บริการรับขอใบอนุญาตร้านสปา และขอใบอนุญาตร้านนวด

ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

โดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการขอรับอนุญาตธุรกิจสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย พร้อมนำเวลาอันมีค่าของท่านไปบริหารจัดการด้านอื่นของธุรกิจได้อย่างเต็มที่

บริการขอใบอนุญาตสปาและร้านนวดเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบัน ธุรกิจร้านสปาและร้านนวดเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้มีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจลงทุนและเปิดกิจการด้านสุขภาพและความงามมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจประเภทนี้จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ผู้ประกอบการหลายท่านอาจยังไม่ทราบถึงขั้นตอน เงื่อนไข และรายละเอียดในการขออนุญาต หรือบางท่านแม้จะทราบขั้นตอนแล้ว แต่ไม่มีเวลาในการดำเนินการเอกสาร ติดต่อหน่วยงานราชการ และตรวจสอบความถูกต้องของสถานประกอบการด้วยตนเอง

ประเภทของธุรกิจสปาในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยนั้น มีการแบ่งประเภทของธุรกิจสปาออกเป็นหลายรูปแบบ โดยพิจารณาจากนิยามและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับสากลและภายในประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐาน รูปแบบการให้บริการ และการกำกับดูแลกิจการสปาอย่างเหมาะสม โดยสามารถแบ่งแนวทางการจำแนกประเภทของธุรกิจสปาได้จาก 3 องค์กรหลัก ดังนี้

1. การแบ่งประเภทสปาตามองค์กรสปาระหว่างประเทศ

International Spa Association (ISPA) เป็นองค์กรสปาระดับนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ มาตรฐาน และข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจสปา โดยได้แบ่งประเภทธุรกิจสปาออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้

1) Destination Spa

สถานบริการสปาที่มุ่งเน้นด้านการดูแลและส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ ผู้ใช้บริการจะต้องเข้าพักภายในสถานประกอบการ และเข้าร่วมกิจกรรมตามโปรแกรมที่สถานบริการกำหนด เช่น โปรแกรมผ่อนคลายความเครียด โปรแกรมดูแลสุขภาพจิต การทำสมาธิ หรือโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม

สปาประเภทนี้มักมีห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เพื่อรองรับการพักผ่อนและดูแลสุขภาพในระยะเวลาหลายวัน

2) Resort / Hotel Spa

สถานบริการสปาที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่พักตากอากาศ ซึ่งมักตั้งอยู่ในทำเลที่มีธรรมชาติสวยงาม เช่น ริมทะเล ภูเขา หรือแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ

สปาประเภทนี้มีขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าพักที่ต้องการผ่อนคลายจากความตึงเครียด ควบคู่กับการพักผ่อนภายในโรงแรมหรือรีสอร์ท

3) Day Spa / City Spa

สถานบริการสปาที่ให้บริการแบบสะดวก รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้บริการระหว่างวันได้โดยไม่จำเป็นต้องพักค้างคืน

โดยส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในเขตเมือง หรือย่านธุรกิจสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวก เน้นบริการนวดเพื่อความผ่อนคลาย การเสริมความงาม และการใช้น้ำมันหอมระเหย

สปาประเภทนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีเวลาจำกัด หรือผู้ที่ทำงานในเมือง

4) Medical Spa

สถานบริการสปาที่ผสมผสานศาสตร์ด้านสุขภาพเข้ากับการแพทย์ โดยมีการใช้เครื่องมือทางการแพทย์บางประเภท และอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สถานบริการประเภทนี้มักตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาล คลินิก หรือสถานพยาบาล

5) Mineral Spring Spa

สถานบริการสปาที่ตั้งอยู่บริเวณแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ หรือน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเน้นการบำบัดและส่งเสริมสุขภาพผ่านคุณสมบัติของน้ำแร่และน้ำพุร้อน

6) Club Spa

สถานบริการสปาที่ผสมผสานบริการด้านสุขภาพเข้ากับการออกกำลังกาย เช่น ฟิตเนส สโมสรสุขภาพ หรือศูนย์ออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการผ่อนคลายหลังการออกกำลังกาย

7) Cruise Ship Spa

สถานบริการสปาที่ตั้งอยู่บนเรือสำราญ โดยให้บริการควบคู่กับกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง

คณะอนุกรรมการมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาสถานบริการส่งเสริมสุขภาพ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้จำแนกธุรกิจสปาตามแนวคิดและองค์ความรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการ ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1) สปาแบบตะวันตก

เป็นสถานบริการสุขภาพที่ใช้ “น้ำ” เป็นองค์ประกอบหลักในการบำบัดและผ่อนคลาย โดยมีรูปแบบและมาตรฐานการให้บริการตามแนวทางของประเทศฝั่งตะวันตก

2) ไทยสบาย หรือ ไทยสัปปายะ

เป็นรูปแบบการให้บริการสุขภาพแบบไทยที่เน้นศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น การอบสมุนไพร การใช้ลูกประคบ และการนวดไทย

คำว่า “สบาย” มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีคำว่า “สัปปายะ” ซึ่งหมายถึง สิ่งหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ความสงบ และการดำรงสมาธิ

3) ไทยสปา

เป็นรูปแบบสปาที่มีลักษณะคล้ายกับสปาแบบตะวันตก แต่มีการประยุกต์ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาตะวันออกเข้ากับการให้บริการในสถานที่เดียวกัน เช่น การใช้สมุนไพรไทย การนวดไทย และศาสตร์การผ่อนคลายแบบเอเชีย

โดยถือเป็นรูปแบบสปาที่สะท้อนเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย และได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้พระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 ได้กำหนดรูปแบบของธุรกิจสปาและกิจการเพื่อสุขภาพไว้ 3 ประเภท ได้แก่

  • กิจการสปาเพื่อสุขภาพ
  • กิจการนวดเพื่อสุขภาพ
  • กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม

การแบ่งประเภทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการกำกับดูแลมาตรฐานการให้บริการ และการขออนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การประกอบกิจการร้านสปา และร้านนวดตามกฎหมาย

กิจการสปา

กิจการสปา หมายถึง การให้บริการเกี่ยวกับการดูแลและเสริมสร้างสุขภาพ โดยใช้การบำบัดด้วยน้ำ และการนวดร่างกายเป็นหลัก ร่วมกับบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงอีกอย่างน้อย 3 รายการ

บริการดังกล่าวอาจประกอบด้วย

  • การขัดผิวกาย
  • การขัดผิวหน้า
  • การใช้ผ้าห่มร้อน
  • การทำความสะอาดผิวกาย
  • การทำความสะอาดผิวหน้า
  • การทำสมาธิ
  • การนวดหน้า
  • การบริการอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
  • การบำรุงผิวกาย
  • การบำรุงผิวหน้า
  • การประคบด้วยความเย็น
  • การประคบด้วยหินร้อน
  • การปรับสภาพผิวหน้า
  • การแปรงผิว
  • การพอกผิวกาย
  • การพอกผิวหน้า
  • การพันตัว
  • การพันร้อน

กิจการนวดเพื่อสุขภาพ หรือนวดเพื่อเสริมความงาม

1. กิจการนวดเพื่อสุขภาพ (ร้านนวดเพื่อสุขภาพ)

กิจการนวดเพื่อสุขภาพหมายถึงการให้บริการนวดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความเมื่อยล้า และบรรเทาความเครียด ด้วยวิธีการต่าง ๆ

  • การกด
  • การคลึง
  • การบีบ
  • การจับ
  • การดัด
  • การดึง
  • การประคบ
  • การอบ
  • การนวดแผนไทย

ทั้งนี้ ต้องไม่มีสถานที่อาบน้ำให้บริการกับลูกค้า โดยการนวดเพื่อสุขภาพต้องไม่เป็นการรักษาโรค หรือกระทำในลักษณะที่เข้าข่ายการประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย

2. กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม

กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม หมายถึง การให้บริการเพื่อความสวยงาม โดยใช้วิธีการ

  • การกด
  • การคลึง
  • การบีบ
  • การจับ
  • การประคบ
  • การอบ
  • หรือวิธีการอื่นตามศาสตร์การนวดเพื่อเสริมความงาม

กิจการประเภทนี้ต้องไม่มีสถานที่อาบน้ำให้บริการ เว้นแต่เป็นกรณีดังต่อไปนี้

  • การให้บริการภายในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
  • การให้บริการในหน่วยบริการสาธารณสุขของหน่วยงานรัฐ
  • การให้บริการภายในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

ข้อกำหนดเบื้องต้นในการขอใบอนุญาตร้านสปา หรือใบอนุญาตร้านนวด

1. คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตร้านสปา หรือใบอนุญาตร้านนวด

ผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับเพศ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือการค้าประเวณี
  • ไม่เป็นผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือผู้ติดยาเสพติด
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
  • ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับถึงวันยื่นคำขอรับอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

ในกรณีที่เป็นกิจการสปา ต้องมี “ผู้ดำเนินการ” ที่ได้รับใบอนุญาต โดยต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • มีวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านบริการสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับรอง
  • ผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • ไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ
  • ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ และยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอรับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ

ผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  • มีวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • ไม่มีลักษณะต้องห้าม คือเป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถและเป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
  • ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ

1. ด้านชื่อสถานประกอบการ

  • ชื่อภาษาไทยต้องเป็นหลัก
  • หากมีภาษาอังกฤษ ต้องมีขนาดเล็กกว่า
  • ต้องระบุประเภทกิจการที่ขออนุญาตในป้ายเดียวกัน
  • ห้ามใช้ข้อความโอ้อวดเกินความจริง หรือทำให้เข้าใจว่าเป็นการบำบัดรักษาโรค
  • ห้ามใช้ข้อความสื่อความหมายลามกอนาจาร หรืออ้างอิงสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ชื่อในจังหวัดเดียวกันต้องไม่ซ้ำกัน ยกเว้นเป็นผู้ประกอบการเดียวกัน
  • ป้ายชื่อต้องติดไว้หน้าอาคารหรือตัวอาคารในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน

2. ลักษณะทั่วไปของสถานประกอบการ

  • ต้องแบ่งพื้นที่ชัดเจนหากอยู่ร่วมกับกิจการอื่นในอาคารเดียวกัน และจะต้องไม่ใช่สถานบริการที่เป็นสถานอาบน้ำหรือนวดตัว
  • ถ้ามีบริการหลายประเภท ต้องแบ่งแยก สัดส่วนชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐานของการให้บริการนั้นๆ
  • ต้องไม่มีช่องทางที่ผู้ให้บริการหรือผู้รับบริการไปมาหาสู่กับสถานบริการ
  • ถ้ามีการใช้น้ำในการให้บริการพื้นผิว ต้องทำด้วยวัสดุกันลื่น
  • พื้นที่ให้บริการต้องมีแสงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ และไม่มีกลิ่นอับทึบ
  • ห้องบริการเฉพาะบุคคลต้องไม่มิดชิดหรือลับตาจนเกินไป
  • มีระบบจัดการขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียที่เหมาะสม
  • มีระบบการควบคุมพาหะนำโรคตามหลักสุขาภิบาล
  • ต้องเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่
  • จัดให้มีห้องส้วม อ่างล้างมือ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและตู้เก็บเสื้อผ้าที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย เพียงพอ และต้องแยกส่วนสำหรับชายหญิง รวมทั้งจัดให้มีห้องอาบน้ำด้วยก็ได้

3. มาตรฐานด้านความปลอดภัย

  • มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่พร้อมใช้งาน
  • มีป้ายหรือข้อความเตือนผู้รับบริการในจุดเสี่ยง
  • มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และเครื่องมือทุกชนิดอย่างถูกสุขลักษณะทุกครั้งหลังใช้งาน
  • หากมีบริการที่ใกล้ชิดกับใบหน้าผู้รับบริการ ผู้ให้บริการต้องใส่หน้ากากอนามัย
  • มีระบบการเก็บและป้องกันการติดเชื้อจากขยะมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะและมีการควบคุมการติดเชื้อหรือการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้และติดตั้งเครื่องดับเพลิง ณ บริเวณเข้าออกหลัก อย่างน้อย 1 เครื่อง
  • การบริการเกี่ยวกับการอบไอน้ำ อบซาวน่า อ่างน้ำวน บ่อน้ำร้อนหรือน้ำเย็น ตลอดจนอุปกรณ์หรือบริการอื่นใดที่มีการใช้ความร้อนหรือความเย็น ต้องจัดให้มีผู้ให้บริการที่มีความรู้ ความเข้าใจและความชำนาญรับผิดชอบตรวจตราดูแลการใช้อุปกรณ์ มีนาฬิกาในตำแหน่งที่ผู้รับบริการสามารถมองเห็นและอ่านเวลาได้ชัดเจน มีระบบฉุกเฉินที่สามารถหยุดการทำงานของอุปกรณ์ได้ มีเครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติหรือเครื่องตั้งเวลา
  • ระมัดระวังมิให้ผู้รับบริการที่มีความเสี่ยงจากอายุหรือภาวะโรคประจำตัวมาใช้บริการซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในกรณีร้านนวด หรือในกรณีสปามีระบบคัดกรองผู้รับบริการที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเข้าใช้บริการในบางกรณีโดยห้ามสตรีมีครรภ์ ผู้ใช้ยาบางประเภทที่อาจเกิดปัญหาได้ ผู้ดื่มสุราของมึนเมาผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ เข้าใช้อุปกรณ์หรือบริการที่มีเสี่ยงต่อภาวะนั้น

นอกจากใบอนุญาตสปาแล้ว IGB ยังรับขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจทุกประเภท ให้คุณเปิดกิจการได้ครบถูกต้องในที่เดียว

4. มาตรฐานด้านการให้บริการ

  • ต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ และการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
  • ต้องแสดงรายการการให้บริการและอัตราค่าบริการไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ง่ายหรือตรวจสอบได้ และไม่จัดให้มีบริการอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
  • มีเครื่องแบบสำหรับผู้ให้บริการที่สะอาด สุภาพ รัดกุมและมีป้ายชื่อผู้ให้บริการติดบริเวณหน้าอก
  • ต้องเปิด-ปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ต้องจัดทำทะเบียนประวัติผู้รับบริการ

เอกสารเบื้องต้นที่ใช้ในการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

เอกสารของผู้ขอรับใบอนุญาต

กรณีบุคคลธรรมดา

กรณีนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)

เอกสารเกี่ยวกับผู้ดำเนินการ (กรณีขออนุญาตประกอบกิจการสปา)

เอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ

เอกสารเกี่ยวกับผู้ให้บริการ

เอกสารและแบบฟอร์มตามที่ราชการกำหนด

สถานที่ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

ต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

1. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา

2. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมความงาม

3. ค่าธรรมเนียมรายปีการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

หมายเหตุ : ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปีในปีแรก พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และให้ถือว่าวันที่ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปีในปีต่อ ๆ ไปตลอดระยะเวลาที่ยังประกอบกิจการอยู่

อายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

หน้าที่ภายหลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

  • ประกอบกิจการให้ตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาต
  • แสดงใบอนุญาตและหลักฐานชำระค่าธรรมเนียมไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ชัดเจน ณ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้น
  • ผู้ดำเนินการที่ประจำอยู่ แสดงชื่อในที่เปิดเผย
  • จัดทำทะเบียนประวัติผู้ดำเนินการและผู้ให้บริการ
  • รักษามาตรฐานของสถานประกอบการ
  • รับเฉพาะผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเข้าทำงาน
  • ห้ามโฆษณาเกินจริง ไม่โฆษณา โดยใช้ข้อความเป็นเท็จ โอ้อวด ว่าสามารถบำบัดรักษา หรือป้องกันโรคได้ โฆษณาให้เกิดความเข้าใจผิด สื่อในลักษณะลามกอนาจาร
  • ควบคุมมิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บริเวณใกล้เคียง
  • ห้ามมิให้แสดงเพื่อให้เลือกผู้ให้บริการ
  • ห้ามให้มีการค้าประเวณี หรือมีบริการที่ขัดต่อกฎหมายภายในสถานประกอบการ
  • ห้ามจำหน่ายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
  • ห้ามให้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
  • ห้ามให้ผู้ครองสติไม่ได้เข้าสถานประกอบการ
  • ห้ามนำอาวุธเข้าสถานประกอบการ

บทกำหนดโทษที่ผู้ประกอบการควรทราบ

ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการขอใบอนุญาตและการดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนไว้ ดังนี้

  • ใช้ชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือใช้ชื่อบังหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท
  • เปิดดำเนินกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
    มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ดังนั้น ก่อนเปิดดำเนินกิจการร้านสปา หรือร้านนวด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสปา หรือการขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านนวดเพื่อสุขภาพ หรือ การขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านนวดเพื่อเสริมความงาม การขึ้นทะเบียนผู้ดำเนินการ และการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ รวมถึงมาตรฐานของสถานประกอบการ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาว

ขั้นตอนการให้บริการรับขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

IGB Corporation ให้บริการรับดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแบบครบวงจร สำหรับร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และร้านนวดเพื่อเสริมความงาม โดยดูแลทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์รูปแบบธุรกิจ

ทีมงานจะสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น

  • ประเภทกิจการที่ต้องการขออนุญาต (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ หรือ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม)
  • ลักษณะการให้บริการ
  • ขนาดพื้นที่ใช้สอย
  • ทำเลที่ตั้งของสถานประกอบการ
  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือรูปแบบนิติบุคคล
  • จำนวนผู้ให้บริการและผู้ดำเนินการ

พร้อมวิเคราะห์ว่าธุรกิจเข้าข่ายประเภทใด และต้องดำเนินการด้านกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบคุณสมบัติของ

  • ผู้ขอรับใบอนุญาต (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ หรือ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม)
  • กรรมการบริษัทหรือผู้มีอำนาจลงนาม
  • ผู้ดำเนินการร้านสปา
  • ผู้ให้บริการนวดหรือพนักงาน

เพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานที่ และให้คำแนะนำในการปรับปรุง

ทีมงานจะตรวจสอบรายละเอียดของสถานที่ประกอบกิจการ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ หรือ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) เช่น

  • ผังพื้นที่ใช้สอย
  • การแบ่งสัดส่วนพื้นที่บริการ
  • ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • ระบบระบายอากาศ
  • ระบบความปลอดภัย
  • ป้ายชื่อสถานประกอบการ
  • มาตรฐานสุขาภิบาล

พร้อมให้คำแนะนำในการปรับปรุงสถานที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสาร

ดำเนินการจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ หรือ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) เช่น

  • เอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล
  • สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สัญญาเช่าสถานที่ หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือเอกสารกรรมสิทธิ์
  • แผนผังสถานประกอบการ
  • เอกสารผู้ดำเนินการและผู้ให้บริการ
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • แบบคำขอตามที่หน่วยงานกำหนด

พร้อมตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นคำขอใบอนุญาตต่อหน่วยงานราชการ

ดำเนินการยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
  • ต่างจังหวัด : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

รวมถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการ

ขั้นตอนที่ 6 ประสานงานและติดตามการตรวจสถานประกอบการ

ภายหลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสถานประกอบการเพื่อพิจารณาความถูกต้องตามมาตรฐาน

ทีมงานจะช่วย

  • ประสานวันตรวจ
  • เตรียมความพร้อมก่อนตรวจ
  • ให้คำแนะนำในการแก้ไขกรณีมีข้อสังเกตเพิ่มเติม

เพื่อเพิ่มความพร้อมในการผ่านการตรวจของหน่วยงานราชการ

ขั้นตอนที่ 7 รับใบอนุญาต และส่งมอบเอกสาร

เมื่อได้รับอนุมัติ ทีมงานจะดำเนินการรับใบอนุญาตและส่งมอบเอกสารให้แก่ลูกค้า พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติภายหลังได้รับใบอนุญาต เช่น

  • การแสดงใบอนุญาต
  • การชำระค่าธรรมเนียมรายปี
  • การรักษามาตรฐานสถานประกอบการ
  • ข้อควรระวังด้านกฎหมาย
  • การต่ออายุใบอนุญาตในอนาคต

ทำไมต้องใช้บริการกับ IGB Corporation

ช่องทางติดต่อเรา

สามารถติดต่อ IGB Corporation เพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ เรายินดีดูแลทุกขั้นตอน

FAQ เกี่ยวกับใบอนุญาตร้านสปาและร้านนวด

ร้านนวดกับสปาแตกต่างกันอย่างไรในทางกฎหมาย?

ร้านนวดเพื่อสุขภาพ เน้นการให้บริการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม ส่วน กิจการสปา เป็นการให้บริการดูแลและเสริมสร้างสุขภาพโดยมี การบำบัดด้วยน้ำและการนวดร่างกายเป็นหลัก และต้องมีบริการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มเติมอย่างน้อย 3 อย่าง ดังนั้น สปาจึงมีเงื่อนไขด้านรูปแบบบริการและมาตรฐานสถานประกอบการมากกว่าร้านนวด

ผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ และต้องมีคุณสมบัติรวมถึงผ่านการอบรมหลักสูตรที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) รับรอง โดยหลักสูตรจะแตกต่างกันตามประเภทบริการ เช่น นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมความงาม หรือบริการสปา นอกจากนี้ ผู้ให้บริการต้องมี ใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ (สพส. 14) ก่อนปฏิบัติงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้ประกอบการต้องตรวจสอบให้ผู้ให้บริการมีคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ดำเนินการสปา คือบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และมีหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบการให้บริการภายในสปาให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของร้านหรือผู้ประกอบการ โดยเจ้าของกิจการสามารถแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการให้ทำหน้าที่แทนได้

ไม่ควรเปิดให้บริการก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หากกิจการเข้าข่ายประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น นวดเพื่อสุขภาพหรือสปา ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบอนุญาตและผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานก่อนเปิดให้บริการ โดยกรม สบส. ระบุว่าการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามกฎหมาย

ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั้งกิจการนวดเพื่อสุขภาพและกิจการสปา มีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอต่ออายุภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อยื่นคำขอต่ออายุแล้ว สามารถประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้อง ชำระค่าธรรมเนียมประกอบกิจการรายปี รักษามาตรฐานสถานประกอบการ และดูแลให้ผู้ให้บริการและผู้ดำเนินการมีคุณสมบัติและใบอนุญาตถูกต้องตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการ รวมถึงต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันกรม สบส. รองรับการดำเนินการ เช่น ต่ออายุ แก้ไขข้อมูล โอนใบอนุญาต และชำระค่าธรรมเนียมรายปีผ่านระบบออนไลน์ด้วย

ขึ้นอยู่กับลักษณะการให้บริการและสถานที่ประกอบกิจการ หากมีการจัดพื้นที่ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพหรือสปาเป็นกิจการอย่างเป็นอิสระ โดยทั่วไปต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามประเภทที่กฎหมายกำหนด แม้จะตั้งอยู่ภายในโรงแรมหรือฟิตเนสก็ตาม สำหรับ คลินิกหรือสถานพยาบาล ต้องพิจารณาว่าการให้บริการนวดเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการภายใต้กฎหมายสถานพยาบาลหรือเป็นกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพราะกฎหมายมีข้อยกเว้นบางกรณีสำหรับบริการที่ดำเนินการในสถานพยาบาล

ชาวต่างชาติไม่สามารถประกอบอาชีพนวดไทยในประเทศไทยได้ เนื่องจาก “งานนวดไทย” เป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย

ผู้ประกอบการควรตั้งชื่อร้านและจัดทำโฆษณาให้ สอดคล้องกับประเภทกิจการและใบอนุญาตที่ได้รับ และต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะหรือสรรพคุณของบริการ โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่าสามารถ บำบัด รักษา หรือป้องกันโรค ซึ่งเป็นข้อห้ามสำหรับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ ห้ามใช้ข้อความหรือภาพโฆษณาที่มีลักษณะส่อไปในทางลามกอนาจาร และห้ามโฆษณาหรือดำเนินกิจการในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี

ไม่สามารถนำใบอนุญาตเดิมไปใช้ได้โดยอัตโนมัติในทุกกรณี หากมีการย้ายสถานที่ ขยายพื้นที่ หรือเปลี่ยนเจ้าของ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหรือโอนใบอนุญาต ตามกรณีและหลักเกณฑ์ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำหนด โดยปัจจุบันมีระบบรองรับการยื่นคำขอโอนใบอนุญาตและแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตโดยเฉพาะ ย้ายสถานที่ประกอบการ → ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเกี่ยวกับสถานที่ใหม่ ไม่ควรนำใบอนุญาตเดิมไปใช้กับสถานที่ใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต ขยายหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้บริการ → ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต เปลี่ยนเจ้าของกิจการ → สามารถดำเนินการ โอนใบอนุญาต ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลรายใหม่ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การขอใบอนุญาตร้านนวดหรือสปาต้องผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการก่อนออกใบอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทั้งเอกสาร คุณสมบัติของผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ ผู้ดำเนินการ และมาตรฐานของสถานที่ ทั้งนี้ มีการตรวจประเมินสถานที่ของหน่วยงานผู้อนุญาตจากวิดีโอที่ผู้ประกอบการถ่ายและส่งให้เพื่อตรวจสอบ ระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและผลการตรวจประเมิน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน หากสถานที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เจ้าหน้าที่จะให้แก้ไขปรับปรุงก่อนพิจารณาอนุญาต โดยกระบวนการจึงอาจใช้เวลานานขึ้นหากต้องแก้ไขสถานที่หรือเอกสารเพิ่มเติม