โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายธุรกิจ การจัดตั้งนิติบุคคล และการดำเนินงานกับหน่วยงานราชการโดยตรง
ให้บริการด้านการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจสอบความพร้อมของธุรกิจ การเตรียมเอกสาร การจัดทำแบบฟอร์ม การวางหลักประกัน แนะนำด้านประกันภัย ไปจนถึงการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและติดตามผลกับกรมการท่องเที่ยว
เรามุ่งเน้นการให้บริการที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านเอกสารหรือข้อกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อาหาร และเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลในแต่ละปี
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ทะเล ภูเขา น้ำตก อุทยานแห่งชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เมืองเก่า วัด พิพิธภัณฑ์ และอุทยานประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภาครัฐยังมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ธุรกิจนำเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจเข้าสู่ธุรกิจประเภทนี้
อย่างไรก็ตาม การประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมาย ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องได้รับ “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว” จากกรมการท่องเที่ยวก่อนเริ่มดำเนินกิจการ เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวและสร้างมาตรฐานในการประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว จะมีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และ/หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 “ธุรกิจนำเที่ยว” หมายถึง การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว หรือเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยมีการจัดบริการหรืออำนวยความสะดวกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น
ดังนั้น หากกิจการของท่านมีลักษณะเป็นการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว จัดทริป หรืออำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว ย่อมอาจเข้าข่ายเป็น “ธุรกิจนำเที่ยว” ซึ่งต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนดำเนินกิจการ
ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ทั้งในรูปแบบ “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล”
ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
นิติบุคคลที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องมีคุณสมบัติดังนี้
โดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือการท่องเที่ยว
หากต้องการดำเนินธุรกิจนำเที่ยวในรูปแบบนิติบุคคล ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง มิฉะนั้นอาจไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้
หากมีเว็บไซต์ หรือจำหน่ายโปรแกรมท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวควรดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวตามวงเงินและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มี “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ” สำหรับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทาง โดยมีเงื่อนไขดังนี้
และกรมธรรม์ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
เมื่อดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคล (ในกรณีต้องการดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล) จดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และจัดทำประกันภัยตามที่กำหนดในข้อ 3 เรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อกรมการท่องเที่ยวได้
ตามกฎกระทรวง ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางเงินหลักประกันกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่
2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ (Domestic)
3. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากต่างประเทศ (Inbound)
4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound)
อายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและค่าธรรมเนียม
การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวกับกรมการท่องเที่ยว จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ทั้งในกรณี “นิติบุคคล” และ “บุคคลธรรมดา” โดยรายละเอียดเอกสารอาจมีความแตกต่างกันตามลักษณะของผู้ประกอบการ รูปแบบสำนักงาน และประเภทของสิทธิในการใช้สถานที่
1. เอกสารผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
1.1 กรณีบริษัท
1.2 กรณีห้างหุ้นส่วน
1.3 กรณีบุคคลธรรมดา
2. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจนำเที่ยว
ต้องมีประกันอุบัติเหตุสำหรับ นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว
โดยมีวงเงินคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด และกรมธรรม์ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ยื่นคำขอประกอบธุรกิจนำเที่ยว
3. รูปถ่ายสถานประกอบการ
รูปถ่ายภายใน – ภายนอกสำนักงาน พร้อมป้ายชื่อสำนักงานและเลขที่ตั้งอย่างชัดเจน
4. แผนที่โดยสังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงาน
5. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ ที่ใช้เป็นสำนักงาน
5.1 กรณีใช้สถานที่ของบุคคลอื่น โดยไม่เสียค่าเช่า
กรณีผู้ให้ใช้สถานที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องใช้เอกสารดังนี้
กรณีผู้ให้ใช้สถานที่เป็นนิติบุคคลต้องใช้เอกสารดังนี้
5.2 กรณีเช่า
กรณีผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาต้องใช้เอกสารดังนี้
กรณีผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคลต้องใช้เอกสารดังนี้
6. หลักประกันธุรกิจนำเที่ยว สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ โดยเลือกแบบใดแบบหนึ่ง ได้แก่
6.1 หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ตามแบบที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด
6.2 เงินสด โดยนำเงินสดไปเปิดบัญชีเงินฝาก ในนาม “กรมการท่องเที่ยว เพื่อ….(ชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยว)” แล้วนำ สมุดบัญชีเงินฝากส่งมอบให้แก่นายทะเบียน เพื่อออกหลักฐาน การรับหลักประกันที่เป็นเงินสดให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
7. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไว้ในจุดที่เห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ ผู้ประกอบการต้องแจ้งต่อนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เช่น
การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีรายละเอียดด้านกฎหมายและเงื่อนไขหลายประการ ทั้งในเรื่องการจัดตั้งธุรกิจ คุณสมบัติของผู้ประกอบการ โครงสร้างผู้ถือหุ้น การวางหลักประกัน การจัดทำประกันภัย รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอรับอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจทำให้การพิจารณาล่าช้า หรือไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้
IGB Corporation พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน การให้บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถเริ่มดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย
ทีมงานจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมวิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการ เช่น
เพื่อให้ลูกค้าเลือกประเภทใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ
ทีมงานตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนยื่นคำขอ ได้แก่
หากพบประเด็นที่ต้องแก้ไข ทีมงานจะให้คำแนะนำและดำเนินการปรับปรุงก่อนยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ทีมงานให้คำแนะนำในการเตรียมสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว เช่น
รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำประกันภัยและการวางหลักประกันตามประเภทของใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน ทีมงานจะดำเนินการ
เพื่อให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน
ทีมงานดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อกรมการท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานะการพิจารณา และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือให้แก้ไขรายละเอียด
ระหว่างการพิจารณา ทีมงานจะติดตามความคืบหน้าของคำขออย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานราชการ และแจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าทราบเป็นระยะ หากมีข้อแก้ไขเพิ่มเติม ทีมงานจะช่วยดำเนินการเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อกรมการท่องเที่ยวอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแล้ว ทีมงานจะดำเนินการวางหลักประกัน ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียด และส่งมอบให้แก่ลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับ
เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามกฎหมาย
ช่วยลดความผิดพลาดด้านเอกสารและข้อกฎหมาย
ประหยัดเวลาในการดำเนินการกับหน่วยงานราชการ
มีทีมงานคอยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นจริง
ให้คำแนะนำตามลักษณะธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย
ดูแลและติดตามงานจนแล้วเสร็จ
เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจนำเที่ยวของท่านสามารถเริ่มดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในการประกอบธุรกิจ
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมี 4 ประเภท ได้แก่ 1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ สามารถจัดนำเที่ยวได้เฉพาะจังหวัดที่จดทะเบียนและจังหวัดข้างเคียงที่ระบุไว้ 2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ (Domestic) สามารถจัดนำเที่ยวได้ทั่วประเทศโดยให้บริการได้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ 3. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากต่างประเทศ (Inbound) สำหรับนำนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยไม่ครอบคลุมจัดนำเที่ยวไปยังต่างประเทศ โดยให้บริการได้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ 4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) สามารถจัดนำเที่ยวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบการควรเลือกประเภทใบอนุญาตให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ กลุ่มลูกค้า และแผนการให้บริการ เนื่องจากประเภทใบอนุญาตที่เลือกมีผลต่อขอบเขตการประกอบธุรกิจและจำนวนหลักประกันที่ต้องวางตามที่กฎหมายกำหนด
อัตราหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยวขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาต โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทเฉพาะพื้นที่ 3,000 บาท ประเภทในประเทศ (Domestic) 15,000 บาท ประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศ (Inbound) 30,000 บาท และประเภทนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) 60,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเลือกประเภทใบอนุญาตให้สอดคล้องกับลักษณะและขอบเขตการให้บริการของธุรกิจ
หากเป็นการประกอบธุรกิจจัดนำเที่ยวหรือขายแพ็กเกจทัวร์เพื่อแสวงหากำไร แม้ดำเนินการผ่าน Facebook เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์ ก็ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนดำเนินกิจการ เนื่องจากช่องทางออนไลน์ไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้นจากกฎหมายธุรกิจนำเที่ยว ทั้งนี้ ใบอนุญาตต้องเลือกให้สอดคล้องกับลักษณะและขอบเขตการให้บริการของธุรกิจ
โดยทั่วไป หากจำหน่ายเฉพาะบัตรโดยสารเครื่องบินหรือ Voucher ที่พัก โดยไม่ได้จัดหรือดำเนินการนำเที่ยวเอง ไม่เข้าข่าย “ธุรกิจนำเที่ยว” แต่ต้องพิจารณาลักษณะการให้บริการและรูปแบบการจำหน่ายเป็นรายกรณี หากมีการจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวหรือจัดบริการนำเที่ยวร่วมกับที่พัก ตั๋วเครื่องบิน หรือบริการอื่นเพื่อจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว จะเข้าข่ายธุรกิจนำเที่ยวและต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย
ธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่กำหนดให้คนไทยมีสัดส่วนการถือหุ้นและการบริหารตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในสัดส่วนที่กำหนด ในกรณีบริษัทจำกัด หุ้นไม่น้อยกว่า 51% ต้องถือโดยคนไทย และมีกรรมการเป็นคนไทยเกินกึ่งหนึ่ง ชาวต่างชาติจึงสามารถร่วมลงทุนได้ภายใต้เงื่อนไขและสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ การใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือหุ้นของคนต่างด้าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจมีโทษทางอาญาและส่งผลต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต หากประสงค์จะประกอบธุรกิจต่อเนื่อง ต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อยื่นคำขอต่ออายุแล้ว สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งว่าไม่อนุญาตให้ต่ออายุ ทั้งนี้ ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
โดยทั่วไป ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่สามารถทำหน้าที่แทนมัคคุเทศก์ได้ หากกิจกรรมนั้นเป็นการนำเที่ยวที่กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการควรจัดให้มีมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามประเภทและพื้นที่ที่ให้บริการ โดยมัคคุเทศก์ต้องมีใบอนุญาตและปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
การจัดทำประกันภัยสำหรับธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มี กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ สำหรับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทาง โดยกรมธรรม์ต้องมีวงเงินคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ คุ้มครองไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บ คุ้มครองไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
หากธุรกิจมีหน้าที่ รับและจัดนำเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ควรขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศ (Inbound) ซึ่งครอบคลุมการจัดนำเที่ยวภายในประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม หากมีแผนในอนาคตที่จะ จัดนำเที่ยวให้คนไทยเดินทางไปต่างประเทศ แนะนำให้พิจารณาขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) ตั้งแต่แรก เนื่องจากมีขอบเขตการให้บริการครอบคลุมกว้างกว่า และช่วยลดความจำเป็นในการยื่นขอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตและดำเนินการเกี่ยวกับหลักประกันเพิ่มเติมในภายหลัง ทั้งนี้ ควรเลือกประเภทใบอนุญาตให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจและรูปแบบการให้บริการที่ต้องการดำเนินการจริง
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ได้ที่ สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ในพื้นที่ที่สำนักงานของผู้ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ โดยกรุงเทพมหานครยื่นที่สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขากรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานทะเบียนฯ สาขาที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น ระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ โดยทั่วไป 1-3 วัน
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ
การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว