จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เริ่มต้นเพียง 2,900 บาท พร้อมใช้งานได้ทันที

ยกระดับธุรกิจออนไลน์ของคุณให้

“ถูกต้องตามกฎหมาย + น่าเชื่อถือ + ปิดการขายง่ายขึ้น”

และสามารถติดเครื่องหมาย DBD Registered บนเว็บไซต์ได้จริง

ทำไมธุรกิจออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์?

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ไม่ใช่แค่ “ข้อกฎหมาย” แต่คือ เครื่องมือเพิ่มความน่าเชื่อถือและยอดขาย

ธุรกิจออนไลน์ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
จะได้เปรียบทั้งด้านความไว้วางใจ และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์

1. เพิ่มความน่าเชื่อถือทันที

ลูกค้ามั่นใจว่าธุรกิจของคุณ “มีตัวตนจริง” สามารถตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงถูกมองว่าเป็นมิจฉาชีพ

2. ติดเครื่องหมาย DBD Registered บนเว็บไซต์

แสดงว่าเว็บไซต์ผ่านการจดทะเบียนกับภาครัฐ (ต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์)

3. มีรายชื่อในฐานข้อมูลภาครัฐ ทำให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ธุรกิจของคุณจะถูกบันทึกในระบบของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สามารถค้นหาได้จริง เพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะนำรายชื่อเวบไซต์ของผู้ประกอบการไปไว้ในฐานข้อมูล แยกตามประเภทธุรกิจ www.dbd.goth/edirectory ส่งผลให้บุคคลทั่วไปสามารถค้นพบข้อมูลร้านค้าของผู้ประกอบการได้ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์และเพิ่มการมองเห็นให้กับธุรกิจ

4. ใช้เป็นเอกสารประกอบการทำธุรกรรมทางการเงิน

สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา และไม่ได้มีรายได้ประจำในรูปแบบเงินเดือน เอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ถือเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาในการปล่อยสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น

  • การกู้เงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
  • การขยายกิจการ
  • การกู้ซื้อบ้าน หรือรถยนต์

5. ต่อยอดเป็น DBD Verified ได้ในอนาคต

ยกระดับความน่าเชื่อถือให้สูงขึ้น เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ระยะยาว

ธุรกิจไหนต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  1. มีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า E-mail หรืออื่นๆ
  2. มีระบบการชำระเงิน ออฟไลน์ หรือ ออนไลน์ เช่นการโอนเงินผ่านระบบบัญชี การชำระด้วยบัตรเครดิต หรือ e-cash เป็นต้น
  3. มีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลหรืออื่นๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ)
  4. มีวัตถุประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากาการโฆษณานั้น
  5. รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ หรือเพียงโฆษณาว่าเป็นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ (ถือว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นมีช่องทางการค้าปกติบนอินเทอร์เน็ต)
  6. เว็บไซต์ให้บริการเกมส์ออนไลน์ที่คิดค่าบริการจากผู้เล่น (เจ้าของเว็บไซต์ต้องจดทะเบียน)
  7. เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่นการ Download เพลงโปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น

ตัวอย่างที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  1. มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทำการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้ติดต่อได้ เช่น สนใจโทร.ติดต่อ…หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
  2. การโฆษณาสินค้าของตนเอง โดยลักษณะของการโฆษณานั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของกิจการ และไม่ใช่ช่องทางค้าปกติ แม้จะมี banner ของผู้อื่นมาติดและมีรายได้จาก banner ก็ตาม
  3. การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน
  4. การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า
  5. เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว
  6. เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่เสียค่าสมาชิกหรือค่าใช้จ่ายใดๆ

หากไม่จด มีโทษอะไร?

ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์  พ.ศ 2499

แนวปฏิบัติสำคัญในการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  1. การยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องยื่น 1 คำขอ ต่อ 1 เว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์
  2. ต้องมีร้านค้าออนไลน์แล้ว “ใช้งานจริง” (ไม่ใช่แค่ชื่อเว็บไซต์ หรือชื่อร้านค้า)
  3. เป็นร้านค้าหรือประกอบพาณิชยกิจอิเล็กทรอนิกส์ 4 ประเภทตามที่กฏหมายกำหนดดังที่กล่าวมาด้านบน
  4. ไม่ใช่เว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลเท่านั้นโดยไม่สามารถซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์ หรือสื่ออนไลน์นั้นๆ
  5. การซื้อขายสินค้า/บริการผ่านทางเว็บไซต์หรือ Social Media เช่น Facebook ที่เป็นการทำการค้าโดยปกติ ถือเป็นการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ตต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และนำเลขทะเบียนแสดงบนหน้าร้านค้าออนไลน์
  6. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ DBD Registered เฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่เป็นเว็บไซต์และมีโดเมนเนมเป็นของตนเอง ไม่รวมสื่อออนไลน์อื่น

ขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

01

จัดทำเฟซบุ๊ค หรือเว็บไซต์ หรืออินสตราแกรม ให้พร้อมออนไลน์

02

จัดทำแบบฟอร์มสำหรับยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

03

แนบเอกสารที่ใช้ประกอบในการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

04

ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมทั้งเอกสารประกอบ

05

ยื่นเอกสารเพื่อขอใช้เครื่องหมาย DBD Registered

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1. กรณีบุคคลธรรมดา

  • กรอกแบบคำขอ ทพ. พร้อมเอกสารแนบแบบ ทพ.
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการ
  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์สถานที่ตั้งกิจการ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ตั้ง สัญญาซื้อขาย โฉนดที่ดิน
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ในกรณีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดค่าเช่า หรือสัญญาเช่าในกรณีเป็นการเช่า (ในกรณีเช่านั้น สัญญาเช่าต้องติดอากรแสตมป์ตามที่กฏหมายกำหนด)
  • แผนที่แสดงสถานที่ตั้งสถานประกอบการ และสถานที่ใก้ลเคียงโดยสังเขป
  • รูปภาพและรายละเอียดเฟซบุ๊ค หรือเว็บไซต์ หรืออินสตราแกรม
  • ในกรณีเว็บไซต์ ต้องมีเอกสารการจดโดเมนเนม (Domain name)
  • หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน)
  • กรอกแบบคำขอ ทพ. พร้อมเอกสารแนบแบบ ทพ.
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการ/หุ้นส่วนผู้จัดการ
  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์สถานที่ตั้งนิติบุคคล ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ตั้ง สัญญาซื้อขาย โฉนดที่ดิน
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ในกรณีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดค่าเช่า หรือสัญญาเช่าในกรณีเป็นการเช่า (ในกรณีเช่านั้น สัญญาเช่าต้องติดอากรแสตมป์ตามที่กฏหมายกำหนด)
  • แผนที่แสดงสถานที่ตั้งนิติบุคคล และสถานที่ใก้ลเคียงโดยสังเขป
  • รูปภาพและรายละเอียดเฟซบุ๊ค หรือเว็บไซต์ หรืออินสตราแกรม
  • ในกรณีเว็บไซต์ ต้องมีเอกสารการจดโดเมนเนม (Domain name)
  • หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน)
การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับร้านค้าออนไลน์

ทำไมต้องใช้บริการเรา?

เราเข้าใจ “ธุรกิจออนไลน์จริง” ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร

กรณีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี หรือนิติบุคคล (ไม่ว่าจะมียอดขายเท่าไรก็ตาม) จำเป็นต้องจดทะเบียน “ตลาดแบบตรง” กับทาง สคบ. ภายใต้ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2560 โดยหากไม่จดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง จะมีโทษจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับบาท รายละเอียดการจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง

ท่านใดที่สนใจบริการรับจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ | บริการรับจดทะเบียนพาณิชย์