บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว FBL

(Foreign Business License)

IGB Corporation ให้บริการ สำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย 100%

เราดูแลตั้งแต่เริ่มต้นในการตรวจสอบประเภทธุรกิจ โครงสร้างธุรกิจ ไปจนถึงการยื่นขอใบอนุญาตและติดตามผลการพิจารณา

โดยทั่วไป นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทไทยได้ไม่เกิน 49% หากถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป
บริษัทจะถูกจัดเป็น “ธุรกิจของคนต่างด้าว” ทันที และต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายฉบับนี้

นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการถือหุ้นมากกว่า 49% หรือ 100% จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบว่า

ธุรกิจดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาว่า

เป็นธุรกิจที่ “ห้ามคนต่างด้าวดำเนินการโดยเด็ดขาด”

หรือเป็นธุรกิจที่ “สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตก่อน”

Foreign Business License (FBL) คืออะไร

Foreign Business License คือ เอกสารอนุญาตที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจที่ควบคุมในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act B.E. 2542)

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) คืออะไร

ธุรกิจควบคุมในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

บัญชีหนึ่ง: ธุรกิจที่คนต่างด้าวห้ามทำ

บัญชีหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ ได้แก่

  1. การทำกิจการหนังสือพิมพ์ การทำกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์
  2. การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน
  3. การเลี้ยงสัตว์
  4. การทำป่าไม้และการแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ
  5. การทำการประมงเฉพาะการจับสัตว์น้ำในน่านน้ำไทยและในเขตเศรษฐกิจ จำเพาะของประเทศไทย
  6. การสกัดสมุนไพรไทย
  7. การค้าและการขายทอดตลาดโบราณวัตถุของไทยหรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
  8. การทำหรือหล่อพระพุทธรูปและการทำบาตร
  9. การค้าที่ดิน

บัญชีสอง เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศหรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจได้เมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ได้แก่

หมวด 1 ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ

  1. การผลิต การจำหน่าย และการซ่อมบำรุง
    (ก) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดินปืน วัตถุระเบิด
    (ข) ส่วนประกอบของอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด
    (ค) อาวุธยุทโธปกรณ์ เรือ อากาศยาน หรือยานพาหนะทางการทหาร
    (ง) อุปกรณ์หรือส่วนประกอบของอุปกรณ์สงครามทุกประเภท
  2. การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบิน ในประเทศ

หมวด 2 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี และหัตถกรรมพื้นบ้าน

  1. การค้าของเก่า หรือศิลปวัตถุ ซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรมของไทย
  2. การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก
  3. การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมไทย การทอผ้าไหมไทย หรือการพิมพ์ลวดลาย ผ้าไหมไทย
  4. การผลิตเครื่องดนตรีไทย
  5. การผลิตเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม เครื่องทองลงหิน หรือเครื่องเขิน
  6. การผลิตถ้วยชามหรือเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นศิลปวัฒนธรรมไทย

หมวด 3 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม

  1. การผลิตน้ำตาลจากอ้อย
  2. การทำนาเกลือ รวมทั้งการทำเกลือสินเธาว์
  3. การทำเกลือหิน
  4. การทำเหมือง รวมทั้งการระเบิดหรือย่อยหิน
  5. การแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย

บัญชีสาม เป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจได้เมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้แก่

  1. การสีข้าว และการผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่
  2. การทำการประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  3. การทำป่าไม้จากป่าปลูก
  4. การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือฮาร์ดบอร์ด
  5. การผลิตปูนขาว
  6. การทำกิจการบริการทางบัญชี
  7. การทำกิจการบริการทางกฎหมาย
  8. การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม
  9. การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม
  10. การก่อสร้าง ยกเว้น
    (ก) การก่อสร้างสิ่งซึ่งเป็นการให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชนด้านการ สาธารณูปโภคหรือการคมนาคมที่ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยี หรือความชำนาญในการก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป
    (ข) การก่อสร้างประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  11. การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น
    (ก) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งสินค้าเกษตรหรือตราสารทางการเงินหรือ หลักทรัพย์
    (ข) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหรือจัดหาสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการผลิตหรือการให้บริการของวิสาหกิจในเครือเดียวกัน
    (ค) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขาย จัดซื้อหรือจัดจำหน่ายหรือจัดหา ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อการจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ผลิต ในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป
    (ง) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  12. การขายทอดตลาด ยกเว้น
    (ก) การขายทอดตลาดที่มีลักษณะเป็นการประมูลซื้อขายระหว่างประเทศที่มิใช่การประมูลซื้อขายของเก่า วัตถุโบราณ หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงาน ศิลปกรรม หัตถกรรม หรือโบราณวัตถุของไทย หรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
    (ข) การขายทอดตลาดประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  13. การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย โดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศ
  14. การค้าปลีกสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำรวมทั้งสิ้นน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท หรือที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่ายี่สิบล้านบาท
  15. การค้าส่งสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท
  16. การทำกิจการโฆษณา
  17. การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม
  18. การนำเที่ยว
  19. การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม
  20. การทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช
  21. การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง

ก่อนเลือกเส้นทาง FBL ควรเทียบอีกสองช่องทางของนักลงทุนต่างชาติ คือการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนหากยังไม่ต้องการมีรายได้ในไทย และการขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับ BOI หากกิจการเข้าข่ายประเภทที่ได้รับส่งเสริม

การนำเที่ยวเป็นธุรกิจในบัญชีสามของ FBL ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเพิ่มอีกใบก่อนเริ่มให้บริการ

หลักเกณฑ์การพิจารณาใบอนุญาต FBL

หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต

การอนุมัติใบอนุญาตจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น:

  • ผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
  • ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม
  • การส่งเสริมการจ้างงานในประเทศ
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • ขนาดและลักษณะของกิจการ

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL)

ในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ผู้ประกอบการชาวต่างชาติควรทราบข้อกำหนดสำคัญดังต่อไปนี้

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 25% ของค่าเฉลี่ยรายจ่ายต่อปี (จากประมาณการ 3 ปี) และต้อง ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท

ตัวเลขนี้ต้องสมเหตุสมผล และสอดคล้องกับแผนธุรกิจ (Business Plan)

การดำรงเงินทุน

เงินลงทุนที่นำเข้ามาในประเทศไทยต้องดำรงไว้ตลอดระยะเวลาที่ประกอบธุรกิจ

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน

ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถกู้เงินเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจได้

โดยต้องไม่เกินอัตราส่วน
ทุน : เงินกู้ = 1 : 7

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

กรณีธุรกิจบัญชี 2

  • คิดค่าธรรมเนียม 5 บาท ต่อ
  • ทุนจดทะเบียนทุก 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำ 40,000 บาท
  • สูงสุด 500,000 บาท

กรณีธุรกิจบัญชี 3

  • คิดค่าธรรมเนียม 5 บาท ต่อ
  • ทุนจดทะเบียนทุก 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำ 20,000 บาท
  • สูงสุด 250,000 บาท

กรรมการผู้รับผิดชอบ

ต้องมีกรรมการที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย อย่างน้อย 1 คน

รูปแบบการขอใบอนุญาต

การขอ FBL สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ
กรณีจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย

  • ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 3 ล้านบาท

กรณีใช้บริษัทต่างชาติยื่นขอ (Branch Office)

  • ต้องนำเงินลงทุนเข้าประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
  • และต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

เอกสารประกอบคำขอรับอนุญาต

  1. สำเนาหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล ซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับ ชื่อ จำนวนทุนและทุนชำระแล้ว รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ สัญชาติผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
  2. สำเนาหนังสือเดินทาง ใบสำคัญประจำคนต่างด้าว หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนที่ได้รับแต่งตั้ง
  3. คำรับรองของผู้ขอรับใบอนุญาต แสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาต กรรมการหรือผู้จัดการ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  4. แผนที่แสดงที่ตั้งโดยสังเขปของสถานที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
  5. หนังสือแจ้งรายละเอียดประเภทธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาต
  6. สำเนางบการเงินของสำนักงานใหญ่ 3 ปีย้อนหลัง พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทยในส่วนของธุรกิจที่ดำเนินงานในต่างประเทศ
  7. หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน
  8. กรณีเคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ต้องแนบเอกสารสำเนาใบอนุญาตเดิม สำเนางบการเงินในประเทศไทย 3 ปีย้อนหลัง และสำเนา ภ.ง.ด 50 ปีล่าสุด
  9. สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ หลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของผู้แทนที่ได้รับแต่งตั้ง

ระยะเวลาในการพิจารณาคำขอ

ภายหลังจากยื่นคำขอแล้ว ระยะเวลาในการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน

โดยผลการอนุมัติจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

“ระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย (ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะจัดตั้งบริษัทไทยเพื่อยื่นขอใบอนุญาต)”

การขยายระยะเวลาพิจารณา

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 60 วัน นับจากวันครบกำหนดเดิม

กรณีได้รับอนุมัติ

เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และออกใบอนุญาตให้ภายใน 15 วัน

บริการของเราครบวงจร

เราดูแลทุกขั้นตอนให้คุณแบบ End-to-End ให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการดำเนินงาน

วิเคราะห์ธุรกิจเชิงลึก

ประเมินว่าธุรกิจของคุณ เข้าข่ายต้องขอ FBL หรือไม่ พร้อมเสนอแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงทางเลือกอื่น (ถ้ามี)

วิเคราะห์และวางโครงสร้างบริษัท

ให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย

จัดทำเอกสารครบชุด

ดูแลตั้งแต่การแปลข้อมูล จัดเตรียม และจัดทำเอกสารคำขอทั้งหมด รวมถึง Business Plan ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพิจารณาอนุมัติ

ยื่นคำขอและประสานงานหน่วยงานรัฐ

ดำเนินการยื่นคำขอ พร้อมติดตามความคืบหน้า และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน

ติดตามผลการพิจารณา

เราดูแลจนกระทั่งทราบผลการพิจารณา ในกรณีได้รับอนุญาต ดำเนินการรับใบอนุญาต และจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ครบถ้วน

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

ระยะเวลา: กระบวนการทั้งหมด อย่างน้อยประมาณ 4 –6 เดือน

ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและความซับซ้อน

IGB Corporation ผู้ให้บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

|

แบบฟอร์มส่งข้อมูลหาเรา

FAQ เกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL)

นิติบุคคลลักษณะใดถือเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542?

ตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คำว่า “คนต่างด้าว” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงนิติบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรือการควบคุมตามที่กฎหมายกำหนดด้วย โดยหลัก ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย แต่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของคนต่างด้าว ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย นิติบุคคลไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าว ทำให้สถานะความเป็นคนต่างด้าวส่งต่อไปยังนิติบุคคลนั้นได้ ดังนั้น บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยไม่ได้หมายความว่าจะเป็น “บริษัทไทย” เสมอไป ต้องพิจารณาโครงสร้างการถือหุ้นและสถานะของผู้ถือหุ้นด้วย

หากเป็น ธุรกิจบริการที่อยู่ในบัญชี 3 ของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจ โดยยื่นขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และในกรณีตามมาตรา 17 ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อนที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพิจารณาอนุญาต ทั้งนี้ คำว่า “ธุรกิจบริการทั่วไป” ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะต้องขอ FBL เนื่องจากมีกิจการบางประเภทที่ได้รับยกเว้นหรือมีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแล จึงควรตรวจสอบลักษณะการให้บริการและประเภทกิจการก่อนยื่นคำขอ หากธุรกิจได้รับการส่งเสริม BOI และเข้าหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อาจใช้ หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBC) แทนการขอ FBL ได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

จริง แต่เป็นสิทธิพิเศษตาม Treaty of Amity ไม่ใช่การยกเว้นกฎหมายทั้งหมด ผู้ประกอบการสัญชาติอเมริกันที่มีคุณสมบัติตามสนธิสัญญาสามารถถือหุ้นข้างมากหรือถือหุ้น 100% ในธุรกิจบางประเภท และได้รับการยกเว้นข้อจำกัดด้านการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหลายประการ อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจและกิจกรรมบางประเภทที่ไม่อยู่ภายใต้สิทธิพิเศษดังกล่าว และต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเช่นเดิม

มีความเสี่ยงสูงและถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยผู้ให้ความช่วยเหลือหรือถือหุ้นแทนอาจมีความผิดตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งให้เลิกการถือหุ้นหรือการร่วมประกอบธุรกิจดังกล่าวได้ ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 มีการตรวจสอบเอกสารทางการเงินและโครงสร้างการลงทุน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและกรรมการ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางมากขึ้น ดังนั้น ไม่ควรใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากธุรกิจมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรวางโครงสร้างการลงทุนให้ถูกต้อง เช่น ขอ FBL, ใช้สิทธิ BOI หรือใช้สิทธิตามกฎหมาย/สนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น

การประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งให้เลิกการประกอบธุรกิจหรือเลิกกิจการได้ หากฝ่าฝืนคำสั่งศาล อาจมีโทษปรับเพิ่มเติมวันละ 10,000–50,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ทั้งนี้ หากมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือช่วยเหลือเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจมีความผิดและได้รับโทษเช่นเดียวกัน

FBL = ขออนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ FBC = รับรองสิทธิในการประกอบธุรกิจที่เกิดจาก BOI หรือสนธิสัญญาที่กฎหมายรองรับ ดังนั้น หากบริษัท ได้รับ BOI แล้ว และธุรกิจอยู่ในข่ายที่ต้องใช้สิทธิตามกฎหมายคนต่างด้าว โดยทั่วไปจะใช้เส้นทาง FBC แทนการยื่นขอ FBL อีกครั้ง

หากคำขอ FBL ไม่ได้รับอนุญาต ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเหตุผลของคำสั่งก่อน โดยสามารถ อุทธรณ์ภายใน 30 วัน หากมีเหตุผลและข้อเท็จจริงที่สามารถโต้แย้งได้ หรือปรับโครงสร้างโครงการและยื่นคำขอใหม่ตามหลักเกณฑ์ นอกจากนี้ หากธุรกิจเข้าเกณฑ์ BOI อาจพิจารณาขอรับการส่งเสริม BOI และใช้สิทธิในการประกอบธุรกิจผ่าน FBC แทน FBL ทั้งนี้ ควรพิจารณาสาเหตุที่ถูกปฏิเสธและลักษณะธุรกิจเป็นรายกรณี

การได้รับ FBL มาพร้อมเงื่อนไขที่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง เช่น ต้องนำเงินทุนขั้นต่ำเข้ามาในประเทศไทยภายในระยะเวลาหรือเป็นไปตามงวดที่กฎหมายกำหนด รักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีกรรมการหรือผู้รับผิดชอบที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และประกอบธุรกิจเฉพาะในขอบเขตและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข อาจมีคำสั่งให้แก้ไข และในกรณีที่ไม่ดำเนินการตามที่กำหนด อาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตได้

การจ้างพนักงานต่างชาติของบริษัทที่ได้รับ FBL ยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตทำงานทั่วไป โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปกำหนดอัตราส่วน เงินลงทุน 2 ล้านบาทต่อคนต่างชาติ 1 คน และพนักงานไทยประจำ 4 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน ทั้งนี้ ต้องพิจารณาคุณสมบัติของบริษัท ตำแหน่งงาน และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย การได้รับ FBL ไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้นหรือผ่อนผันอัตราส่วนดังกล่าวโดยอัตโนมัติ แตกต่างจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI ซึ่งมีหลักเกณฑ์เฉพาะในการอนุมัติตำแหน่งและนำผู้เชี่ยวชาญหรือช่างฝีมือต่างชาติเข้ามาทำงานภายใต้สิทธิ BOI ดังนั้น ธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหลายรายควรพิจารณาประเด็นนี้ประกอบการตัดสินใจเลือกระหว่าง FBL กับ BOI ตั้งแต่เริ่มวางโครงสร้างธุรกิจ

โดยหลัก หากบริษัทต่างด้าวปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นจนมีสถานะเป็นบริษัทไทยและไม่เข้าข่าย “คนต่างด้าว” ตามกฎหมาย บริษัทจะไม่ต้องอาศัย FBL ในการประกอบธุรกิจอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นการลงทุนจริงและไม่เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทน รวมถึงควรดำเนินการเกี่ยวกับสถานะ FBL กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ถูกต้องก่อนประกอบธุรกิจภายใต้โครงสร้างใหม่