บริการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย (Representative Office)

ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่วันแรก

จัดตั้งสำนักงานผู้แทนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เหมาะสำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้ามาศึกษาตลาด ควบคุมคุณภาพสินค้า การให้ข้อมูล หรือประสานงานในประเทศไทย สำนักงานผู้แทนคือทางเลือกที่ต้นทุนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ และถูกต้องตามกฎหมาย

โดยคุณสามารถเข้าสู่ตลาดไทยได้โดยไม่ต้องตั้งบริษัทเต็มรูปแบบ และลดภาระภาษีและข้อกำหนดที่ซับซ้อน

การจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย

Representative Office คืออะไร?

สำนักงานผู้แทน คือ หน่วยงานของบริษัทต่างชาติที่จัดตั้งในประเทศไทย เพื่อดำเนินกิจกรรม “ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้”

ลักษณะสำคัญของสำนักงานผู้แทน

  1. ไม่มีรายได้จากการให้บริการ
  2. ไม่สามารถรับคำสั่งซื้อหรือเสนอขายหรือเจรจาธุรกิจกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด
  3. ได้รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสำนักงานใหญ่ โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องรับผิดชอบโดยสำนักงานใหญ่
  4. เงินที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ไม่อยู่ภายใต้ภาษีเงินได้นิติบุคคล และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยเงินฝากที่เกิดจากเงินดังกล่าว จะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย

ธุรกรรมที่อยู่ในขอบเขตของสำนักงานผู้แทน

  1. การหาแหล่งจัดซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่
  2. การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพและปริมาณของสินค้าที่สำนักงานใหญ่ซื้อหรือจ้างผลิตในประเทศไทย
  3. การให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวสินค้าของสำนักงานใหญ่ที่จำหน่ายแก่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ใช้สินค้า
  4. การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการใหม่ของสำนักงานใหญ่
  5. การรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ

สำนักงานผู้แทนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้:

  1. การสั่งซื้อหรือชำระค่าสินค้าแทนสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ หรือดำเนินการและจัดทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดซื้อ
  2. การทำการส่งออกสินค้าที่สำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือสั่งซื้อ
  3. การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพและปริมาณของสินค้าให้กับบริษัทที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  4. การให้บริการหลังการขาย เช่น ติดตั้งหรือบำรุงรักษา
  5. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตหรือจำหน่ายโดยสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  6. การให้คำแนะนำสินค้าที่สำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือไม่ได้ผลิตหรือจำหน่าย
  7. การรับคำสั่งซื้อหรือรับบริการแทนสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  8. การประสานงานด้านการซื้อขายสินค้าแทนสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  9. การเผยแพร่ข้อมูลสินค้าหรือบริการเดิมที่ได้มีการจำหน่ายในประเทศไทย
  10. การดำเนินงานในลักษณะเป็นตัวกลางหรือตัวแทนจำหน่ายระหว่างลูกค้าในประเทศไทยกับสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  11. การวางแผนและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเชิงธุรกิจแทนสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  12. การเป็นตัวแทนทำสัญญาหรือธุรกรรมใดๆ แทนสำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ
  13. การรายงานข้อมูลให้กับธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่หรือบริษัทในเครือ

นอกจากสำนักงานผู้แทนแล้ว นักลงทุนต่างชาติยังมีอีกสองช่องทางที่ควรเทียบ คือใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) เมื่อพร้อมมีรายได้ในไทย และการขอรับการส่งเสริมกับ BOI เมื่อกิจการเข้าข่ายประเภทส่งเสริมการลงทุน

สำนักงานผู้แทนเหมาะกับใคร?

01

บริษัทต่างชาติที่ต้องการสำรวจตลาดไทย เก็บข้อมูล และรายงานสำนักงานใหญ่

02

บริษัทที่ต้องการควบคุมคุณภาพสินค้าและ Supplier ในไทย

03

บริษัทที่ต้องการมีตัวตนทางธุรกิจในประเทศไทยแบบ Low Risk

04

บริษัทที่ต้องการ Support Distributor หรือ Partner

05

บริษัทที่ต้องการเตรียมขยายธุรกิจในอนาคต

สรุปสำนักงานผู้แทนเหมาะสำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการ “เข้ามาศึกษา ควบคุม และวางกลยุทธ์ในประเทศไทย”
โดยยังไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจเต็มรูปแบบ

หากคุณกำลังมองหาการขยายตลาดไทย แต่ยังไม่แน่ใจ

Representative Office คือคำตอบ

หากคุณต้องการควบคุมคุณภาพสินค้าในไทย

Representative Office คือโครงสร้างที่ถูกต้อง

หากคุณต้องการเริ่มต้นแบบ Low Risk

Representative Office คือจุดเริ่มต้น

เงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจของสำนักงานผู้แทน

1. ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท โดยต้องนำเงินเข้ามาในประเทศไทยตามเงื่อนไขดังนี้
1.1 กรณีระยะเวลาดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 3 ปี ต้องนำเงินเข้ามาภายใน 6 เดือน
1.2 กรณีระยะเวลาดำเนินธุรกิจ 3 ปีขึ้นไป ต้องทยอยนำเงินเข้ามาภายใน 3 ปี ดังนี้
(1) 25% ภายใน 3 เดือนแรก
(2) 25% ภายในปีแรก
(3) 25% ภายในปีที่สอง
(4) 25% ภายในปีที่สาม

2. ต้องมีผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างน้อย 1 คนที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
“ถิ่นที่อยู่” หมายถึงสถานที่ที่สามารถติดต่อได้จริง เช่น สำนักงาน (ไม่รวมโรงแรมหรือที่พักชั่วคราว)

3. ต้องจัดทำบัญชีและงบการเงิน และยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เอกสารประกอบรับคำขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานผู้แทนเบื้องต้น

1. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท หรือหลักฐานแสดงสถานะนิติบุคคล

  • ชื่อบริษัท
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล
  • วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง
  • ทุนจดทะเบียน และทุนชำระแล้ว
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงาน / สถานประกอบการ
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น (ระบุสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละราย)
  • รายชื่อกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล (ระบุชื่อ อายุ ที่อยู่ และสัญชาติของกรรมการแต่ละราย)
  • วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี
  • เครื่องหมายการค้า (ถ้ามี)

แนบสำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารแสดงสถานที่ตั้ง พร้อมรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • หมายเลขโทรศัพท์
  • หมายเลขโทรสาร (ถ้ามี)
  • ที่อยู่อีเมล
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน
  • ที่อยู่สถานที่จัดเก็บ
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • หมายเลขโทรสาร (ถ้ามี)
  • ที่อยู่อีเมล
  • กรณีผู้แทนชาวต่างชาติ ใช้สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมหน้าประทับตราวีซ่าล่าสุด
  • กรณีผู้แทนชาวไทย ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน

บริการของเรา

เราดูแลทุกขั้นตอนให้คุณอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การวิเคราะห์ธุรกิจไปจนถึงได้รับอนุญาตจัดตั้งสำนักงานผู้แทน พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณดำเนินการได้อย่าง ถูกต้อง รวดเร็ว และมั่นใจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจเชิงลึก

เราประเมินอย่างละเอียดว่า ธุรกิจของคุณ “เหมาะสมกับการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนหรือไม่”

  • วิเคราะห์ขอบเขตกิจกรรมให้สอดคล้องตามกฎหมาย
  • ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทแม่/บริษัทในเครือ

2. จัดทำเอกสารครบชุด

เราดูแลเอกสารทั้งหมดแทนคุณ

  • แปลข้อมูลและเอกสารจากต่างประเทศ
  • จัดเตรียมเอกสารคำขออย่างถูกต้องครบถ้วน

3. ยื่นคำขอและประสานงานหน่วยงานรัฐ

เราดำเนินการแทนคุณในทุกขั้นตอน

  • ยื่นคำขอจัดตั้งสำนักงานผู้แทน
  • ติดตามสถานะอย่างใกล้ชิด
  • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

4. ติดตามผลจนแล้วเสร็จ

เราดูแลจนกระทั่งกระบวนการเสร็จสมบูรณ์

  • ติดตามผลการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง
  • รับใบอนุญาตแทนคุณ
  • จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วน

ระยะเวลาดำเนินการ

ประมาณ 1 เดือน หลังจากได้รับเอกสารครบถ้วน

ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับภาระงานของหน่วยงานราชการในช่วงเวลานั้น

บริการเพิ่มเติม

รองรับการเติบโตของธุรกิจคุณ

ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!

FAQ เกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักงานผู้แทน

สำนักงานผู้แทน สำนักงานสาขา (Branch Office) และบริษัทลูก (Subsidiary) มีความแตกต่างกันอย่างไร?

สำนักงานผู้แทน (Representative Office) เหมาะสำหรับการศึกษาตลาด การรวบรวมข้อมูล และการประสานงาน โดยสามารถดำเนินกิจกรรมสนับสนุนสำนักงานใหญ่ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และไม่สามารถสร้างรายได้จากการประกอบธุรกิจในประเทศไทย สำนักงานสาขา (Branch Office) เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่ในต่างประเทศ ไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก ต้องขอ FBL หากธุรกิจที่สำนักงานสาขาจะประกอบอยู่ในธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย โดยต้องได้รับ FBL ก่อนจึงจะเริ่มประกอบธุรกิจนั้นได้และสามารถประกอบธุรกิจได้เฉพาะภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต บริษัทลูก (Subsidiary) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยแยกจากบริษัทแม่ สามารถประกอบธุรกิจและสร้างรายได้ในประเทศไทยได้ โดยหากมีสถานะเป็น “คนต่างด้าว” และประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อาจต้องขอ FBL หรือใช้สิทธิอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

ไม่ได้ สำนักงานผู้แทนไม่สามารถออกใบแจ้งหนี้หรือรับชำระเงินจากลูกค้าในประเทศไทยเพื่อเป็นค่าบริการหรือค่าสินค้าได้ เนื่องจากอยู่นอกขอบเขตของกิจกรรมที่สำนักงานผู้แทนสามารถดำเนินการได้ แต่สามารถรับเงินสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ทั้งนี้ หากต้องการประกอบธุรกิจและสร้างรายได้ในประเทศไทย ควรพิจารณาโครงสร้าง เช่น Branch Office หรือบริษัทลูกให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ

โดยทั่วไป สำนักงานผู้แทนที่ดำเนินกิจกรรมภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และได้รับเพียงเงินสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จะไม่มีเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินสนับสนุนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้แทนยังคงมีหน้าที่ด้านภาษีและกฎหมาย เช่น การมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี การยื่นแบบภาษีตามที่กฎหมายกำหนด การหักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน รวมถึงหน้าที่ด้านประกันสังคมและการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศ โดยดำเนินกิจกรรมภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) เนื่องจากได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้แทนต้องดำเนินกิจกรรมเฉพาะตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และไม่สามารถประกอบธุรกิจเพื่อสร้างรายได้หรือดำเนินธุรกรรมเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยได้

สำหรับ สำนักงานผู้แทน (Representative Office) ปัจจุบันเงินทุนขั้นต่ำ 2 ล้านบาท โดยเงินทุนต้องนำเข้าประเทศตามงวดที่กำหนดดังนี้ 1. กรณีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 3 ปี ต้องนำเงินเข้ามาภายใน 6 เดือน 2. กรณีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจมากกว่า 3 ปี ต้องทยอยนำเข้ามาภายใน 3 ปี โดยแบ่งเป็น 4 งวด คือ 25% ภายใน 3 เดือนแรก, อีก 25% ภายในปีแรก, อีก 25% ภายในปีที่สอง และ 25% ส่วนที่เหลือภายในปีที่สาม

สำนักงานผู้แทนไม่มีจำนวนพนักงานต่างชาติที่กำหนดตายตัว การจ้างพนักงานต่างชาติต้องพิจารณาตามเงินทุน ลักษณะงาน และหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานต่างชาติแต่ละรายต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนควรแสดงโครงสร้างบุคลากรและตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับขอบเขตการดำเนินงานของสำนักงานผู้แทนด้วย

สำนักงานผู้แทนไม่มีวันหมดอายุที่ต้องต่ออายุเป็นระยะ หากดำเนินกิจกรรมตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดทำบัญชีและงบการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมายภาษี และการแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเลิกสำนักงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนที่อยู่ในประเภทที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมายไม่ต้องขอ FBL

สำนักงานผู้แทนสามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและแนะนำสินค้าได้ในลักษณะเผยแพร่ข้อมูล ให้คำแนะนำ และส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของสำนักงานใหญ่ แต่ไม่สามารถรับคำสั่งซื้อ เสนอขายสินค้า เจรจาต่อรองทางธุรกิจ หรือรับชำระเงินจากลูกค้าในประเทศไทยได้ หากต้องการดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น รับออเดอร์หรือปิดการขาย ควรใช้โครงสร้างธุรกิจที่สามารถประกอบธุรกิจและสร้างรายได้ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หากสำนักงานผู้แทนต้องการขยายธุรกิจไปสู่การขายสินค้าและสร้างรายได้ในประเทศไทย ควรเปลี่ยนโครงสร้างเป็น บริษัทลูกหรือ Branch Office ที่สามารถประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบว่ากิจการเข้าข่ายต้องขอ FBL หรือสามารถใช้สิทธิ BOI หรือสิทธิอื่นตามกฎหมายได้หรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ควรให้สำนักงานผู้แทนเริ่มรับคำสั่งซื้อหรือขายสินค้าโดยตรงก่อนปรับโครงสร้างและได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้าหรือผู้รับผิดชอบสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย สามารถเป็นชาวต่างชาติได้ แต่ต้องมีบุคคลผู้รับผิดชอบอย่างน้อย 1 คนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย และหากเป็นชาวต่างชาติต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานและพำนักในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย