รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา
พร้อมดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การตรวจค้นเครื่องหมายการค้า การจัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการติดตามผลการพิจารณา และมีบริการให้คำปรึกษาด้านการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้า
เราให้ความสำคัญกับการวางแผนและการตรวจสอบความพร้อมของเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และเพิ่มโอกาสในการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นชื่อแบรนด์ โลโก้ สัญลักษณ์ คำขวัญ หรือองค์ประกอบทางการตลาดอื่น ๆ ล้วนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าทางธุรกิจและช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม การมีเครื่องหมายการค้าที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคุ้มครองตามกฎหมาย เจ้าของธุรกิจอาจเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนแบบ การถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออาจสูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายที่สร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมาเป็นเวลานาน
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยคุ้มครองสิทธิของเจ้าของแบรนด์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
เครื่องหมายการค้า (Trademark) คือ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ คำ ข้อความ ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ รูปทรง สี เสียง หรือองค์ประกอบอื่นใดที่ใช้กับสินค้าและบริการ เพื่อแสดงความแตกต่างจากสินค้าและบริการของผู้อื่น และได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ผู้ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าและบริการที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้
สามารถดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่นำเครื่องหมายไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เครื่องหมายการค้าถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถซื้อขาย โอนสิทธิ หรือให้สิทธิใช้ประโยชน์ (Licensing) ได้
ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าทางธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจออนไลน์ และการขยายตลาดไปต่างประเทศ
เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าเพื่อแสดงความแตกต่างจากสินค้าของบุคคลอื่น
ตัวอย่าง: มาม่า, บรีส, กระทิงแดง
เครื่องหมายที่ใช้กับบริการ เพื่อแสดงความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น
ตัวอย่าง: โรงแรม สายการบิน ธนาคาร บริษัทที่ปรึกษา
เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับ สินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้น
ตัวอย่าง: Halal, เชลล์ชวนชิม, แม่ช้อยนางรำ
เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน
ตัวอย่าง: ตราช้างของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
เครื่องหมายการค้าที่จะได้รับการจดทะเบียนต้องมีคุณสมบัติครบ 3 ประการ ดังนี้
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยนั้น เครื่องหมายที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจะต้องมี “ลักษณะบ่งเฉพาะ” ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า กล่าวคือ ต้องเป็นเครื่องหมายที่สามารถทำให้ประชาชนหรือผู้บริโภคทราบและเข้าใจได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายดังกล่าวมีความแตกต่างจากสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น
ลักษณะบ่งเฉพาะเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแหล่งที่มาของสินค้าและบริการได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นายทะเบียนใช้ประกอบการพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เช่น
นอกจากนี้ แม้เครื่องหมายการค้าจะไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรง แต่หากเจ้าของเครื่องหมายสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้มีการใช้ จำหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค และทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมโยงเครื่องหมายดังกล่าวกับสินค้าหรือบริการของตนได้โดยเฉพาะ เครื่องหมายนั้นก็อาจได้รับการพิจารณาให้มีลักษณะบ่งเฉพาะและสามารถจดทะเบียนการค้าได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
นอกจากเครื่องหมายการค้าจะต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมายแล้ว เครื่องหมายดังกล่าวจะต้องไม่เข้าข่ายเป็น “เครื่องหมายต้องห้าม” ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ซึ่งกำหนดลักษณะของเครื่องหมายที่ไม่สามารถรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ เพื่อป้องกันการนำสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสำคัญของประเทศ หน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ หรือเครื่องหมายที่อาจก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนมาใช้ในทางการค้า
ตัวอย่างเครื่องหมายที่กฎหมายห้ามรับจดทะเบียน ได้แก่
การตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามหรือไม่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เนื่องจากหากเครื่องหมายมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 นายทะเบียนมีอำนาจปฏิเสธคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ทันที แม้เครื่องหมายการค้านั้นจะมีลักษณะบ่งเฉพาะหรือถูกใช้งานในทางการค้ามาเป็นเวลานานก็ตาม
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบและวิเคราะห์เครื่องหมายการค้าอย่างรอบคอบก่อนยื่นคำขอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
หนึ่งในหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะต้องไม่เป็นเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ก่อนแล้ว จนอาจก่อให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค
ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า นายทะเบียนจะไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว
หากเครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีลักษณะเหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ก่อน ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือสินค้าต่างจำพวกกัน แต่เป็นสินค้าที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน ก็จะถูกปฏิเสธการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้
(2) เครื่องหมายที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว
แม้เครื่องหมายจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่หากมีความคล้ายคลึงกันในด้านการออกเสียง การสะกดคำ รูปแบบตัวอักษร ภาพ โลโก้ สี หรือองค์ประกอบโดยรวม จนอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้าของสินค้า หรือแหล่งกำเนิดของสินค้า นายทะเบียนก็มีอำนาจปฏิเสธการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น
ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ควรดำเนินการตรวจค้นฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงว่าเครื่องหมายที่ต้องการใช้อาจซ้ำหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีผู้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วหรือไม่
การตรวจค้นล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ประกอบการ
ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ป้องกันข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาในอนาคต
ปรับปรุงเครื่องหมายการค้าให้มีโอกาสจดทะเบียนมากขึ้น
ดังนั้นการตรวจสอบความซ้ำหรือความคล้ายของเครื่องหมายการค้าจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย
จากกระบวนการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้
ยื่นขอรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะตรวจสอบ
โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือน ในการพิจารณา (ประมาณ 11-12 เดือน)
ผลการพิจารณาอาจเป็น
เครื่องหมายการค้าจะเข้าสู่ขั้นตอนประกาศโฆษณา
ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย
เมื่อได้รับคำสั่งรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเป็นเวลา 60 วัน หากไม่มีผู้คัดค้าน จะออกคำสั่งภายใน 15 วัน ให้ชำระค่าธรรมเนียม
ผู้ขอต้องชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน
เมื่อผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ภายใน 15 วัน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ออกเลขทะเบียนเครื่องหมายการค้าและจัดส่งหนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้าให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า | ค่าธรรมเนียมราชการ (บาท) |
|---|---|
เครื่องหมาย 1 จำพวกสินค้า/บริการ (ไม่เกิน 5 รายการ) | 1,000 |
เครื่องหมาย 1 จำพวกสินค้า/บริการ (มากกว่า 5 รายการ) | 9,000 |
ค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับอนุมัติให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า | ค่าธรรมเนียมราชการ (บาท) |
|---|---|
เครื่องหมาย 1 จำพวกสินค้า/บริการ (ไม่เกิน 5 รายการ) | 600 |
เครื่องหมาย 1 จำพวกสินค้า/บริการ (มากกว่า 5 รายการ) | 5,400 |
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมราชการเป็นอัตราที่เรียกเก็บโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา
โดยทั่วไปการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยอาจใช้เวลาประมาณ 12 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ เจ้าของธุรกิจ SME หรือองค์กรที่ต้องการขยายแบรนด์ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคือการลงทุนเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางธุรกิจที่คุ้มค่าในระยะยาว
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว