ดูแลครบวงจร ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่เริ่มจ้างงานจนดำเนินการเรียบร้อย
เราให้บริการด้านประกันสังคมตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจสอบเอกสาร จัดเตรียมแบบฟอร์ม ยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง แจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน และการขอ Username และ Password เพื่อใช้งานระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม
การขึ้นทะเบียนประกันสังคม ถือเป็นหน้าที่สำคัญของนายจ้างตามกฎหมายไทย เมื่อกิจการมีการจ้าง “ลูกจ้าง” ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง และขึ้นทะเบียนลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และนำส่งเงินสมทบให้กับกองทุนประกันสังคม เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามระบบประกันสังคมของประเทศไทย
การขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ลดความเสี่ยงด้านค่าปรับ ปัญหาด้านแรงงาน และข้อพิพาททางกฎหมายในอนาคต
การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน อยู่ภายใต้กฎหมายสำคัญ ได้แก่
นายจ้างมีหน้าที่ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแจ้งข้อมูลพนักงานเข้า–ออก และนำส่งเงินสมทบประกันสังคมอย่างถูกต้อง
หากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงอาจมีเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับเพิ่มเติมจากสำนักงานประกันสังคม
การขึ้นทะเบียนนายจ้างไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทจำกัดเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการทุกประเภทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
รวมถึงกรณีที่เจ้าของกิจการหรือบริษัทเป็นชาวต่างชาติ และมีการจ้างพนักงานในประเทศไทย ก็มีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างเช่นเดียวกัน
ยื่นขอขึ้นทะเบียนสถานประกอบการกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อขอเลขทะเบียนนายจ้าง
ปัจจุบัน เมื่อเจ้าของกิจการได้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) แล้ว ระบบจะเชื่อมข้อมูลเพื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมโดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนในการดำเนินการด้านเอกสารได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบจะขึ้นทะเบียนนายจ้างให้อัตโนมัติ แต่เมื่อกิจการเริ่มมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างยังคงมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้ประกันตนและเงินสมทบประกันสังคมตามกฎหมาย
เมื่อนายจ้างเริ่มจ้างพนักงาน ลูกจ้างทุกคนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย จะต้องถูกขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ประกันตน” กับสำนักงานประกันสังคม ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มจ้างงาน
หากมีการรับพนักงานใหม่เพิ่มเติมในภายหลัง นายจ้างก็ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่ภายใน 30 วันเช่นเดียวกัน
นายจ้างและลูกจ้างมีหน้าที่ร่วมกันนำส่งเงินสมทบประกันสังคมเป็นรายเดือนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ในแต่ละเดือน นายจ้างจะต้องดำเนินการดังนี้
โดยต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้า อาจมีเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับตามกฎหมาย
เมื่อมีพนักงานเข้าใหม่ ลาออก หรือสิ้นสุดการจ้างงาน นายจ้างมีหน้าที่แจ้งสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง
หลังจากขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว นายจ้างสามารถใช้งานระบบออนไลน์ของสำนักงานประกันสังคม (e-Service) เพื่อจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น เช่น
นายจ้างสามารถยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
ในการยื่นครั้งแรก โดยทั่วไปจำเป็นต้องยื่นเอกสารกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อขอ Username และ Password สำหรับใช้งานระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม หลังจากนั้น นายจ้างสามารถดำเนินการส่วนใหญ่ผ่านระบบออนไลน์ได้
กรณีเจ้าของกิจการเป็นชาวต่างชาติ ให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแทนบัตรประชาชน
ใช้แบบแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03/1)
แม้ว่าระบบจะเชื่อมข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทกับสำนักงานประกันสังคมโดยอัตโนมัติ แต่หน้าที่ในการดูแลข้อมูลลูกจ้าง การแจ้งเข้า–ออกพนักงาน และการนำส่งเงินสมทบ ยังคงเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างโดยตรง
ดังนั้น การดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดปัญหาด้านแรงงาน ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมั่นใจและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
หากคุณต้องการขึ้นทะเบียนประกันสังคม ขึ้นทะเบียนนายจ้าง แจ้งผู้ประกันตน หรือปรึกษาด้านแรงงานและเอกสารบริษัท
ทีมงานของเราพร้อมดูแลและให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นจนดำเนินการเสร็จเรียบร้อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว