของผู้ซื้อครบถ้วน และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอเครดิตภาษีซื้อได้ ส่วนใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใช้สำหรับการขายให้ลูกค้ารายย่อย โดยทั่วไปไม่ต้องระบุชื่อผู้ซื้อ และไม่สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีซื้อได้ ทั้งนี้ เฉพาะกิจการที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามกฎหมายเท่านั้น และหากต้องการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ต้องดำเนินการขออนุมัติจากกรมสรรพากรก่อน

ใช้บ้านเป็นสถานประกอบการเพื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ โดยต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าบ้านและเอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นสรรพากรจะอนุญาตให้ใช้คอนโดมิเนียมเป็นสถานประกอบการในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อการประกอบกิจการหรือการพาณิชย์โดยเฉพาะเท่านั้น โดยทั้งนี้ทางผู้ประกอบการอาจพิจารณาเช่าสำนักงานหรือ Virtual Office ที่สามารถใช้เป็นสถานประกอบการสำหรับจด VAT ได้

ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นหลักฐานว่ากิจการได้รับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างเป็นทางการ โดยจะได้รับหลังกรมสรรพากรอนุมัติคำขอ โดยทั่วไปจะได้รับภายหลังการอนุมัติประมาณ 1 เดือน ระหว่างรอ ภ.พ.20 สามารถใช้ ภ.พ.01 และ ภ.พ.01.1 แทน และดำเนินการออกใบกำกับภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อได้รับ ภ.พ.20 แล้ว ต้องนำไปแสดงไว้ ณ สถานประกอบการ

ต้องแยกรายได้ของทั้งสองประเภทให้ชัดเจน โดยคิด VAT เฉพาะส่วนที่อยู่ในบังคับ VAT ส่วนภาษีซื้อสำหรับสินค้าที่มี VAT สามารถเคลมภาษีซื้อได้ แต่ในส่วนสินค้าที่ไม่มี VAT ไม่สามารถเคลมภาษีซื้อได้ แต่สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ ในส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันทั้งกิจการที่มี VAT และกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT ต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

การออกจากระบบ VAT มี 2 กรณี คือการถอนทะเบียน VAT และการเลิก VAT โดยการเลิก VAT จะทำได้โดยแจ้งต่อสรรพากรในกรณีการเลิกกิจการถาวร เปลี่ยนประเภทธุรกิจที่เป็นธุรกิจไม่ได้อยู่ในระบบ VAT ส่วนในกรณีถอนทะเบียน VAT จะทำได้ในกรณีที่กิจการมีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือในกิจการที่ได้รับการยกเว้น VAT แต่สมัครใจขอจด VAT มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ติดต่อกัน 2 ปี สามารถยื่นคำขอถอนทะเบียนต่อกรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ธุรกิจให้บริการลูกค้าในต่างประเทศและส่งออกสินค้าที่เข้าเกณฑ์เป็นการขายสินค้าที่มีอัตราภาษี VAT 0% ไม่ใช่การได้รับยกเว้น VAT จึงยังคงเป็นผู้ประกอบการจด VAT และต้องยื่นแบบตามปกติ โดยภาษีขายเป็นศูนย์ และสามารถขอคืนภาษีซื้อได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ดังนั้น ธุรกิจส่งออกอาจพิจารณาจด VAT ได้แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท

เหตุผลที่ต้องใช้บริการเรา

บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ติดต่อเราวันนี้

เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!