รับขอใบอนุญาตร้านอาหาร หรือสถานที่จำหน่ายอาหาร สะสมอาหาร

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษา
เกี่ยวกับบริการขอใบอนุญาตร้านอาหารได้

ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านการขอใบอนุญาตร้านอาหารกับหน่วยงานราชการ IGB Corporation พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจของท่านเริ่มดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

บริการขอใบอนุญาตร้านอาหารและสถานที่จำหน่ายอาหาร

การขอใบอนุญาตร้านอาหาร

การประกอบธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาหารในประเทศไทย นอกจากผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร การบริหารจัดการร้าน การบริการ และภาพลักษณ์ของธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ การขอใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร” หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนเริ่มประกอบกิจการ

ไม่ว่าธุรกิจของท่านจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก ร้านอาหารขนาดใหญ่ ร้านคาเฟ่ ร้านเครื่องดื่ม หรือสถานที่เก็บรักษาอาหารเพื่อการจำหน่าย การขอใบอนุญาตร้านอาหารจากหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้านสาธารณสุขและข้อกำหนดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การขออนุญาตร้านอาหารแบ่งออกเป็น 2 กรณี

ความหมายของสถานที่จำหน่ายอาหาร และสถานที่สะสมอาหาร

ก่อนดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจร้านอาหาร ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจนิยามของสถานที่ตามกฎหมาย ดังนี้

ความหมายของสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร

สถานที่จำหน่ายอาหาร

หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ที่หรือทางสาธารณะ ซึ่งจัดไว้เพื่อประกอบหรือปรุงอาหารจนสำเร็จ และจำหน่ายให้ผู้ซื้อสามารถบริโภคได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในสถานที่หรือซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นก็ตาม

สถานที่สะสมอาหาร

หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ที่หรือทางสาธารณะ ซึ่งจัดไว้สำหรับเก็บอาหาร ทั้งในลักษณะอาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารประเภทอื่น ๆ ที่ผู้ซื้อต้องนำไปประกอบหรือปรุงเพื่อบริโภคในภายหลัง

ผู้มีสิทธิยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร

การขอรับใบอนุญาตร้านอาหารสามารถดำเนินการได้ทั้งในนาม “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล” โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรณีบุคคลธรรมดา

ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ “จดทะเบียนพาณิชย์” (ทะเบียนการค้า) ก่อนยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร โดยวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนต้องระบุว่าเป็นการประกอบกิจการร้านอาหาร หรือกิจการจำหน่ายอาหาร ทั้งนี้ สำเนาทะเบียนพาณิชย์จะใช้เป็นเอกสารประกอบในการยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร

กรณีนิติบุคคล

หนังสือรับรองนิติบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการร้านอาหาร การจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่ม

ในกรณีที่สถานประกอบการมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์ หรือไวน์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องขอ “ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา” จากกรมสรรพสามิตเพิ่มเติม นอกเหนือจากใบอนุญาตร้านอาหาร คลิกเพื่อดูรายละเอียดการขออนุญาตจำหน่ายสุรา

สถานที่ยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร

กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตร้านอาหารต่อสำนักงานเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่

กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ต่างจังหวัด

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตร้านอาหารต่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่

เอกสารเบื้องต้นที่ใช้ในการยื่นคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร

1. เอกสารเกี่ยวกับผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร

กรณีบุคคลธรรมดา

  1. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
    โดยต้องระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการร้านอาหาร หรือการจำหน่ายอาหาร
    หมายเหตุ: กรณียังไม่ได้จดทะเบียนพานิชย์ ควรปรึกษาทีมงานก่อนดำเนินการ เพื่อให้ตรวจสอบความต้องการของสำนักงานเขตแต่ละพื้นที่
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอรับใบอนุญาตร้านอาหาร

กรณีนิติบุคคล

  1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    โดยต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการร้านอาหาร หรือจำหน่ายอาหาร
    หมายเหตุ: กรณียังไม่ได้จดวัตถุประสงค์ควรปรึกษาทีมงานก่อนดำเนินการ เพื่อให้ตรวจสอบข้อกำหนดของสำนักงานเขตแต่ละพื้นที่
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคล
  1. สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งสถานประกอบการร้านอาหาร
  2. หนังสือยินยอมให้ใช้อาคาร หรือสำเนาสัญญาเช่าจากเจ้าของสถานที่
  3. แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการร้านอาหารโดยสังเขป
  4. แผนผัง หรือภาพถ่ายบริเวณภายในและภายนอกของสถานประกอบการร้านอาหาร
  5. สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร
    (กรณีอาคารก่อสร้างหลังพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และผู้ยื่นเป็นเจ้าของสถานที่)
  6. หลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร ที่แสดงว่าอาคารสามารถใช้ประกอบกิจการตามที่ขออนุญาตได้ (กรณีเป็นเจ้าของสถานที่)
  1. ผลการตรวจสุขภาพ หรือใบรับรองแพทย์ของผู้สัมผัสอาหาร
    โดยต้องรับรองว่าไม่มีโรคติดต่อหรือไม่เป็นพาหะของโรคติดต่อ 9 โรค ได้แก่
    • วัณโรค
    • อหิวาตกโรค
    • ไข้รากสาดน้อย
    • โรคบิด
    • ไข้สุกใส
    • โรคคางทูม
    • โรคเรื้อน
    • โรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ
    • โรคตับอักเสบจากไวรัส
  1. สำเนาวุฒิบัตรผ่านการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารของกรุงเทพมหานคร (ต้องมีอย่างน้อย 1 คน)
  2. หนังสือรับรองผ่านการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารของกรุงเทพมหานครของผู้ยื่นคำขอตามจำนวนผู้สัมผัสอาหาร

หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเอง)

อัตราค่าธรรมเนียมของทางราชการ

กรณีร้านอาหาร/สถานที่จำหน่ายอาหารมีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร

(ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร)

โดยคำนวณพื้นที่เป็นจำนวนเต็ม ปัดเศษทิ้ง และรวมแล้วไม่เกิน 4,800 บาท

กรณีร้านอาหาร/สถานที่จำหน่ายอาหารมีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร

(หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร)

โดยคำนวณพื้นที่เป็นจำนวนเต็ม ปัดเศษทิ้ง และรวมแล้วไม่เกิน 1,500 บาท

อายุของใบอนุญาตร้านอาหาร

ใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”  หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

หน้าที่ของผู้ประกอบการภายหลังได้รับใบอนุญาตร้านอาหาร

ดูแลสถานประกอบการร้านอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

ผู้ประกอบการต้องจัดสถานที่ให้ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะและเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดตามลักษณะของกิจการ

ขอใบแทนกรณีสูญหายหรือชำรุด

หากใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร” หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร”) สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบแทนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ

  • กรณีสูญหาย ต้องมีเอกสารแจ้งความจากสถานีตำรวจ
  • กรณีชำรุด ต้องนำใบอนุญาตฉบับเดิมมาแสดง

ทั้งนี้ ใบแทนจะมีอายุเท่ากับระยะเวลาคงเหลือของใบอนุญาตร้านอาหารเดิม

แสดงใบอนุญาตร้านอาหารไว้ในที่เปิดเผย

ผู้รับใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”  หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) ต้องแสดงใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองไว้ในจุดที่มองเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ

แจ้งเลิกกิจการ

หากเลิกดำเนินกิจการ ผู้รับใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”  หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) ต้องยื่นคำขอเลิกกิจการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ต่ออายุใบอนุญาตร้านอาหารภายในกำหนด

ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตร้านอาหาร พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตร้านอาหารสิ้นอายุ หากยื่นล่าช้าหลังใบอนุญาตร้านอาหารหมดอายุ อาจมีค่าปรับเพิ่มเติม

ขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตร้านอาหาร

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตร้านอาหาร (“ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร” หรือ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการให้บริการรับขอใบอนุญาตร้านอาหาร

เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ประเภทใบอนุญาตร้านอาหาร

ทีมงานให้คำปรึกษาเบื้องต้น พร้อมตรวจสอบรายละเอียดของธุรกิจ เช่น

  • ประเภทร้านอาหาร
  • ขนาดพื้นที่ของสถานประกอบการ
  • ลักษณะการประกอบกิจการ
  • รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล)

เพื่อประเมินว่าธุรกิจของท่านต้องดำเนินการ

  • ขอหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร (พื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร)
  • หรือขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร (พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร)

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเอกสารและความพร้อมของกิจการ

ทีมงานตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อนยื่นคำขอ ได้แก่

  • ทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรองบริษัท
  • วัตถุประสงค์ของกิจการ
  • เอกสารสิทธิการใช้สถานที่
  • เอกสารด้านอาคาร
  • เอกสารผู้สัมผัสอาหาร
  • เอกสารด้านสุขาภิบาลอาหาร

หากพบเอกสารที่ต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติม ทีมงานจะแจ้งรายละเอียดและให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 3 ให้คำแนะนำในการเตรียมสถานประกอบการ

ก่อนยื่นคำขอ ทีมงานช่วยให้คำแนะนำในการเตรียมสถานประกอบการเพื่อเพิ่มความพร้อมก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่ เช่น

  • การจัดพื้นที่ประกอบอาหาร
  • ระบบสุขาภิบาล
  • การจัดการขยะ
  • การระบายอากาศ
  • จุดล้างมือ
  • ห้องน้ำ
  • ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานท้องถิ่น

ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมเอกสารและแบบฟอร์มคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร

เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน ทีมงานดำเนินการ

  • จัดทำแบบคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร
  • จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร
  • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ
  • จัดเรียงเอกสารตามรูปแบบที่หน่วยงานราชการกำหนด

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นคำขอใบอนุญาตร้านอาหารต่อหน่วยงานราชการ

ทีมงานดำเนินการยื่นคำขอ พร้อมติดตามสถานะการพิจารณาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะนัดหมายเข้าตรวจสถานประกอบการ

ขั้นตอนที่ 6 ประสานงานการตรวจสถานประกอบการ

เมื่อเจ้าหน้าที่กำหนดวันตรวจ ทีมงานช่วยประสานงาน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมสถานที่และเอกสาร เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างราบรื่น

หากเจ้าหน้าที่มีข้อเสนอแนะหรือให้ปรับปรุงเพิ่มเติม ทีมงานจะให้คำแนะนำในการดำเนินการแก้ไขจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์

ขั้นตอนที่ 7 รับใบอนุญาตร้านอาหารและส่งมอบให้ลูกค้า

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ทีมงานดำเนินการ

  • ชำระค่าธรรมใบอนุญาตร้านอาหาร
  • รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง
  • ตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียด
  • ส่งมอบเอกสารให้ลูกค้า
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายภายหลังได้รับอนุญาต

FAQ เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตร้านอาหาร

ร้านอาหารทุกประเภทจำเป็นต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?

หากเป็นการประกอบกิจการจำหน่ายอาหารในสถานที่ที่มิใช่ตลาดหรือทางสาธารณะ โดยมีการประกอบหรือปรุงอาหารเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค โดยทั่วไปจะเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตร้านอาหาร (”ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”หรือ”หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”) ตามกฎหมาย

ต้องขออนุญาตเช่นเดียวกัน โดยหากพื้นที่สถานประกอบการไม่เกิน 200 ตารางเมตร จะต้องยื่นขอ “หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร”

โดยทั่วไปจะพิจารณาจากพื้นที่ใช้สอยของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการร้านอาหาร เช่น พื้นที่ให้บริการลูกค้า พื้นที่เตรียมอาหาร และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการร้านอาหาร ทั้งนี้รายละเอียดการคำนวณอาจแตกต่างกันตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่

สามารถดำเนินการได้ โดยผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ทะเบียนการค้า) ก่อน และวัตถุประสงค์ต้องระบุเกี่ยวกับการประกอบกิจการร้านอาหารหรือจำหน่ายอาหาร

กรณีดำเนินการในนามนิติบุคคล หนังสือรับรองบริษัทต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการร้านอาหาร การจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่ม รวมถึงเอกสารของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเอกสารของสถานประกอบการร้านอาหาร

ต้องขอ “ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา” จากกรมสรรพสามิตเพิ่มเติม เนื่องจากใบอนุญาตร้านอาหาร (ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร และ หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร)  ไม่ครอบคลุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ใบอนุญาตร้านอาหาร (ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร และ หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร) มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

หากยื่นต่ออายุหลังใบอนุญาตร้านอาหารหมดอายุ อาจมีค่าปรับเพิ่มเติม และในบางกรณีอาจต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่ตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานท้องถิ่น

ผู้ประกอบการควรยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตร้านอาหารภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและปัญหาในการดำเนินกิจการ

ต้องดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตร้านอาหาร (ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร หรือ หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร) ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อให้ข้อมูลในใบอนุญาตเป็นปัจจุบันและถูกต้อง

ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตร้านอาหาร (ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร หรือ หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย พร้อมแนบเอกสารแจ้งความจากสถานีตำรวจ

โดยหลักแล้ว ผู้ประกอบการควรได้รับใบอนุญาตร้านอาหาร (ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร หรือ หนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร) ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มดำเนินกิจการ เพื่อป้องกันปัญหาด้านกฎหมายและการถูกสั่งระงับการประกอบกิจการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากเข้าข่ายเป็นสถานที่สำหรับเก็บอาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารประเภทต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ อาจเข้าข่ายเป็น “สถานที่สะสมอาหาร” ซึ่งต้องขออนุญาตตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

โดยทั่วไปจะต้องมีเอกสารแสดงสิทธิการใช้สถานที่ เช่น สัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่หน่วยงานราชการกำหนด

ในหลายกรณี เจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสอบสถานที่จริง เพื่อพิจารณาด้านสุขลักษณะ ระบบระบายน้ำ ความสะอาด การจัดการขยะ และความเหมาะสมของสถานที่ก่อนออกใบอนุญาต

ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตแยกตามสถานที่ตั้งของแต่ละสาขา เนื่องจากใบอนุญาตผูกกับสถานประกอบการแต่ละแห่ง

สามารถดำเนินการได้ ในรูปแบบการถือหุ้นในนิติบุคคล ภายใต้โครงสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย

หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสถานประกอบการ เช่น การขยายพื้นที่ การเปลี่ยนผังร้าน หรือการเปลี่ยนประเภทกิจการ ควรปรึกษาหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาว่าต้องแก้ไขใบอนุญาตร้านอาหารหรือยื่นคำขอเพิ่มเติมหรือไม่

สามารถมอบอำนาจให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการแทนได้ โดยจัดทำหนังสือมอบอำนาจและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน

สอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายปรึกษา

เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตร้านอาหารและการจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารได้ที่