บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายธุรกิจ การจัดตั้งนิติบุคคล และการดำเนินงานกับหน่วยงานราชการโดยตรง

ให้บริการด้านการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจสอบความพร้อมของธุรกิจ การเตรียมเอกสาร การจัดทำแบบฟอร์ม การวางหลักประกัน แนะนำด้านประกันภัย ไปจนถึงการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและติดตามผลกับกรมการท่องเที่ยว

เรามุ่งเน้นการให้บริการที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านเอกสารหรือข้อกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

การประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทย และความสำคัญของใบอนุญาต

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อาหาร และเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลในแต่ละปี

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ทะเล ภูเขา น้ำตก อุทยานแห่งชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เมืองเก่า วัด พิพิธภัณฑ์ และอุทยานประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภาครัฐยังมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ธุรกิจนำเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจเข้าสู่ธุรกิจประเภทนี้

อย่างไรก็ตาม การประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมาย ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องได้รับ “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว” จากกรมการท่องเที่ยวก่อนเริ่มดำเนินกิจการ เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวและสร้างมาตรฐานในการประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว จะมีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และ/หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ความหมายของธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 “ธุรกิจนำเที่ยว” หมายถึง การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว หรือเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยมีการจัดบริการหรืออำนวยความสะดวกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น

ความหมายของธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายไทย

ดังนั้น หากกิจการของท่านมีลักษณะเป็นการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว จัดทริป หรืออำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว ย่อมอาจเข้าข่ายเป็น “ธุรกิจนำเที่ยว” ซึ่งต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนดำเนินกิจการ

ผู้มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ทั้งในรูปแบบ “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล”

คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

กรณีบุคคลธรรมดา

ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
  3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์
  4. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  5. ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว เว้นแต่ถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

กรณีนิติบุคคล

นิติบุคคลที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือการท่องเที่ยว

  • กรณีห้างหุ้นส่วน หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องมีสัญชาติไทย
  • กรณีบริษัทจำกัด หุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องถือโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
  • กรรมการบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย

2. มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย

3. กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติ

  • มีสัญชาติไทย และอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์
  • ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่อยุ่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว เว้นแต่ถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

ขั้นตอนการการดำเนินการในการประกอบธุรกิจนำเที่ยว

1. การจดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด)

หากต้องการดำเนินธุรกิจนำเที่ยวในรูปแบบนิติบุคคล ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง มิฉะนั้นอาจไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้

หากมีเว็บไซต์ หรือจำหน่ายโปรแกรมท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวควรดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวตามวงเงินและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

การจัดทำประกันภัยสำหรับธุรกิจนำเที่ยว

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มี “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ” สำหรับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างการเดินทาง โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ วงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทต่อคน
  • กรณีบาดเจ็บ วงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคน

และกรมธรรม์ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

เมื่อดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคล (ในกรณีต้องการดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล) จดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และจัดทำประกันภัยตามที่กำหนดในข้อ 3 เรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อกรมการท่องเที่ยวได้

4.1 ประเภทของใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และจำนวนเงินหลักประกัน

ตามกฎกระทรวง ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางเงินหลักประกันกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่

  • วางหลักประกันจำนวน 3,000 บาท
  • สามารถประกอบธุรกิจได้เฉพาะจังหวัดที่จดทะเบียน และจังหวัดข้างเคียงที่ระบุไว้

2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ (Domestic)

  • วางหลักประกันจำนวน 15,000 บาท
  • สามารถจัดนำเที่ยวได้ทั่วประเทศไทย
  • ไม่สามารถนำเที่ยวต่างประเทศได้
  • ให้บริการได้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

3. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากต่างประเทศ (Inbound)

  • วางหลักประกันจำนวน 30,000 บาท
  • สำหรับการนำนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
  • สามารถดำเนินธุรกิจได้ทั่วประเทศไทย
  • ไม่สามารถนำเที่ยวออกต่างประเทศได้
  • ให้บริการได้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound)

  • วางหลักประกันจำนวน 60,000 บาท
  • สามารถดำเนินธุรกิจนำเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและค่าธรรมเนียม

  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอายุ 2 ปี
  • ค่าธรรมเนียมขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 1,000 บาท ทุก 2 ปี

4.2 เอกสารและหลักฐานเบื้องต้นสำหรับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวกับกรมการท่องเที่ยว จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ทั้งในกรณี “นิติบุคคล” และ “บุคคลธรรมดา” โดยรายละเอียดเอกสารอาจมีความแตกต่างกันตามลักษณะของผู้ประกอบการ รูปแบบสำนักงาน และประเภทของสิทธิในการใช้สถานที่

1. เอกสารผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

1.1 กรณีบริษัท

  1. สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลผู้ยื่นคำขอ อายุไม่เกิน 6 เดือน โดยต้องระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  2. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ล่าสุด
  3. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  4. ข้อบังคับบริษัท หรือรายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
  5. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ.3)
  6. เอกสารประจำตัวของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม
    • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
    • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) กรณีต่างชาติ
    • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ–สกุล กรรมการ (ถ้ามี)
  1. ตัวอย่างรอยตราประทับบริษัท

1.2 กรณีห้างหุ้นส่วน

  1. สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลผู้ยื่นคำขอ อายุไม่เกิน 6 เดือน โดยต้องระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  2. สำเนารายการจดทะเบียนจัดตั้ง (ห.ส.2)
  3. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน
  4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ–สกุล ผู้เป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี)
  5. ตัวอย่างรอยตราประทับห้างหุ้นส่วน

1.3 กรณีบุคคลธรรมดา

  1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ–สกุล บุคคลธรรมดา (ถ้ามี)

2. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจนำเที่ยว
ต้องมีประกันอุบัติเหตุสำหรับ นักท่องเที่ยว  มัคคุเทศก์  และผู้นำเที่ยว

โดยมีวงเงินคุ้มครองดังนี้ที่กฏหมายกำหนด และกรมธรรม์ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ยื่นคำขอประกอบธุรกิจนำเที่ยว

3. รูปถ่ายสถานประกอบการ

รูปถ่ายภายใน – ภายนอกสำนักงาน พร้อมป้ายชื่อสำนักงานและเลขที่ตั้งอย่างชัดเจน

4. แผนที่โดยสังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงาน

5. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ ที่ใช้เป็นสำนักงาน

5.1 กรณีใช้สถานที่ของบุคคลอื่น โดยไม่เสียค่าเช่า

กรณีผู้ให้ใช้สถานที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องใช้เอกสารดังนี้

  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ

กรณีผู้ให้ใช้สถานที่เป็นนิติบุคคลต้องใช้เอกสารดังนี้

  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัทเจ้าของสถานที่ อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านกรรมการบริษัทเจ้าของสถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ

5.2 กรณีเช่า

กรณีผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาต้องใช้เอกสารดังนี้

  • สำเนาสัญญาเช่า
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของบ้านผู้ให้เช่า

กรณีผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคลต้องใช้เอกสารดังนี้

  • สำเนาสัญญาเช่า
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัทผู้ให้เช่า อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนกรรมการบริษัทผู้ให้เช่า

6. หลักประกันธุรกิจนำเที่ยว สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ โดยเลือกแบบใดแบบหนึ่ง ได้แก่
6.1 หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ตามแบบที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด

6.2 เงินสด โดยนำเงินสดไปเปิดบัญชีเงินฝาก ในนาม “กรมการท่องเที่ยว เพื่อ….(ชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยว)” แล้วนำ สมุดบัญชีเงินฝากส่งมอบให้แก่นายทะเบียน เพื่อออกหลักฐาน การรับหลักประกันที่เป็นเงินสดให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

7. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

5.1. แสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในสถานประกอบการ

ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไว้ในจุดที่เห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

5.2. แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ ผู้ประกอบการต้องแจ้งต่อนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เช่น

  • เปลี่ยนชื่อบุคคลหรือนิติบุคคล
  • เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงาน
  • เปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ
  • เพิ่มหรือยกเลิกสำนักงานสาขา
  • เปลี่ยนกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการ

ขั้นตอนการให้บริการรับขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีรายละเอียดด้านกฎหมายและเงื่อนไขหลายประการ ทั้งในเรื่องการจัดตั้งธุรกิจ คุณสมบัติของผู้ประกอบการ โครงสร้างผู้ถือหุ้น การวางหลักประกัน การจัดทำประกันภัย รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอรับอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจทำให้การพิจารณาล่าช้า หรือไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้

IGB Corporation พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน การให้บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถเริ่มดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ความพร้อมของธุรกิจ

ทีมงานจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมวิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการ เช่น

  • รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล)
  • ประเภทของใบอนุญาตที่เหมาะสม
  • คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  • ประเภทของธุรกิจนำเที่ยวที่ต้องการดำเนินการ
  • จำนวนเงินหลักประกันที่ต้องวางตามประเภทใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

เพื่อให้ลูกค้าเลือกประเภทใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจและเอกสาร

ทีมงานตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนยื่นคำขอ ได้แก่

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมระบุวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง
  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • คุณสมบัติของกรรมการ
  • สถานที่ตั้งสำนักงาน
  • เอกสารสิทธิการใช้สำนักงาน
  • เอกสารประกันภัย
  • หลักประกันธุรกิจนำเที่ยว

หากพบประเด็นที่ต้องแก้ไข ทีมงานจะให้คำแนะนำและดำเนินการปรับปรุงก่อนยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ขั้นตอนที่ 3 เตรียมความพร้อมของสำนักงานและเอกสารประกอบ

ทีมงานให้คำแนะนำในการเตรียมสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว เช่น

  • การจัดทำป้ายสำนักงาน
  • การถ่ายภาพสำนักงาน
  • การจัดทำแผนที่สังเขป
  • การจัดเตรียมเอกสารสิทธิการใช้สถานที่

รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำประกันภัยและการวางหลักประกันตามประเภทของใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมแบบคำขอและเอกสารประกอบคำขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน ทีมงานจะดำเนินการ

  • จัดทำแบบคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  • จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวทุกฉบับ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
  • จัดเรียงเอกสารตามรูปแบบที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด

เพื่อให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อกรมการท่องเที่ยว

ทีมงานดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อกรมการท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานะการพิจารณา และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือให้แก้ไขรายละเอียด

ขั้นตอนที่ 6 ติดตามผลและประสานงานจนได้รับการอนุมัติ

ระหว่างการพิจารณา ทีมงานจะติดตามความคืบหน้าของคำขออย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานราชการ และแจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าทราบเป็นระยะ หากมีข้อแก้ไขเพิ่มเติม ทีมงานจะช่วยดำเนินการเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น

ขั้นตอนที่ 7 รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและให้คำปรึกษาหลังได้รับอนุมัติ

เมื่อกรมการท่องเที่ยวอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแล้ว ทีมงานจะดำเนินการวางหลักประกัน ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียด และส่งมอบให้แก่ลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับ

  • การแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ณ สำนักงาน
  • การรักษาสถานภาพใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  • การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวทุก 2 ปี
  • การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทหรือสำนักงาน
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามกฎหมาย

บริการของ IGB Corporation

เหตุผลที่ควรใช้บริการกับเรา

ช่วยลดความผิดพลาดด้านเอกสารและข้อกฎหมาย

ประหยัดเวลาในการดำเนินการกับหน่วยงานราชการ

มีทีมงานคอยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นจริง

ให้คำแนะนำตามลักษณะธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย

ดูแลและติดตามงานจนแล้วเสร็จ

เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจนำเที่ยวของท่านสามารถเริ่มดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในการประกอบธุรกิจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม