จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

จองชื่อบริษัท ทำอย่างไร ชื่อไทย-อังกฤษต้องตรงกัน และครบ 30 วันยังไม่ได้จดต้องทำอย่างไร

จองชื่อบริษัท คือ การขอจองชื่อนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผ่านระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติก่อนยื่นจดทะเบียน เพื่อยืนยันว่าชื่อที่จะใช้ไม่ซ้ำกับนิติบุคคลอื่นและไม่ขัดระเบียบของนายทะเบียน ชื่อที่จองได้จะมีอายุ 30 วัน และต้องนำใบแจ้งผลการจองชื่อไปยื่นจดทะเบียนภายในกำหนด บทความนี้สรุปขั้นตอนจองชื่อตามคู่มือของกรม เกณฑ์ชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษที่ต้องสอดคล้องกัน ชื่อที่จองไม่ผ่านตามระเบียบข้อ 38 และวิธีจัดการเมื่อใบจองหมดอายุ

เขียนโดย

หมวดหมู่

หัวข้อ

จองชื่อบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจองก่อนจดทะเบียน

หลักเกณฑ์ตามระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หลักเกณฑ์เรื่องนี้อยู่ในระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 ข้อ 25 ระบุให้ตรวจสอบและจองผ่านระบบอัตโนมัติบนเว็บไซต์ของกรมเท่านั้น ส่วนข้อ 26 ให้ผู้ขอจองสั่งพิมพ์ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลไว้แนบคำขอ เอกสารใบนี้จึงเป็นด่านแรกที่นายทะเบียนตรวจ ไม่มีหรือหมดอายุแล้ว คำขอจัดตั้งจะไม่ถูกรับพิจารณา

ทำไมต้องจองชื่อก่อนสั่งทำตรายางและป้าย

ชื่อที่จองได้ใช้ได้ทั้งกับการจดทะเบียนบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน ระเบียบข้อ 26 เปิดให้เลือกประเภทนิติบุคคลได้ในภายหลัง เพียงเปลี่ยนคำแสดงประเภทในชื่อให้ตรงกับประเภทที่จะจด การจองผ่านระบบของกรมไม่มีค่าธรรมเนียม ผู้ประกอบการจึงควรจองชื่อก่อนสั่งทำตรายาง ป้าย หรือเอกสารใดที่มีชื่อกิจการ เพราะหากจองไม่ผ่านจะต้องเปลี่ยนชื่อและทำของเหล่านั้นใหม่ทั้งหมด

เช็คชื่อบริษัทซ้ำก่อนจองอย่างไร

ใช้เมนูตรวจสอบชื่อนิติบุคคลในระบบ

ระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติมีเมนู ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล ให้พิมพ์ชื่อที่ต้องการแล้วระบบจะแสดงรายชื่อนิติบุคคลที่เคยจดทะเบียนไว้ทั้งหมดที่ตรงหรือใกล้เคียง หากต้องการค้นเฉพาะชื่อที่ขึ้นต้นด้วยคำเดียวกัน ให้เลือกตัวเลือก คำขึ้นต้น ระบบจะแสดงเฉพาะรายชื่อที่เริ่มด้วยคำนั้น

เกณฑ์ที่นายทะเบียนใช้ตัดสินว่าชื่อซ้ำ

เกณฑ์ที่นายทะเบียนใช้ไม่ได้ดูเพียงตัวสะกด ชื่อที่จะจองต้องไม่เหมือน ไม่มีเสียงเรียกขานตรงกัน และไม่คล้ายคลึงกับชื่อที่มีผู้จองหรือจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วจนอาจทำให้เกิดความหลงผิด ระเบียบข้อ 38 ยังห้ามใช้ชื่อที่พ้องกับชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิที่จดทะเบียนไว้ก่อน และชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้วแต่ยังไม่พ้น 10 ปี ส่วนชื่อของบริษัทที่เลิกกิจการไปแล้วจะนำมาใช้ได้เมื่อนิติบุคคลนั้นจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หรือหมดสภาพจากการควบรวมแล้ว ตามข้อ 38 (7)

วิธีเช็คให้รอบคอบก่อนกดจอง

ในทางปฏิบัติ การเช็คชื่อบริษัทควรทดลองอ่านออกเสียงชื่อที่ตั้งไว้ แล้วค้นด้วยคำที่สะกดต่างกันแต่เสียงเหมือนกันด้วย และควรเตรียมชื่อสำรองไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ต้องกลับมาคิดชื่อใหม่เมื่อระบบปฏิเสธ

ขั้นตอนจองชื่อบริษัทผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนต่อไปนี้เรียบเรียงจากคู่มือการใช้งานระบบจองชื่อนิติบุคคลอัตโนมัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (reserve.dbd.go.th)

ขั้นที่ 1 ถึง 2 เตรียมบัญชีผู้ใช้และตรวจสอบชื่อ

  1. ลงทะเบียนผู้ใช้งานในระบบ ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข แล้วเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
  2. เลือกเมนู ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล เพื่อค้นหาว่าชื่อที่ต้องการซ้ำกับนิติบุคคลอื่นหรือไม่

ขั้นที่ 3 ถึง 5 กรอกข้อมูลผู้ขอจองและชื่อที่ต้องการ

  1. เลือกเมนู จองชื่อห้างหุ้นส่วน/บริษัทจำกัด และทำเครื่องหมายยอมรับเงื่อนไขในการจองและขอใช้ชื่อนิติบุคคล ซึ่งระบบจะแสดงเมื่อเข้าเมนูครั้งแรก
  2. กรอกรายละเอียดผู้ขอจองชื่อ ระเบียบข้อ 24 กำหนดให้ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการเป็นผู้ขอจอง หากจะยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทภายในวันเดียวกัน ผู้ถือหุ้นเป็นผู้จองก็ได้
  3. กรอกชื่อนิติบุคคลที่ต้องการจองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แล้วกดจอง

ขั้นที่ 6 ถึง 7 อ่านผลการจองและพิมพ์ใบแจ้งผล

  1. ระบบแจ้งผลทันทีเป็น 3 สถานะ ได้แก่ จองได้ ไม่สามารถจองได้ และรอพิจารณา กรณีไม่สามารถจองได้ ระบบจะแสดงเหตุผลไว้ใต้กรอบสถานะ เช่น ชื่อภาษาไทยไม่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษ ส่วนกรณีรอพิจารณา ผู้ขอจองต้องแนบเอกสารแล้วรอเจ้าหน้าที่ตรวจ
  2. เมื่อสถานะเป็นจองได้ ให้ยืนยันการจอง แล้วไปที่เมนู ผลการจองชื่อ เพื่อพิมพ์ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลไว้ใช้ยื่นจดทะเบียน

เมนูผลการจองชื่อยังมีปุ่มดูสถานะ ปุ่มแก้ไขใบจอง และปุ่มยกเลิกการจอง หากจองแล้วเปลี่ยนใจอยากใช้ชื่ออื่น ให้กดยกเลิกการจองของใบเดิม แล้วตรวจสอบและจองชื่อใหม่ได้ทันที

ชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษต้องตรงกันอย่างไร

ระเบียบข้อ 25 กำหนดให้พิมพ์ชื่อที่ขอจองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และ ชื่อภาษาอังกฤษต้องมีความหมายหรือมีเสียงเรียกขานตรงกับชื่อภาษาไทย ชื่อที่ใช้ภาษาต่างประเทศแล้วความหมายหรือเสียงไม่ตรงกับภาษาไทยจัดเป็นชื่อต้องห้ามตามข้อ 38 (14) ระบบจึงปฏิเสธพร้อมแจ้งเหตุผลทันที การจองเฉพาะภาษาไทยจึงทำไม่ได้ หากยังไม่ได้คิดชื่อภาษาอังกฤษ ให้ทับศัพท์จากชื่อไทยได้ทันที ขอเพียงเสียงเรียกขานตรงกัน

แปลความหมาย หรือทับศัพท์ให้เสียงตรงกัน

ทำได้ 2 แนวทาง คือ แปลความหมาย หรือทับศัพท์ให้เสียงตรงกัน เช่น ชื่อไทยว่า แสงจันทร์ ใช้ภาษาอังกฤษว่า Moonlight (แปล) หรือ Saengchan (ทับศัพท์) ได้ทั้งสองแบบ แต่จะใช้ Sunrise ไม่ได้ เพราะไม่ตรงทั้งความหมายและเสียง ส่วนชื่อไทยที่ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เช่น บลูสกาย ให้เขียนภาษาอังกฤษตามคำเดิมคือ Blue Sky

คำแสดงประเภทนิติบุคคลและชื่อภาษาที่สาม

ชื่อทั้งสองภาษาต้องมีคำแสดงประเภทนิติบุคคลตามระเบียบข้อ 39 บริษัทจำกัดต้องมีคำว่า บริษัท นำหน้าและ จำกัด ต่อท้าย ชื่อภาษาอังกฤษต้องมีคำแสดงประเภทเช่นกัน เช่น Company Limited หากต้องการใช้ชื่อภาษาต่างประเทศอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ ต้องแนบแบบขอใช้ชื่อนิติบุคคลเป็นภาษาต่างประเทศประกอบคำขอจดทะเบียนด้วย ชื่อภาษาที่สามเป็นการขอใช้เพิ่ม ไม่ได้ใช้แทนภาษาอังกฤษ จึงยังต้องจองชื่อไทยและอังกฤษก่อนเสมอ

ชื่อแบบไหนจองไม่ผ่าน

ระเบียบข้อ 38 ห้ามใช้คำหรือข้อความในชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท 15 ลักษณะ กลุ่มที่ผู้ประกอบการทั่วไปมีโอกาสติดมากที่สุดมีดังนี้

ชื่อที่ซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลเดิม

กลุ่มที่ระบบปฏิเสธบ่อยที่สุด คือ ชื่อที่เหมือนหรือคล้ายเสียงกับนิติบุคคลที่มีอยู่ ตามเกณฑ์ในหัวข้อเช็คชื่อซ้ำข้างต้น เพราะระบบเทียบทั้งตัวสะกดและเสียงอ่าน ไม่ใช่ตัวสะกดเพียงอย่างเดียว

รูปแบบตัวอักษรและคำที่ระเบียบสงวนไว้

ชื่อที่มีเครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตัวเลขโรมัน ใช้ไม่ได้ทุกกรณี ต้องเขียนเป็นตัวอักษรหรือตัวเลขอารบิกแทน

คอร์ป และ คอร์ปอเรชั่น ใช้ได้เฉพาะบริษัท

ชื่อที่มีคำว่า คอร์ป (Corp) หรือ คอร์ปอเรชั่น (Corporation) ใช้ได้เฉพาะเมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัทตามข้อ 38 (12) นำไปตั้งชื่อห้างหุ้นส่วนไม่ได้

ชื่อประเทศต้องอยู่ในวงเล็บท้ายชื่อ

ชื่อประเทศ หากจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อต้องระบุไว้ในวงเล็บท้ายชื่อตามข้อ 38 (3) การวางชื่อประเทศไว้กลางชื่อจะถูกปฏิเสธ

คำที่ต้องมีหนังสือเห็นชอบหรือหลักฐานก่อนใช้

ชื่อที่พาดพิงสถาบัน หน่วยงานรัฐ และความสงบเรียบร้อย

ความรับผิดเมื่อใช้ชื่อคล้ายจนคนหลงผิด

ระเบียบข้อเดียวกันยังระบุว่า หากห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใช้ชื่อพ้องหรือคล้ายกับนิติบุคคลอื่นจนอาจทำให้เกิดความหลงผิด ผู้ใช้ชื่อต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 มาตรา 67 และมาตรา 1115 การที่ระบบเคยยอมให้จองจึงไม่ได้คุ้มครองหากมีผู้เสียหายมาโต้แย้งในภายหลัง

จองชื่อแล้วมีอายุกี่วัน ครบ 30 วันยังไม่ได้จดต้องทำอย่างไร

นับ 30 วันอย่างไร

ระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อ 26 กำหนดว่าชื่อนิติบุคคลที่จองได้แล้วต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่จองชื่อได้ หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดทำการ ให้นับวันทำการแรกถัดไปเป็นวันครบกำหนด และคู่มือของกรมระบุเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนไว้ชัดว่าต้องเป็น ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ

ครบกำหนดแล้วยังไม่ได้ยื่น ให้ยกเลิกใบเดิมแล้วจองใหม่

หากครบ 30 วันแล้วยังยื่นจดทะเบียนไม่ทัน ใบจองเดิมใช้ประกอบคำขอไม่ได้อีก แนวทางที่ทีมงาน IGB Corporation ใช้คือ ยกเลิกใบจองเดิมในระบบแล้วจองชื่อเดิมใหม่ทันที โดยเข้าเมนู ผลการจองชื่อ กดปุ่มยกเลิกการจอง แล้วตรวจสอบชื่อและจองซ้ำอีกครั้ง ชื่อที่ได้จะมีอายุ 30 วันนับใหม่ ระหว่างที่ใบจองสิ้นผล ชื่อนั้นไม่ได้ถูกกันไว้ให้ใคร ผู้อื่นจึงมีโอกาสจองไปก่อนได้ การจองใหม่จึงควรทำทันทีที่รู้ว่ายื่นไม่ทัน ไม่ควรรอ

ทางที่ดีคือไม่ปล่อยให้ใบจองหมดอายุ

วิธีที่ดีกว่าการจองซ้ำคือไม่ปล่อยให้ใบจองหมดอายุตั้งแต่แรก ควรเตรียมข้อมูลที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนให้พร้อมก่อนจองชื่อ ได้แก่ ทุนจดทะเบียน รายชื่อผู้ถือหุ้นและกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน และวัตถุประสงค์ของกิจการ แล้วจึงจองชื่อเมื่อพร้อมยื่นภายในไม่กี่วัน

จุดที่ทำให้ต้องจองชื่อใหม่บ่อยที่สุด

จากงานจดทะเบียนที่ทีมงานดูแล จุดที่ทำให้ระบบปฏิเสธหรือต้องกลับมาจองใหม่ มักเป็นเรื่องเล็กที่ตรวจล่วงหน้าได้

พลาดที่ตัวชื่อ

พลาดที่ผู้จองและเวลา

สรุป

จดทะเบียนบริษัทให้จบในรอบเดียว ติดต่อเรา

หากต้องการให้ทีมงานตรวจสอบชื่อ จองชื่อ และดำเนินการจดทะเบียนต่อจนได้หนังสือรับรอง IGB Corporation มีบริการรับจดทะเบียนบริษัทที่ดูแลตั้งแต่การตั้งชื่อให้ถูกระเบียบ เตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นจดทะเบียนภายในอายุใบจองชื่อ