บริการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์

ดำเนินการขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์และพิโกพลัสอย่างครบวงจร พร้อมที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

ตั้งแต่การวางโครงสร้างธุรกิจ การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือหุ้นและกรรมการ การจัดเตรียมเอกสาร การจัดทำแผนธุรกิจ การยื่นคำขอ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐจนได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หากคุณต้องการเริ่มต้นธุรกิจสินเชื่อรายย่อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่ประชาชนในลักษณะธุรกิจปกติและต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบ ส่งผลให้เกิดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบซึ่งมีต้นทุนทางการเงินสูงและสร้างปัญหาหนี้สินในระยะยาว ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย เป็นธรรม และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ

เหตุผลที่ต้องขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์

ทำไมต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์

การดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อโดยไม่มีใบอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี รวมถึงไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจได้

การได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ

  • ประกอบธุรกิจสินเชื่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กิจการ
  • ได้รับการกำกับดูแลตามมาตรฐานของภาครัฐ
  • ขยายธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการเงินในอนาคต
  • สร้างรายได้จากธุรกิจที่มีความต้องการสูงในตลาด
  • มีส่วนช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชน

ลักษณะของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์

ประเภทของพิโกไฟแนนซ์

1. พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance)

ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

สิทธิในการดำเนินธุรกิจ

  • แบบมีหลักประกัน (บุคคลค้ำประกัน จดจำนองที่ดิน และหลักประกันทางธุรกิจ) ไม่เกิน 33% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก
  • แบบไม่มีหลักประกัน (การวางโฉนดที่ดิน จำนะทะเบียนรถ และ clean loan) ไม่เกิน 36% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก

2. พิโกพลัส (Pico Finance Plus)

ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

สิทธิในการดำเนินธุรกิจ

  • แบบมีหลักประกัน (บุคคลค้ำประกัน จดจำนองที่ดิน และหลักประกันทางธุรกิจ) ไม่เกิน 33% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก
  • แบบไม่มีหลักประกัน (การวางโฉนดที่ดิน จำนาทะเบียนรถ และ clean loan) ไม่เกิน 36% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก

สรุปความแตกต่างระหว่างพิโกไฟแนนซ์ - พิโกพลัส

หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ
ประเภทพิโกไฟแนนซ์
ประเภทพิโกพลัส
ประเภทนิติบุคคลที่ขออนุญาต
บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
วงเงินสินเชื่อ
ไม่เกิน 50, 000 บาท
ไม่เกิน 100,000 บาท
ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว (กรณีบริษัทจำกัด) หรือเงินลงหุ้น (กรณีห้างหุ้นส่วน)
ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท
ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ย อัตรากำไรจากการให้สินเชื่อดอกเบี้ยผิดนักชำระ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใด (แบบลดต้นลดดอก)
แบบมีหลักประกัน ไม่เกิน 33% ต่อปี
– ที่ดิน (จดทะเบียนจำนอง) บุคคลค้ำประกัน และหลักประกันทางธุรกิจ
แบบไม่มีหลักประกัน ไม่เกิน 36% ต่อปี
– การวางโฉนดที่ดิน การวางสมุดคู่มือ จดทะเบียนรถเพื่อเป็นการประกันชำระหนี้ และ Clean Loan
– วงเงิน 50,000 บาทแรก
แบบมีหลักประกัน ไม่เกิน 33% ต่อปี
แบบไม่มีหลักประกัน ไม่เกิน 36% ต่อปี
– วงเงินที่เกิน 50,000 บาท
ไม่เกิน 28% ต่อปี

ควรเลือกพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส?

  • หากต้องการเริ่มต้นธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในระดับพื้นฐานและมีเงินลงทุนไม่สูงมาก พิโกไฟแนนซ์ ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากใช้ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเพียง 5 ล้านบาท และสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย
  • ในขณะที่ พิโกพลัส เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพทางการเงินมากขึ้น ต้องการให้บริการสินเชื่อในวงเงินสูงขึ้น และต้องการขยายฐานลูกค้า โดยสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อราย ภายใต้กรอบอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด
  • การเลือกประเภทใบอนุญาตที่เหมาะสมควรพิจารณาจากเงินทุน โครงสร้างธุรกิจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และแผนการเติบโตของกิจการในระยะยาว เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐ

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์

ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ/ขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส  (Pico Finance หรือ Pico Plus) จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยผู้ขออนุญาตต้องจัดตั้งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • บริษัทจำกัด

นอกจากการมีสถานะเป็นนิติบุคคลแล้ว ผู้ขออนุญาตยังต้องมีคุณสมบัติสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารกิจการ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล

คุณสมบัติด้านผู้ถือหุ้นและกรรมการ

ผู้ประกอบการที่ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส ควรมีโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐ ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างชาติสามารถถือหุ้นในกิจการได้ แต่ต้องถือหุ้นรวมกันไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน
  • บุคคลต่างชาติสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทได้แต่ไม่สามารถเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลได้
  • โครงสร้างการบริหารต้องมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและผู้ถือหุ้นได้อย่างชัดเจน

การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดปัญหาในการพิจารณาคำขอและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์จากกระทรวงการคลัง

ลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น

นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานของนิติบุคคลแล้ว กรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัส จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น

  1. เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
  2. เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต
  3. เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์หรือพิโกไฟแนนซ์พลัส) ที่รัฐมนตรีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
  4. เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ตามที่ สศศ. ประกาศกำหนด

ความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนยื่นคำขอ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้การขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์ล่าช้าหรือไม่ได้รับอนุญาต คือการมีผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ก่อนยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัส ควรมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหารทุกคนอย่างละเอียด รวมถึงเตรียมเอกสารรับรองคุณสมบัติและเอกสารประกอบต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขออนุญาต

เอกสารที่ใช้ในการขอใบอนุญาตพิโก

เอกสารนิติบุคคล

กรณีบริษัทจำกัด

  • แบบคำขออนุญาตประกอบสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (บริษัท)
  • ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมรายละเอียดวัตถุประสงค์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • หนังสือบริคณห์สนธิ (ทุกฉบับ)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี) หรือรายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ.3)
  • รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ (บอจ.4) ทุกฉบับ
  • สำเนารายงานการประชุมของบริษัทที่มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้บริษัทประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ พร้อมระบุประเภทสินเชื่อ พิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส แล้วแต่กรณี และจังหวัดที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจให้ชัดเจน

กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด

  • แบบคำขออนุญาตประกอบสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (ห้างหุ้นส่วน)
  • คำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
  • รายการจดทะเบียน (หส.2) ทุกฉบับ
  • แบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัท (สสช.1)
  • รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  • สำเนารายงานการประชุมของห้างหุ้นส่วนที่มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ห้างหุ้นส่วนประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ พร้อมระบุประเภทสินเชื่อ พิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส แล้วแต่กรณี และจังหวัดที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจให้ชัดเจน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
  • สำนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • ผลการตรวสอบประวัติอาชญากรรม
  • แบบรับรองคุณสมบัติกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการทุกคนไม่มีลักษณะต้องห้าม
  • แบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นทุกคนไม่มีลักษณะต้องห้าม
  • กรณีบริษัทดำเนินธุรกิจแล้ว: งบการเงินที่รับรองโดยผู้สอบบัญชีปีล่าสุด โดยมี ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตามประเภทใบอนุญาตว่าต้องการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส
  • กรณีบริษัทจัดตั้งใหม่: หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์มีจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท ตามประเภทใบอนุญาตว่าต้องการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส (มีอายุไม่เกิน 15 วัน ก่อนวันยื่นคำขออนุญาต)
  • แผนการดำเนินธุรกิจการให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับตามแบบที่กำหนด
  • ภาพถ่ายสำนักงานและสำนักงานสาขา (ถ้ามี) และแผนที่ตั้งโดยละเอียด
  • ชื่อที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อผู้สอบบัญชีและประวัติการตรวจสอบบริษัทอย่างน้อย 5 ราย โดยผู้สอบบัญชีต้องลงลายมือชื่อรับรองในเอกสารทุกหน้า
  • สำเนาใบอนุญาตผู้สอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีต้องลงลายมือชื่อรับรองในเอกสาร

หน้าที่ของผู้ได้รับใบอนุญาต

  • ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดดำเนินกิจการภายใน 1 ปี หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส)
  • ต้องแจ้งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังทราบถึงการเปิดสำนักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดทำการสำนักงานสาขาดังกล่าว
  • ต้องแจ้งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังทราบหากประสงค์จะย้ายสำนักงานสาขาหรือปิดสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ให้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสได้เฉพาะในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่
  • ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัด หรือ มีภูมิลำเนาเดียวกับผู้ให้กู้
  • ต้องปิดประกาศ ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ ก่อนที่ผู้บริโภคจะตกลงใช้บริการภายในวันเดียวที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสได้ประกาศหรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดดังกล่าว
  • ส่งรายงานและข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลตามกำหนด

ขั้นตอนการให้บริการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส

ขั้นตอนที่ 1 ปรึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ

เราเริ่มต้นด้วยการรับฟังแผนธุรกิจและวัตถุประสงค์ของลูกค้า พร้อมวิเคราะห์ความเหมาะสมในการขอใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นและกรรมการ

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส

ทีมงานจะตรวจสอบรายละเอียดของบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหาร ที่จะขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส เพื่อประเมินว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังหรือไม่ พร้อมให้คำแนะนำในการปรับโครงสร้างหากจำเป็น

ขั้นตอนที่ 3 จัดตั้งบริษัท/ห้างหุ้นส่วนหรือปรับโครงสร้างนิติบุคคล (หากยังไม่มี)

หากลูกค้ายังไม่มีนิติบุคคล หรือบริษัทเดิมยังไม่พร้อมสำหรับการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส IGB Corporation สามารถดำเนินการจัดตั้งบริษัท จำกัด หรือห้างหุ้นส่วน จำกัดรวมถึงแก้ไขโครงสร้างทุน ผู้ถือหุ้น และวัตถุประสงค์ของบริษัทที่จะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การขออนุญาต

ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมเอกสารและจัดทำแผนธุรกิจ

ทีมงานจะจัดทำและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) และเอกสารประกอบการพิจารณาการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส เพื่อให้คำขอมีความครบถ้วนและมีความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงในการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือปฏิเสธคำขอ

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นคำขอต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

IGB Corporation ดำเนินการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส ต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการพิจารณา

ขั้นตอนที่ 6 ติดตามผลและประสานงานกับหน่วยงานราชการ

ระหว่างการพิจารณา หากหน่วยงานมีข้อซักถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ทีมงานจะดำเนินการประสานงาน จัดเตรียมข้อมูล และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่น

ขั้นตอนที่ 7 รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส และเตรียมความพร้อมก่อนเปิดดำเนินธุรกิจ

เมื่อได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสแล้ว เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาต เช่น การจัดทำประกาศอัตราดอกเบี้ย การเตรียมเอกสารภายใน การแจ้งเปิดสาขา และข้อกำหนดอื่น ๆ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 8 ดูแลและให้คำปรึกษาหลังได้รับใบอนุญาต

บริการของเราไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้รับใบอนุญาต แต่ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ถือหุ้น การเพิ่มทุน การเปิดหรือย้ายสาขา ตลอดจนการดำเนินงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจของท่านดำเนินงานได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

บริการขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส แบบ One Stop Service

01

ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและหลักเกณฑ์การขออนุญาต

02

วิเคราะห์โครงสร้างผู้ถือหุ้นและคุณสมบัติของผู้บริหาร

03

จัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน (กรณียังไม่ได้จัดตั้ง)

04

จัดทำแผนธุรกิจตามรูปแบบที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำหนด

05

จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารประกอบคำขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส

06

ยื่นคำขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส และประสานงานกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

07

ติดตามผลการพิจารณาและแก้ไขเอกสารเพิ่มเติมตามที่หน่วยงานร้องขอ

08

ดูแลจนได้รับใบอนุญาตอนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส และพร้อมเริ่มดำเนินธุรกิจ

เริ่มต้นธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัสอย่างมั่นใจ

การขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสมีรายละเอียดด้านกฎหมาย และเอกสารจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุญาต

ติดต่อทีมงาน IGB Corporation วันนี้