จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

จองชื่อบริษัทต้องทำอย่างไร ชื่อไทยและอังกฤษต้องตรงกันหรือไม่

การจองชื่อบริษัท คือ การขอจองชื่อนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผ่านระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติ เพื่อให้ตรวจสอบว่าชื่อที่ต้องการใช้ไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อนิติบุคคลอื่น และไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ของนายทะเบียน ก่อนดำเนินการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

ชื่อที่จองผ่านระบบและได้รับการอนุมัติแล้ว มีอายุ 30 วันนับแต่วันที่จองชื่อได้ ผู้ขอจองจึงควรเตรียมข้อมูลและเอกสารสำหรับการจดทะเบียนให้พร้อม และดำเนินการจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

บทความนี้สรุปวิธีจองชื่อบริษัท หลักเกณฑ์การตรวจสอบชื่อ ความสอดคล้องระหว่างชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อที่มีข้อจำกัดตามระเบียบของนายทะเบียน รวมถึงวิธีดำเนินการเมื่อใบจองชื่อครบกำหนด 30 วันแล้วยังไม่ได้จดทะเบียน

เขียนโดย

หมวดหมู่

หัวข้อ

จองชื่อบริษัทคืออะไร และทำไมควรตรวจสอบและจองชื่อก่อนจดทะเบียน

หลักเกณฑ์การจองชื่อตามกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การจองชื่อนิติบุคคลต้องดำเนินการผ่าน ระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยผู้ขอจองต้องตรวจสอบและจองชื่อผ่านระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด

เมื่อจองชื่อสำเร็จ ระบบจะออก ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคล ซึ่งผู้ขอจองต้องนำไปใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ดังนั้น ใบแจ้งผลการจองชื่อจึงเป็นเอกสารสำคัญที่ควรตรวจสอบวันหมดอายุให้เรียบร้อยก่อนยื่นจดทะเบียน

จองชื่อพร้อมจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ได้หรือไม่

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้อำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ โดย กรรมการหรือผู้เริ่มก่อการสามารถเลือกหัวข้อ ยังไม่ได้จองชื่อนิติบุคคล และดำเนินการจองชื่อพร้อมกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและหนังสือบริคณห์สนธิในกระบวนการเดียวกันได้ ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียน

นอกจากนี้ หากผู้ขอจดทะเบียนได้จองชื่อนิติบุคคลไว้แล้ว ก็สามารถนำ หมายเลขการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุและได้รับอนุมัติจากนายทะเบียน มาใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีทางเลือกทั้ง การจองชื่อบริษัทล่วงหน้าก่อนดำเนินการจดทะเบียน หรือ จองชื่อพร้อมดำเนินการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบออนไลน์ในกระบวนการเดียวกัน ทั้งนี้ การดำเนินการต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

ทำไมควรจองชื่อก่อนทำตรายาง ป้าย และเอกสารบริษัท

การจองชื่อบริษัทไม่มีค่าธรรมเนียม จึงควรดำเนินการจองและตรวจสอบชื่อให้ผ่านก่อนสั่งทำสิ่งต่าง ๆ ที่ระบุชื่อกิจการ เช่น

หากชื่อที่ต้องการไม่ผ่านเกณฑ์และต้องเปลี่ยนชื่อ การเตรียมสิ่งของหรือเอกสารเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าอาจทำให้ต้องแก้ไขหรือจัดทำใหม่

ตรวจสอบชื่อบริษัทซ้ำก่อนจองได้อย่างไร

ใช้เมนูตรวจสอบชื่อนิติบุคคล

ก่อนกดจองชื่อ สามารถใช้เมนู ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล ในระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติ เพื่อค้นหาชื่อที่มีการจดทะเบียนหรือจองไว้ก่อนแล้ว

ผู้ขอจองสามารถพิมพ์ชื่อที่ต้องการตรวจสอบ และเลือกการค้นหาตามตัวเลือกที่ระบบกำหนด เช่น การค้นหาชื่อที่ขึ้นต้นด้วยคำเดียวกัน เพื่อดูชื่อที่มีความใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม การค้นหาในระบบเป็นเพียงขั้นตอนช่วยตรวจสอบเบื้องต้น การที่ระบบแสดงว่าไม่พบชื่อเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าชื่อนั้นจะได้รับอนุมัติอย่างแน่นอน เพราะนายทะเบียนยังพิจารณาตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับชื่อที่เหมือน พ้อง หรือคล้ายคลึงกันด้วย

นายทะเบียนพิจารณาว่าชื่อซ้ำหรือคล้ายกันอย่างไร

การพิจารณาชื่อไม่ได้ดูเฉพาะการสะกดตัวอักษรเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึง เสียงเรียกขานและความคล้ายคลึงของชื่อ หากชื่อใหม่มีลักษณะใกล้เคียงกับชื่อที่มีผู้จองหรือจดทะเบียนไว้ก่อน จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือหลงผิด ชื่อนั้นอาจไม่สามารถจองได้

ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบของนายทะเบียน ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับชื่อบางประเภท เช่น ชื่อที่พ้องหรือคล้ายกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ก่อน หรือชื่อบางประเภทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้วแต่ยังไม่พ้นระยะเวลา 10 ปี

ชื่อที่ เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกันกับชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จดทะเบียนไว้แล้ว จะไม่อนุมัติให้ใช้ เว้นแต่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หรือหมดสภาพจากการควบรวมแล้ว

ดังนั้น การตรวจชื่อก่อนจองจึงควรตรวจทั้ง ตัวสะกด ความหมาย และเสียงอ่าน ไม่ควรตรวจเฉพาะชื่อที่สะกดเหมือนกันเท่านั้น

วิธีตรวจชื่อให้รอบคอบก่อนกดจอง

เพื่อเพิ่มโอกาสให้ชื่อผ่านการพิจารณา ควรดำเนินการดังนี้

การเตรียมชื่อสำรองไว้ก่อนจะช่วยลดเวลา หากชื่อแรกไม่ผ่านและต้องเปลี่ยนชื่อ

ขั้นตอนจองชื่อบริษัทผ่านระบบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนต่อไปนี้เรียบเรียงตามแนวทางการใช้งานระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนที่ 1 ถึง 2 สมัครและเข้าสู่ระบบ พร้อมตรวจสอบชื่อ

1. ลงทะเบียนผู้ใช้งาน

ลงทะเบียนผู้ใช้งานในระบบ ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

2. ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล

เลือกเมนู ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล เพื่อค้นหาชื่อที่ต้องการ และตรวจสอบชื่อที่มีอยู่หรือมีความใกล้เคียงก่อนดำเนินการจอง

ขั้นตอนที่ 3 ถึง 5 กรอกข้อมูลผู้ขอจองและชื่อนิติบุคคล

3. เลือกเมนูจองชื่อ

เลือกเมนู จองชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด และอ่านเงื่อนไขการจองและขอใช้ชื่อนิติบุคคล จากนั้นยอมรับเงื่อนไขตามที่ระบบกำหนด

4. กรอกข้อมูลผู้ขอจอง

กรอกรายละเอียดของผู้ขอจองชื่อ โดยผู้ขอจองต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด เช่น ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการ แล้วแต่กรณี

5. กรอกชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

กรอกชื่อนิติบุคคลที่ต้องการจองทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยชื่อทั้งสองภาษาต้องมีความสอดคล้องกันตามหลักเกณฑ์ของกรม ก่อนกดยืนยันการจอง

ขั้นตอนที่ 6 ถึง 7 ตรวจสอบผลและพิมพ์ใบจองชื่อ

6. ตรวจสอบผลการจอง

ระบบจะแสดงผลการจองตามสถานะที่กำหนด เช่น

หากไม่สามารถจองได้ ระบบจะแสดงเหตุผลประกอบ เช่น ชื่อภาษาไทยไม่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษ หรือชื่อมีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์

หากเป็นกรณีที่ต้องรอพิจารณา ผู้ขอจองอาจต้องแนบเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่กำหนด

7. ยืนยันการจองและพิมพ์ใบแจ้งผล

เมื่อสถานะเป็น จองได้ ให้ยืนยันการจอง จากนั้นเข้าเมนู ผลการจองชื่อ เพื่อดูรายละเอียดและพิมพ์ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลสำหรับใช้ประกอบการจดทะเบียน

หากภายหลังต้องการเปลี่ยนชื่อ สามารถดำเนินการตามเมนูที่ระบบกำหนด เช่น ยกเลิกการจองเดิม แล้วตรวจสอบและจองชื่อใหม่

ชื่อบริษัทภาษาไทยกับภาษาอังกฤษต้องตรงกันอย่างไร

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การจองชื่อไม่ผ่าน คือ ชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่สอดคล้องกัน

หลักเกณฑ์กำหนดให้ชื่อที่ขอจองต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยชื่อภาษาอังกฤษต้องมีความหมายหรือเสียงเรียกขานตรงกับชื่อภาษาไทย

ดังนั้น การคิดชื่อภาษาอังกฤษควรทำพร้อมกับการคิดชื่อภาษาไทย ไม่ควรรอจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

แปลความหมายหรือทับศัพท์ได้หรือไม่

การกำหนดชื่อภาษาอังกฤษสามารถใช้ได้ทั้ง การแปลความหมาย หรือ การทับศัพท์ให้มีเสียงเรียกขานสอดคล้องกับชื่อภาษาไทย เช่น

ชื่อภาษาไทยว่า บ้านดอกไม้

สามารถใช้ชื่อภาษาอังกฤษได้ เช่น

แต่หากใช้คำว่า Green Garden จะมีความเสี่ยงที่จะไม่สอดคล้องกับชื่อภาษาไทย เพราะไม่ได้มีความหมายหรือเสียงเรียกขานตรงกับคำว่า บ้านดอกไม้

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ

ชื่อภาษาไทยว่า ดาวรุ่ง

สามารถใช้ชื่อภาษาอังกฤษ เช่น

แต่ไม่ควรใช้ Sunset เนื่องจากมีความหมายแตกต่างจากคำว่า ดาวรุ่ง และไม่มีเสียงเรียกขานที่สอดคล้องกัน

ข้อควรระวังคือ การแปลชื่อภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษไม่ควรแปลเฉพาะบางคำจนทำให้ความหมายโดยรวมของชื่อแตกต่างกัน

คำแสดงประเภทนิติบุคคลต้องสอดคล้องกัน

ชื่อบริษัทต้องมีคำแสดงประเภทนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ เช่น

หากเป็นบริษัทจำกัด คำแสดงประเภทนิติบุคคลในภาษาอังกฤษก็ควรสอดคล้องกับประเภทของนิติบุคคลด้วย

หากต้องการใช้ภาษาที่สามทำอย่างไร

หากต้องการใช้ชื่อภาษาต่างประเทศอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ อาจต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่กรมกำหนด

ชื่อภาษาที่สามเป็นการขอใช้เพิ่มเติม จึงไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้แทนชื่อภาษาอังกฤษได้ ผู้ประกอบการควรเตรียม ชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้เรียบร้อยก่อน

ชื่อแบบไหนจองบริษัทไม่ผ่าน

ระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ชื่อห้างหุ้นส่วนและบริษัทหลายลักษณะ โดยกรณีที่ผู้ประกอบการพบได้บ่อย ได้แก่

1. ชื่อซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลเดิม

ชื่อที่เหมือน พ้อง หรือคล้ายคลึงกับชื่อของนิติบุคคลที่มีอยู่แล้ว อาจไม่สามารถจองได้ โดยเฉพาะชื่อที่มีเสียงเรียกขานใกล้เคียงกัน แม้การสะกดจะแตกต่างกันก็ตาม

ดังนั้น การตรวจชื่อจึงไม่ควรค้นเฉพาะชื่อที่สะกดเหมือนกัน แต่ควรพิจารณาชื่อที่ออกเสียงใกล้เคียงด้วย

2. ชื่อที่มีเครื่องหมายหรือรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

ชื่อบางประเภทไม่สามารถใช้ได้ เช่น การใช้เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตัวเลขในรูปแบบที่ระเบียบไม่อนุญาต รวมถึงการใช้ตัวเลขโรมันในชื่อ ซึ่งอาจต้องปรับรูปแบบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรม

3. คำว่า คอร์ป หรือ คอร์ปอเรชั่น

คำว่า คอร์ป (Corp.) หรือ คอร์ปอเรชั่น (Corporation) มีข้อจำกัดในการใช้ และโดยหลักใช้กับชื่อบริษัท ไม่ควรนำไปใช้ตั้งชื่อห้างหุ้นส่วนโดยไม่ตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

4. การใช้ชื่อประเทศ

หากต้องการนำชื่อประเทศมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อนิติบุคคล ต้องปฏิบัติตามรูปแบบที่ระเบียบกำหนด โดยชื่อประเทศอาจต้องระบุไว้ในวงเล็บท้ายชื่อ ไม่ใช่นำไปวางไว้ในตำแหน่งใดก็ได้ของชื่อ

5. ชื่อที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ชื่อบางประเภทมีคำที่ทำให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะ เช่น

การใช้คำเหล่านี้อาจต้องมีหนังสือเห็นชอบหรือหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

นอกจากนี้ ยังมีคำหรือชื่อบางประเภทที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นชื่อบริษัทได้ เช่น ชื่อที่ทำให้เข้าใจว่าเป็น บริษัทมหาชนจำกัด สมาคมการค้า หรือหอการค้า หรือมีเสียงเรียกขานใกล้เคียงจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด

6. ชื่อที่เกี่ยวข้องกับ วิสาหกิจเพื่อสังคม

หากต้องการใช้คำว่า วิสาหกิจเพื่อสังคม ควรมีหลักฐานว่าเป็นผู้ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ก่อนนำมาใช้ในชื่อ

7. ชื่อที่พาดพิงพระมหากษัตริย์ หน่วยงานรัฐ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย

ชื่อที่พาดพิงหรือทำให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ กระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ รวมถึงชื่อที่ทำให้เข้าใจว่ารัฐเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการ อาจไม่สามารถใช้ได้

เช่นเดียวกับชื่อที่ขัดต่อนโยบายแห่งรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี และชื่อภาษาต่างประเทศที่ไม่สอดคล้องกับชื่อภาษาไทย

จองชื่อผ่านแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องชื่อหรือไม่

การที่ระบบอนุมัติให้จองชื่อได้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ชื่อจะได้รับสิทธิในชื่อนั้นโดยสมบูรณ์ในทุกกรณี

หากภายหลังพบว่าชื่อพ้องหรือคล้ายกับชื่อของนิติบุคคลอื่นจนทำให้เกิดความหลงผิด ผู้ใช้ชื่ออาจต้องรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบชื่อให้รอบคอบตั้งแต่ก่อนจอง และหลีกเลี่ยงชื่อที่มีความใกล้เคียงกับธุรกิจหรือบริษัทที่มีอยู่แล้ว แม้ระบบจะอนุญาตให้จองก็ตาม

จองชื่อบริษัทมีอายุกี่วัน

ชื่อที่จองได้แล้วมีอายุ 30 วันนับแต่วันที่จองชื่อได้

ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลสำหรับการจดทะเบียนให้พร้อมก่อนจองชื่อ เพื่อให้สามารถดำเนินการจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดทำการ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวันครบกำหนดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

ครบ 30 วันแล้ว ยังไม่ได้จดทะเบียน ต้องทำอย่างไร

หากใบจองชื่อหมดอายุแล้ว จะไม่สามารถนำใบแจ้งผลการจองชื่อฉบับเดิมมาใช้แทนใบจองที่ยังมีผลได้

ในทางปฏิบัติ หากยังต้องการใช้ชื่อเดิม ควรดำเนินการ ตรวจสอบและจองชื่อใหม่อีกครั้ง โดยเร็วที่สุด

หากระบบยังเปิดให้ดำเนินการกับใบจองเดิม ผู้ขอจองสามารถยกเลิกการจองเดิมตามขั้นตอนของระบบ แล้วดำเนินการตรวจสอบและจองชื่อใหม่

เมื่อจองใหม่สำเร็จ จะเริ่มนับระยะเวลาการใช้ชื่อใหม่ตามวันที่จองครั้งใหม่

ระวัง ชื่อเดิมไม่ได้ถูกกันไว้ตลอดไป

เมื่อใบจองชื่อหมดอายุ ชื่อดังกล่าวไม่ได้ถูกสงวนไว้ให้ผู้ขอจองเดิมตลอดไป

ดังนั้น หากปล่อยให้ใบจองหมดอายุและยังไม่ได้จดทะเบียน มีความเป็นไปได้ที่บุคคลอื่นจะตรวจสอบและจองชื่อเดียวกันหรือชื่อที่ใกล้เคียงไปก่อน

หากต้องการใช้ชื่อเดิมต่อ จึงควรตรวจสอบและจองใหม่โดยเร็วที่สุด

วิธีที่ดีที่สุดคือเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนจองชื่อ

เพื่อป้องกันปัญหาใบจองหมดอายุ ควรเตรียมข้อมูลสำคัญสำหรับการจดทะเบียนบริษัทให้พร้อมก่อนจองชื่อ เช่น

จุดที่ทำให้ต้องจองชื่อบริษัทใหม่บ่อยที่สุด

จากประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านการจดทะเบียนบริษัท ปัญหาที่พบมักเกิดจากรายละเอียดที่สามารถตรวจสอบล่วงหน้าได้

พลาดเรื่องชื่อ

  1. ชื่อภาษาอังกฤษไม่สอดคล้องกับชื่อไทย เช่น แปลความหมายไม่ตรงกัน หรือทับศัพท์จนเสียงเรียกขานแตกต่างจากภาษาไทยอย่างมีนัยสำคัญ
  2. ตรวจเฉพาะตัวสะกด แต่ไม่ได้ตรวจเสียง ชื่อที่สะกดต่างกันอาจมีเสียงอ่านใกล้เคียงกันและอาจเข้าข่ายชื่อคล้ายได้
  3. ใช้เครื่องหมายหรือตัวเลขโรมันไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ควรตรวจรูปแบบชื่อก่อนส่งคำขอ
  4. ใช้คำว่า คอร์ปอเรชั่น กับห้างหุ้นส่วน ควรตรวจสอบประเภทนิติบุคคลและหลักเกณฑ์การใช้คำให้ถูกต้อง
  5. ใช้ชื่อประเทศไม่ตรงตามรูปแบบที่กำหนด ควรตรวจสอบตำแหน่งและรูปแบบการใช้ชื่อประเทศ โดยชื่อประเทศต้องระบุไว้ในวงเล็บท้ายชื่อ

พลาดเรื่องผู้จองและระยะเวลา

  1. ผู้จองไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ผู้จองชื่อไม่ใช่ผู้เริ่มก่อการ หุ้นส่วน หรือกรรมการเป็นผู้จองชื่อ
  2. จองชื่อเร็วเกินไปทั้งที่เอกสารยังไม่พร้อม หากยังไม่ได้เตรียมข้อมูลสำหรับจดทะเบียน การจองชื่อไว้ล่วงหน้านานเกินไปอาจทำให้ใบจองหมดอายุก่อนดำเนินการเสร็จ

Checklist ก่อนจองชื่อบริษัท

ก่อนกดจองชื่อ แนะนำให้ตรวจสอบให้ครบ 6 ข้อ

หากครบทุกข้อ จะช่วยลดความเสี่ยงในการจองชื่อไม่ผ่านและลดโอกาสที่ใบจองจะหมดอายุก่อนจดทะเบียน

สรุปเรื่องการจองชื่อบริษัท

จดทะเบียนบริษัทให้จบในรอบเดียว ติดต่อ IGB Corporation

การตั้งชื่อบริษัทเป็นเพียงขั้นตอนแรกของการจัดตั้งบริษัท หากต้องการลดความเสี่ยงเรื่องชื่อไม่ผ่าน เอกสารไม่ครบ หรือใบจองชื่อหมดอายุ ควรเตรียมข้อมูลสำหรับจดทะเบียนให้พร้อมตั้งแต่ก่อนจองชื่อ

IGB Corporation ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัท ตั้งแต่การให้คำแนะนำและตรวจสอบชื่อ จองชื่อนิติบุคคล จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หากต้องการให้ทีมงานช่วยดูแลกระบวนการจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้น สามารถใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทของ IGB Corporation ได้