บริการรับขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ

Tobacco Sales License Application Service | โดย IGB Corporation

รับดำเนินการขอใบอนุญาตขายยาสูบแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางแผน ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร ไปจนถึงการยื่นคำขอและติดตามผลจนได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และกฎหมายสรรพสามิต ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเริ่มดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บริการขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ

การขอรับใบอนุญาตขายยาสูบ

ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอใบอนุญาตขายยาสูบ/ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบต่อ กรมสรรพสามิต พร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทของใบอนุญาตขายยาสูบที่กำหนด ทั้งนี้ ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และสามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบล่วงหน้าได้ก่อนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน

ทั้งนี้ การจำหน่ายยาสูบโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ไม่แสดงใบอนุญาตขายยาสูบ/จำหน่ายยาสูบในที่เปิดเผย หรือใช้ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบไม่ตรงกับสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย มีโทษปรับทางปกครองตามที่กฎหมายกำหนด โดยปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยื่นใบอนุญาตจำหน่ายสุราคู่กันในคราวเดียวเพราะยื่นที่สรรพสามิตเหมือนกัน หรือดูบริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจครบทุกประเภทของ IGB

ความหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบ

ยาสูบ หมายถึง บุหรี่ ซิกาแรต ซิการ์ ยาเส้น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้บริโภคในลักษณะเดียวกับยาสูบ รวมถึงยาสูบพันธุ์พื้นเมือง

ใบอนุญาตขายยาสูบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1. ใบอนุญาตขายส่งยาสูบ (ประเภทที่ 1)

เป็นการขายส่งยาสูบ ครั้งละตั้งแต่ 1,000 มวนขึ้นไป ถ้าเป็นยาเส้นครั้งละตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ยาเส้นปรุงหรือยาเคี้ยวครั้งละตั้งแต่ 200 กรัมขึ้นไป

สำหรับผู้ขายบุหรี่ ซิกาแรต และซิการ์

  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายส่งยาสูบ ปีละ 1,200 บาท

สำหรับผู้ขายยาเส้น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว และบุหรี่อื่น

  • ผู้ปลูกต้นยาสูบและผลิตเอง : ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายส่งยาสูบปีละ 100 บาท
  • ผู้ขายทั่วไป : ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายส่งยาสูบปีละ 500 บาท

เป็นการขายปลีกยาสูบ ครั้งละต่ำกว่า 1,000 มวนขึ้นไป ถ้าเป็นยาเส้นครั้งละต่ำกว่า 2 กิโลกรัมขึ้นไป ยาเส้นปรุงหรือยาเคี้ยวครั้งละต่ำกว่า 200 กรัมขึ้นไป

สำหรับผู้ขายบุหรี่ ซิกาแรต และซิการ์

  • คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร : ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายปลีกยาสูบปีละ 500 บาท
  • สถานที่ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายปลีกยาสูบ ปีละ 500 บาท
  • สถานที่ที่ผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม: ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายปลีกยาสูบ ปีละ 100 บาท

สำหรับผู้ขายยาเส้น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว และบุหรี่อื่น

  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายปลีกยาสูบ ปีละ 100 บาท
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายยาสูบ ปีละ 1,200 บาท

คุณสมบัติและข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตขายยาสูบ

ผู้ขอรับใบอนุญาตขายยาสูบต้อง

สถานที่ขายต้องไม่อยู่ในพื้นที่ต้องห้าม

ข้อกำหนดในการจำหน่ายยาสูบ

1. ห้ามจำหน่ายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามใช้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีขายยาสูบ

2. ห้ามแบ่งขายยาสูบ ต้องขายตามขนาดซองที่ได้เสียภาษีแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

3. ห้ามจำหน่ายผ่าน

4. ห้ามจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือส่งเสริมการขาย หรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่น

สิ่งที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบควรทราบ

1. การเปลี่ยนแปลงสถานที่ หรือการโอนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต

2. หากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อกำหนดในใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 6 เดือน

3. การเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตถูกสั่งพักใบอนุญาตขายยาสูบสองครั้งขึ้นไป และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขายยาสูบอีก หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อกำหนดในใบอนุญาตขายยาสูบ ซึ่งการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

4. กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ จะต้องพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ จึงจะสามารถยื่นขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบใหม่ได้

เอกสารที่ใช้ในการขอรับใบอนุญาตขายยาสูบ

การขอใบอนุญาตขายยาสูบ/ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ จะต้องยื่นคำขอต่อกรมสรรพสามิต พร้อมจัดเตรียมเอกสารและข้อมูลประกอบการพิจารณาตามประเภทกิจการ โดยเอกสารอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเภทใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบและสถานะของผู้ประกอบการ

1. เอกสารของผู้ขอรับใบอนุญาตขายยาสูบ/ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ

กรณีบุคคลธรรมดา

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

กรณีนิติบุคคล (บริษัท / ห้างหุ้นส่วน)

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล ออกไม่เกิน 6 เดือน โดยระบุวัตถุประสงค์ในการจำหน่าย
  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
  • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)
  • ตราประทับบริษัท/ห้างหุ้นส่วน (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานประกอบการ
  • สัญญาเช่าสถานที่ หนังสือยินยอมใช้สถานที่ หรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านผู้ให้เช่า หรือ ยินยอมให้ใช้สถานที่ แล้วแต่กรณี
  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และสถานที่ใกล้เคียง
  • แผนผังแสดงบริเวณที่ขายยาสูบ
  • เอกสารจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) กรณีจด VAT
  • รายละเอียดประเภทผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จำหน่าย
  • เอกสารเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บน (กรณีร้านค้าปลอดอากร)
  • แบบคำขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ พร้อม
  • คำรับรองคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ
  • คำรับรองว่าไม่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
  • เอกสารอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอเพิ่มเติม

ขั้นตอนการบริการขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ

IGB Corporation ให้บริการดำเนินการรับขอใบอนุญาตขายยาสูบแบบครบวงจร โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ประเภทใบอนุญาตขายยาสูบ

ทีมงานจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น

  • ประเภทยาสูบที่ต้องการจำหน่าย
  • รูปแบบธุรกิจที่จะประกอบกิจการ
  • ลักษณะสถานที่ประกอบกิจการ
  • สถานะการจด VAT
  • ประเภทใบอนุญาตขายยาสูบที่ต้องใช้

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบคุณสมบัติและสถานที่ประกอบกิจการ

ตรวจสอบว่า

  • ผู้ขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบมีคุณสมบัติครบถ้วน
  • สถานที่ไม่อยู่ในเขตต้องห้ามตามกฎหมาย
  • สถานที่นั้นสามารถใช้ยื่นขออนุญาตจำหน่ายยาสูบได้

พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขกรณีมีข้อจำกัด

ขั้นตอนที่ 3 จัดเตรียมและตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบคำขออนุญาตจำหน่ายยาสูบ

ทีมงานช่วยจัดเตรียม ตรวจสอบ และรับรองความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดก่อนยื่นคำขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ เพื่อลดความผิดพลาดและลดโอกาสถูกตีกลับจากหน่วยงานราชการ

ขั้นตอนที่ 4 ยื่นคำขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบต่อกรมสรรพสามิต

ดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

ขั้นตอนที่ 5 ติดตามผลและประสานงานกับเจ้าหน้าที่

ทีมงานจะติดตามสถานะคำขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต กรณีมีการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือมีการตรวจสอบสถานที่

ขั้นตอนที่ 6 รับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบและส่งมอบให้ลูกค้า

เมื่อได้รับอนุมัติ ทีมงานจะดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ พร้อมส่งมอบเอกสารให้แก่ลูกค้า และแนะนำข้อปฏิบัติภายหลังได้รับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ เช่น

  • การแสดงใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ
  • การต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ
  • ข้อกำหนดด้านเวลาและเงื่อนไขการจำหน่าย
  • ข้อควรระวังด้านกฎหมาย

IGB Corporation พร้อมดูแลครบทุกขั้นตอน

IGB Corporation ให้บริการรับขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบโดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ด้านการยื่นคำขอใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบต่อกรมสรรพสามิตโดยตรง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความยุ่งยากของขั้นตอนราชการ และลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอ

หากท่านสนใจบริการรับขอใบอนุญาตขายยาสูบ/ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ สามารถติดต่อ IGB Corporation เพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ เราพร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพแบบครบวงจร

FAQ เกี่ยวกับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ

บุหรี่ไฟฟ้าสามารถขอใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายได้หรือไม่?

ไม่ได้ ปัจจุบันในประเทศไทยไม่สามารถขอใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะกฎหมายกำหนดห้ามขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และยังเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักรด้วย ดังนั้น แม้ผู้ประกอบการจะมี ใบอนุญาตขายยาสูบ ก็ ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำใบอนุญาตดังกล่าวมาใช้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายใต้ข้อห้ามอีกชุดหนึ่ง

ไม่สามารถจำหน่ายบุหรี่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แม้ผู้ขายจะมีใบอนุญาตขายยาสูบ เนื่องจากกฎหมายห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ประกอบการจึงควรจำหน่าย ณ สถานที่ขายที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามข้อจำกัดในการขายยาสูบอย่างเคร่งครัด

ใบอนุญาตขายยาสูบ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และสามารถยื่นต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบล่วงหน้าได้ก่อนใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบหมดอายุ 90 วัน โดยสามารถนำใบอนุญาตเดิมเพื่อไปขอต่ออายุใบอนุญาตได้ที่สรรพสามิตพื้นที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขาทั่วประเทศ ธนาคารกรุงไทย และรอรับใบอนุญาตได้ทันที หรือยื่นขอต่ออายุผ่าน Internet ที่ http://www.excise.go.th และ Application “Excise Smart Service” โดยสำนักงานสรรพสามิตจะจัดส่งใบอนุญาตให้ภายหลังดำเนินการในระบบ Internet

ไม่ได้ ห้ามตั้งโชว์หรือแสดงซองบุหรี่ ณ สถานที่ขายปลีก แม้ร้านจะมีใบอนุญาตขายยาสูบก็ตาม หากฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ไม่ได้ กฎหมายห้ามผู้ขาย แบ่งขายบุหรี่ซิกาแรตเป็นมวน ต้องจำหน่ายตามรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถเปิดซองแล้วขายแยกเป็นรายมวนได้ และปัจจุบันความผิดดังกล่าวมีโทษ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ร้านโชห่วยหรือมินิมาร์ทที่จำหน่ายบุหรี่ให้ผู้บริโภคโดยทั่วไป ควรขอ ใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นใบอนุญาตสำหรับการขายปลีกยาสูบครั้งละต่ำกว่า 1,000 มวน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบลักษณะการขายและปริมาณการจำหน่ายจริงก่อนเลือกประเภทใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ใบอนุญาตแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และค่าธรรมเนียมต่างกัน ต้องดู ประเภทของยาสูบและลักษณะการขาย ที่ระบุในใบอนุญาตด้วย สำหรับ ใบอนุญาตขายยาสูบ ใบอนุญาตหนึ่งใบไม่ได้ครอบคลุมยาสูบทุกประเภทโดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาทั้ง ประเภทของยาสูบ ลักษณะการขาย และประเภทใบอนุญาต ที่ยื่นขอ โดยกรมสรรพสามิตแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการขอใบอนุญาตขายยาสูบหลัก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม บุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์ และกลุ่มยาเส้น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว และบุหรี่อื่น ทั้งสองกลุ่มมีการกำหนดประเภทใบอนุญาตและ อัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน ดังนั้น หากร้านค้าต้องการจำหน่ายยาสูบหลายประเภท ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าต้องขอใบอนุญาตประเภทใดและครอบคลุมสินค้าที่ต้องการจำหน่ายหรือไม่ก่อนเริ่มขาย

ต้องขอใบอนุญาตใหม่ หากเป็นการ ย้ายร้านไปยังสถานที่แห่งใหม่ หรือ เปิดสาขาเพิ่ม เพราะใบอนุญาตขายยาสูบกำหนดให้ขายได้ เฉพาะ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ก่อนตัดสินใจเช่าหรือย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่ ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่า สถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ที่สามารถขอใบอนุญาตขายยาสูบได้หรือไม่ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ข้อจำกัดเกี่ยวกับสถานศึกษา ศาสนสถาน หรือสถานที่บางประเภท เพื่อป้องกันกรณีทำสัญญาเช่าและลงทุนปรับปรุงสถานที่แล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตขายยาสูบได้ภายหลัง

บุหรี่ที่นำมาจำหน่ายต้องผ่านการเสียภาษีสรรพสามิตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องแสตมป์ยาสูบ หากพบว่ามีบุหรี่ที่ ไม่ได้ปิดแสตมป์ยาสูบ ผู้ขายอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสรรพสามิต และสินค้าสามารถถูกยึดเป็นของกลางได้ ที่สำคัญ อย่าคิดว่าแค่มีใบอนุญาตขายยาสูบก็สามารถขายบุหรี่ที่ไม่มีแสตมป์ได้ เพราะใบอนุญาตเป็นเพียงสิทธิในการขายยาสูบภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ทำให้สินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีกลายเป็นสินค้าที่ขายได้โดยชอบ สำหรับผู้ประกอบการ ความเสี่ยงไม่ได้มีเฉพาะค่าปรับ แต่หากเป็นบุหรี่ลักลอบหรือบุหรี่ที่ยังไม่ได้เสียภาษี อาจมีประเด็นเรื่อง ภาษีที่ขาด การยึดหรือริบสินค้า และการดำเนินคดี เพิ่มเติม โดยกรมสรรพสามิตมีการตรวจจับบุหรี่ที่ยังไม่ได้เสียภาษีและประเมินค่าปรับในจำนวนสูงตามมูลค่าภาษีที่เกี่ยวข้องจริง

ได้ สามารถขอใบอนุญาตขายยาสูบและใบอนุญาตขายสุราสำหรับสถานประกอบการเดียวกันได้ แต่เป็น ใบอนุญาตคนละประเภทและต้องยื่นคำขอแยกกัน เนื่องจากกฎหมายกำหนดคำขอและใบอนุญาตสำหรับสุราและยาสูบแยกต่างหาก ดังนั้น หากเป็นร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานประกอบการที่ต้องการจำหน่ายทั้ง เบียร์/สุรา และบุหรี่ ควรดำเนินการขอใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภทให้ครบถ้วนก่อนเริ่มจำหน่าย โดยเรื่องระยะเวลา หากเอกสารครบและผ่านการพิจารณาแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอเป็นเวลานาน โดยกระบวนการหลังชำระค่าธรรมเนียมสามารถออกใบอนุญาตได้ใช้เวลา 1-2 วัน