ดำเนินการขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์และพิโกพลัสอย่างครบวงจร พร้อมที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
ตั้งแต่การวางโครงสร้างธุรกิจ การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือหุ้นและกรรมการ การจัดเตรียมเอกสาร การจัดทำแผนธุรกิจ การยื่นคำขอ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐจนได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
หากคุณต้องการเริ่มต้นธุรกิจสินเชื่อรายย่อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือการขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่ประชาชนในลักษณะธุรกิจปกติและต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบ ส่งผลให้เกิดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบซึ่งมีต้นทุนทางการเงินสูงและสร้างปัญหาหนี้สินในระยะยาว ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย เป็นธรรม และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ
การดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อโดยไม่มีใบอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี รวมถึงไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจได้
การได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ
ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท
ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ | ประเภทพิโกไฟแนนซ์ | ประเภทพิโกพลัส |
|---|---|---|
ประเภทนิติบุคคลที่ขออนุญาต | บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด | |
วงเงินสินเชื่อ | ไม่เกิน 50,000 บาท | ไม่เกิน 100,000 บาท |
ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว (กรณีบริษัทจำกัด) หรือเงินลงหุ้น (กรณีห้างหุ้นส่วน) | ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท | ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท |
อัตราดอกเบี้ย อัตรากำไรจากการให้สินเชื่อดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใด (แบบลดต้นลดดอก) | แบบมีหลักประกัน ไม่เกิน 33% ต่อปี – ที่ดิน (จดทะเบียนจำนอง) บุคคลค้ำประกัน และหลักประกันทางธุรกิจ แบบไม่มีหลักประกัน ไม่เกิน 36% ต่อปี – การวางโฉนดที่ดิน การวางสมุดคู่มือ จดทะเบียนรถเพื่อเป็นการประกันชำระหนี้ และ Clean Loan | – วงเงิน 50,000 บาทแรก แบบมีหลักประกัน ไม่เกิน 33% ต่อปี แบบไม่มีหลักประกัน ไม่เกิน 36% ต่อปี – วงเงินที่เกิน 50,000 บาท ไม่เกิน 28% ต่อปี |
ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ/ขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส (Pico Finance หรือ Pico Plus) จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยผู้ขออนุญาตต้องจัดตั้งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
นอกจากการมีสถานะเป็นนิติบุคคลแล้ว ผู้ขออนุญาตยังต้องมีคุณสมบัติสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารกิจการ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล
ผู้ประกอบการที่ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ หรือพิโกพลัส ควรมีโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐ ดังนี้
การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดปัญหาในการพิจารณาคำขอและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์จากกระทรวงการคลัง
นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานของนิติบุคคลแล้ว กรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัส จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้การขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์ล่าช้าหรือไม่ได้รับอนุญาต คือการมีผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น ก่อนยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัส ควรมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหารทุกคนอย่างละเอียด รวมถึงเตรียมเอกสารรับรองคุณสมบัติและเอกสารประกอบต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขออนุญาต
กรณีบริษัทจำกัด
กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด
เราเริ่มต้นด้วยการรับฟังแผนธุรกิจและวัตถุประสงค์ของลูกค้า พร้อมวิเคราะห์ความเหมาะสมในการขอใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
ทีมงานจะตรวจสอบรายละเอียดของบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหาร ที่จะขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส เพื่อประเมินว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังหรือไม่ พร้อมให้คำแนะนำในการปรับโครงสร้างหากจำเป็น
หากลูกค้ายังไม่มีนิติบุคคล หรือบริษัทเดิมยังไม่พร้อมสำหรับการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส IGB Corporation สามารถดำเนินการจัดตั้งบริษัท จำกัด หรือห้างหุ้นส่วน จำกัดรวมถึงแก้ไขโครงสร้างทุน ผู้ถือหุ้น และวัตถุประสงค์ของบริษัทที่จะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การขออนุญาต
ทีมงานจะจัดทำและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) และเอกสารประกอบการพิจารณาการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส เพื่อให้คำขอมีความครบถ้วนและมีความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงในการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือปฏิเสธคำขอ
IGB Corporation ดำเนินการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส ต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการพิจารณา
ระหว่างการพิจารณา หากหน่วยงานมีข้อซักถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ทีมงานจะดำเนินการประสานงาน จัดเตรียมข้อมูล และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่น
เมื่อได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสแล้ว เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาต เช่น การจัดทำประกาศอัตราดอกเบี้ย การเตรียมเอกสารภายใน การแจ้งเปิดสาขา และข้อกำหนดอื่น ๆ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บริการของเราไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้รับใบอนุญาต แต่ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ถือหุ้น การเพิ่มทุน การเปิดหรือย้ายสาขา ตลอดจนการดำเนินงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจของท่านดำเนินงานได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและหลักเกณฑ์การขออนุญาต
วิเคราะห์โครงสร้างผู้ถือหุ้นและคุณสมบัติของผู้บริหาร
จัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน (กรณียังไม่ได้จัดตั้ง)
จัดทำแผนธุรกิจตามรูปแบบที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำหนด
จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารประกอบคำขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส
ยื่นคำขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส และประสานงานกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ติดตามผลการพิจารณาและแก้ไขเอกสารเพิ่มเติมตามที่หน่วยงานร้องขอ
ดูแลจนได้รับใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัส และพร้อมเริ่มดำเนินธุรกิจ
เริ่มต้นธุรกิจพิโกไฟแนนซ์/พิโกพลัสอย่างมั่นใจ
การขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสมีรายละเอียดด้านกฎหมาย และเอกสารจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุญาต
พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เน้นสินเชื่อรายย่อยในระดับจังหวัด วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับพิโกไฟแนนซ์ และ 100,000 บาทสำหรับพิโกพลัส และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ส่วน นาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) เน้นสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย พิโกไฟแนนซ์เน้น สินเชื่อรายย่อยในพื้นที่ ส่วนนาโนไฟแนนซ์เน้น สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ
สำหรับการขอใบอนุญาต พิโกไฟแนนซ์ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท หากต้องการปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย หากต้องการขอ พิโกพลัส ซึ่งสามารถปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
พิโกไฟแนนซ์ สามารถปล่อยสินเชื่อได้ ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย โดยคิดดอกเบี้ย รวมค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แบบลดต้นลดดอก ไม่เกิน 36% ต่อปี กรณีไม่มีหลักประกัน ส่วนกรณีมีหลักประกัน อัตราสูงสุด 33% ต่อปี หากเป็น พิโกพลัส สามารถปล่อยได้สูงสุด 100,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 50,000 บาทแรกคิดได้ไม่เกิน 36% ต่อปี กรณีไม่มีหลักประกัน ส่วนกรณีมีหลักประกัน อัตราสูงสุด 33% ต่อปีและส่วนที่เกิน 50,000 บาทไม่เกิน 28% ต่อปี
สามารถทำได้ ผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์สามารถให้สินเชื่อโดยรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นหลักประกันได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำหนด
พิโกไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่มีลักษณะ “ระดับจังหวัด” และผู้ประกอบธุรกิจให้บริการได้เฉพาะจังหวัดที่ได้รับอนุญาต สาขา ของพิโกไฟแนนซ์สามารถมีได้ แต่สำนักงานสาขาต้องตั้งอยู่ ในจังหวัดเดียวกับสำนักงานใหญ่ หากต้องการขยายไปจังหวัดอื่น ต้องดำเนินการ ขออนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับจังหวัดนั้นเพิ่มเติม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
บุคคลธรรมดาไม่สามารถขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์ได้ เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและมีทุนชำระแล้วตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง เช่น เป็นบุคคลล้มละลาย มีประวัติเสียหายด้านการเงิน หรือมีประวัติการกระทำผิดที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจ และต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำหนด
ผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างชาติ สามารถถือหุ้นในกิจการได้ แต่ต้องถือหุ้นรวมกัน ไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน สำหรับกรณีบุคคลต่างชาติ สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทได้ แต่ ไม่สามารถเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับกำหนด
ผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์หรือพิโกพลัสต้อง เปิดดำเนินกิจการภายใน 1 ปี นับแต่ได้รับใบอนุญาต และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ แจ้งการเปิดสำนักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และแจ้งย้ายหรือปิดสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ให้บริการสินเชื่อเฉพาะ จังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ปล่อยกู้ให้ผู้กู้ที่มีถิ่นที่อยู่หรือภูมิลำเนาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างชัดเจน จัดส่งรายงานและข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแล ตามแบบและระยะเวลาที่กำหนด
การทวงถามหนี้ของพิโกไฟแนนซ์ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ประเภทอื่น โดยต้องทวงถามอย่างสุภาพและเป็นธรรม สำหรับพิโกไฟแนนซ์โดยเฉพาะ แนวทางของ สศค. กำหนดให้อัตราค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ คิดตามจริงแต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 80 บาทต่อเดือนต่อราย และหากจะดำเนินการบังคับชำระหนี้ตามกฎหมาย ต้องมีหนังสือแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 20 วัน
การปล่อยกู้โดยไม่มีใบอนุญาต หากเข้าข่ายธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาต อาจมีความผิดทางอาญาและมีโทษทั้งจำคุกและปรับ นอกจากนี้ หากมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยส่วนที่เกินอาจตกเป็นโมฆะ และผู้ให้กู้อาจมีข้อจำกัดในการบังคับสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
การขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์ ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาและอนุมัติประมาณ 2 เดือน และไม่มีค่าธรรมเนียมในการยื่นขอใบอนุญาต ทั้งนี้ ระยะเวลาจะเริ่มนับเมื่อเอกสารและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนด หากมีการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม อาจทำให้ระยะเวลาพิจารณานานขึ้น
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ
การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว