รับทำวีซ่า Non O ติดตามครอบครัว คู่สมรสไทย และเกษียณอายุ

วีซ่า Non-O คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยด้วยเหตุผลครอบครัวหรือการใช้ชีวิต เช่น เป็นคู่สมรสของคนไทย เป็นบิดามารดาของบุตรสัญชาติไทย หรือเกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไป IGB รับทำวีซ่า Non O ให้ครบทั้งเตรียมเอกสาร ยื่น และติดตามผล วีซ่ารอบแรกได้ 90 วันแล้วต่อเป็น 1 ปี โดยกรณีสมรสต้องมีเงินฝาก 400,000 บาท และกรณีเกษียณ 800,000 บาท หน้านี้อธิบายขั้นตอนขอวีซ่าและข้อควรระวังตอนยื่น

บริการรับทำวีซ่า Non O ครบทุกขั้นตอน โดย IGB Corporation

บริการรับทำวีซ่า Non O ของ IGB Corporation

IGB Corporation ดำเนินการวีซ่า Non-O ให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประเมินคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ จัดเตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์และหลักฐานทางการเงิน ยื่นคำขอต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จนถึงการต่อระยะเวลาพำนักเป็น 1 ปี และหน้าที่ที่ต้องดำเนินการระหว่างปีของผู้ถือวีซ่า เรามุ่งเน้นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความยุ่งยากในการติดต่อหน่วยงานราชการ และช่วยให้คุณวางแผนการพำนักในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ

ขอบเขตงานที่เราดำเนินการให้

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับเรา

  1. ให้คำปรึกษาและประเมินคุณสมบัติ ตรวจสอบว่าคุณเข้าเกณฑ์กรณีใด และหลักฐานทางการเงินกับเอกสารความสัมพันธ์เพียงพอหรือไม่ ก่อนเริ่มดำเนินการ
  2. ตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามประเภทความสัมพันธ์ก่อนยื่นจริง
  3. ยื่นคำขอต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และติดตามผลการพิจารณาจนได้รับอนุมัติ
  4. ดูแลหลังได้รับวีซ่า ทั้งการต่อระยะเวลาเป็น 1 ปี รายงานตัว 90 วัน Re-entry Permit และการแจ้งที่พักอาศัย

บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากสมาชิกในครอบครัวเข้ามาทำงาน เราดำเนินการวีซ่าทำงาน Non-B และ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้ควบคู่กัน รวมถึงวีซ่า Non-IB SMART Visa การต่ออายุ และการแจ้งยกเลิกใบอนุญาตทำงาน ดูบริการรับทำวีซ่าให้ต่างชาติทุกประเภท

จุดเด่นในการให้บริการรับทำวีซ่า Non O ของเรา

✔

ให้คำปรึกษาเชิงลึกก่อนดำเนินการ

✔

ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนก่อนยื่นจริง

✔

ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายไทย

✔

ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอ

✔

ดูแลแบบครบวงจร End-to-End

✔

ทีมงานมีประสบการณ์ด้านวีซ่าโดยตรง

วีซ่า Non-O คืออะไร

วีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa O (Non-O) เป็นวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลสัญชาติไทย เช่น คู่สมรส บิดามารดา หรือบุตร สำหรับผู้ติดตามของชาวต่างชาติที่ปฏิบัติงานในประเทศไทย และสำหรับผู้เกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ประสงค์จะพำนักระยะยาว ผู้ถือวีซ่าสามารถพำนักในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเงื่อนไขและเอกสารประกอบแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของผู้ยื่นคำขอ

วีซ่า Non-O สำหรับติดตามครอบครัวและแต่งงานกับคนไทย

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อยื่นคำขอด้วยตนเอง

วีซ่าประเภทนี้มีเงื่อนไขเฉพาะทั้งเรื่องเอกสารแสดงความสัมพันธ์ หลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หลักฐานทางการเงิน และการตรวจสอบสถานะครอบครัวและการพำนักจริง ผู้ยื่นคำขอจำนวนมากจึงพบปัญหา ได้แก่

ปัญหาเหล่านี้ทำให้การพิจารณาล่าช้า ถูกเรียกเอกสารเพิ่มเติม หรือถูกปฏิเสธคำขอ การวางแผนและเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นหัวใจของการขอวีซ่า Non-O

เงื่อนไขและเอกสารของวีซ่า Non-O แต่ละกรณี

วีซ่า Non-O แบ่งตามความสัมพันธ์ของผู้ยื่นคำขอ แต่ละกรณีใช้หลักฐานทางการเงินและเอกสารแสดงความสัมพันธ์ต่างกัน

วีซ่าคู่สมรสไทย หรือวีซ่าแต่งงาน (Non-O กรณีสมรสกับคนไทย)

ชาวต่างชาติที่จดทะเบียนสมรสกับคนไทยขอวีซ่า Non-O เพื่ออยู่กับคู่สมรสได้ การขออยู่ต่อในประเทศไทยต้องแสดงหลักฐานทางการเงินแนวทางใดแนวทางหนึ่ง คือ เงินฝากในธนาคารในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ที่คงอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ หรือรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือนพร้อมหลักฐานประกอบ

หากไม่มีเงินฝากถึง 400,000 บาท

ผู้ที่ไม่มีเงินฝากถึงเกณฑ์สามารถใช้หลักฐานรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาทแทนได้ เช่น หนังสือรับรองรายได้จากเงินบำนาญหรือรายได้อื่นที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศตน และในบางกรณีสามารถใช้รายได้ร่วมกับเงินฝากให้รวมกันไม่น้อยกว่า 400,000 บาทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เอกสารกรณีคู่สมรสไทย

  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอทุกหน้าที่มีข้อความ พร้อมเล่มจริง
  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ ได้แก่ สำเนาใบสำคัญสมรสและสำเนาทะเบียนสมรส (กรณีจดทะเบียนในไทย) หรือสำเนาทะเบียนสมรสที่รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของชาวต่างชาติ พร้อมสำเนาทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว
  • สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของสามีหรือภรรยาชาวไทย
  • หลักฐานทางการเงิน หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากธนาคารในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท และสำเนาสมุดบัญชีที่แสดงเงินฝากคงอยู่ย้อนหลัง 2 เดือน หรือหนังสือรับรองรายได้จากสถานทูตเดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท
  • รูปถ่ายครอบครัวที่พักอาศัยร่วมกัน ทั้งหน้าป้ายที่ตั้งและภายในที่พัก
  • กรณีสามีเป็นคนไทย หนังสือรับรองการทำงานที่ออกไม่เกิน 1 เดือน
  • หลักฐานที่พักอาศัย สัญญาซื้อขาย โฉนดที่ดิน และทะเบียนบ้าน (กรณีซื้อ) หรือสัญญาเช่าพร้อมหลักฐานการชำระค่าเช่า 3 เดือนล่าสุด (กรณีเช่า)

การทำงานของผู้ถือวีซ่าคู่สมรสไทย

ผู้ถือวีซ่า Non-O กรณีสมรสกับคนไทยทำงานในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็น Non-B แต่ต้องได้รับใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน นายจ้างใช้หลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนได้ เช่น ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และมีพนักงานไทย 2 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน โดยกรรมการบริษัทต้องเป็นคนไทย การถือวีซ่า Non-O เพียงอย่างเดียวไม่ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ

ชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ประสงค์จะใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทยขอวีซ่า Non-O ได้ วีซ่ารอบแรกเป็นแบบ Single Entry พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน จากนั้นยื่นขอขยายระยะเวลาพำนักเป็น 1 ปีตามหลักเกณฑ์ หลักฐานทางการเงินคือ เงินฝาก 800,000 บาท ที่คงอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ และหลังได้รับอนุญาตต้องคงไว้ต่ออีก 3 เดือน จึงถอนบางส่วนได้ โดยต้องเหลือเงินในบัญชีไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

วีซ่า Non-O กับ Non-O-A สำหรับผู้เกษียณต่างกันอย่างไร

Non-O-A (Long Stay) เป็นวีซ่าสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเช่นกัน แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย 1 ปีตั้งแต่วันเข้าประเทศ มีเงื่อนไขด้านเอกสารและสุขภาพเพิ่มเติม และห้ามทำงาน ส่วน Non-O เริ่มจาก 90 วันแล้วจึงขยายเป็น 1 ปีภายในประเทศ

คู่สมรสและบุตรของชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยขอวีซ่า Non-O ในฐานะผู้ติดตามได้ โดยผู้ถือวีซ่าหลักต้องได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปีเรียบร้อยแล้ว ผู้ติดตามที่ประสงค์จะทำงานต้องได้รับใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงานเช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่าประเภทอื่น

เอกสารกรณีติดตามครอบครัว

  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือวีซ่าหลักทุกหน้าที่มีข้อความ
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอทุกหน้าที่มีข้อความ พร้อมเล่มจริง
  • รูปถ่ายของผู้ยื่นคำขอ
  • หนังสือรับรองบริษัทพร้อมวัตถุประสงค์ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ผู้ถือวีซ่าหลักทำงาน
  • แบบนำส่งงบการเงินปีล่าสุดของบริษัทนั้น
  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีสามีหรือภรรยา) หรือสำเนาสูติบัตร (กรณีบุตร)
  • แผนที่สถานที่ตั้งบริษัท
  • เอกสารนายจ้าง สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการบริษัท

บิดาหรือมารดาชาวต่างชาติของบุตรที่ถือสัญชาติไทยขอวีซ่า Non-O เพื่อพำนักอยู่กับบุตรได้ โดยต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์กับบุตร หลักฐานสัญชาติไทยของบุตร และหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ คือรายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน หรือเงินฝากในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

ขั้นตอนการขอวีซ่า Non-O

การขอวีซ่า Non-O เริ่มได้ 2 ทาง คือยื่นจากต่างประเทศ หรือเปลี่ยนประเภทวีซ่าภายในประเทศไทย จากนั้นจึงเป็นระยะแรก 90 วัน และการต่อระยะเวลาพำนักเป็น 1 ปี

ทางที่ 1 ยื่นขอที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ

กรณีชาวต่างชาติยังไม่เดินทางเข้าประเทศไทย ให้ยื่นขอวีซ่า Non-O ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของตน

ทางที่ 2 เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-O ภายในประเทศไทย

กรณีเดินทางเข้ามาแล้วด้วยวีซ่าประเภทอื่น เช่น วีซ่าท่องเที่ยว ผผ.30 ผผ.60 หรือ ผผ.90 สามารถยื่นคำขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราเป็น Non-O ได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทย ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ เตรียมเอกสารครบถ้วนตามประเภทความสัมพันธ์ และยื่นคำขอก่อนวีซ่าปัจจุบันหมดอายุอย่างน้อย 15 วัน หากวีซ่าหมดอายุแล้วหรือมีสถานะ Overstay จะไม่สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทได้

ระยะแรก 90 วัน

เมื่อคำขอได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้พำนักเป็นระยะเวลา 90 วัน ซึ่งถือเป็นระยะแรกของการพำนัก ผู้ถือวีซ่าต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยื่นขอต่อระยะเวลาเป็น 1 ปีในขั้นตอนถัดไป

ต่อระยะเวลาพำนักเป็น 1 ปี

ก่อนวีซ่า Non-O รอบแรก (90 วัน) หมดอายุ ผู้ถือวีซ่าจะต้องยื่นคำขอต่อระยะเวลาพำนักต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี

ข้อควรทราบระหว่างพำนักด้วยวีซ่า Non-O

ผู้ยื่นคำขอและครอบครัวชาวไทยต้องแสดงตัวให้ปากคำ

ผู้ยื่นคำขอ รวมถึงภรรยา สามี หรือบุตรชาวไทย ต้องไปแสดงตัวด้วยตนเองเพื่อให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่

รายงานตัว 90 วัน และแจ้งที่พักอาศัย ตม.30

ผู้ที่พำนักในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องรายงานตัว 90 วันต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รักษาเงื่อนไขของการขออยู่ต่อ เช่น สถานะครอบครัวหรือหลักฐานทางการเงินตามกรณี และยื่นขอขยายระยะเวลาก่อนสิทธิเดิมสิ้นสุดหากต้องการอยู่ต่ออีก 1 ปี หากมีการเปลี่ยนแปลงที่พักอาศัย ต้องแจ้งที่พักตามแบบ ตม.30 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ

ผู้ถือวีซ่า Non-O ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทยชั่วคราวและรักษาสิทธิการพำนักเดิม ต้องขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออก โดยเลือกแบบ Single หรือ Multiple ตามความจำเป็น หากเดินทางออกโดยไม่ได้ทำ Re-entry Permit สิทธิการพำนักเดิมอาจสิ้นสุด และต้องขอวีซ่าใหม่ตามกรณี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่า Non-O

วีซ่า Non-Immigrant Visa Category O (Non-O) สามารถใช้สำหรับกรณีใดได้บ้าง?

Non-O ใช้สำหรับการพำนักในประเทศไทยในกรณีที่พบบ่อย เช่น ชาวต่างชาติที่สมรสหรือเป็นครอบครัวของคนไทย ผู้ติดตามคู่สมรสหรือบุตรของชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และผู้เกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ประสงค์พำนักระยะยาว โดยเงื่อนไขและเอกสารประกอบจะแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของผู้ยื่นคำขอ

สำหรับ วีซ่าคู่สมรสกับคนไทย (Non-O) หากเป็นการขออยู่ต่อในประเทศไทย โดยทั่วไปมีเกณฑ์ทางการเงินให้เลือก 2 แนวทาง คือ มีเงินฝากในบัญชีธนาคารในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท โดยกรณีขออยู่ต่อเนื่องจากการสมรสกับหญิงไทย ต้องมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีมาแล้วอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนยื่นคำขอ หรือ มีรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน ตามหลักเกณฑ์และต้องมีหลักฐานประกอบ บางกรณีสามารถใช้ วิธีผสมระหว่างรายได้และเงินฝาก ให้รวมกันไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้ถือ Non-O กรณีสมรสกับคนไทย สามารถทำงานในประเทศไทยได้โดย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Non-B แต่ต้องได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ก่อนเริ่มงาน โดยในกรณีดังกล่าว นายจ้างอาจใช้หลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรน เช่น ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และมีพนักงานไทย 2 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน โดยกรรมการบริษัทต้องเป็นคนไทย ทั้งนี้ ต้องทำงานตามตำแหน่ง นายจ้าง และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต และการถือ Non-O เพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ

Non-O สำหรับผู้เกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปเป็นวีซ่า Single Entry พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน และสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยเป็น 1 ปีได้ตามหลักเกณฑ์ ส่วน Non-O-A (Long Stay) เป็นวีซ่าสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ต้องการพำนักระยะยาว โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย 1 ปีตั้งแต่เข้าประเทศ และมีเงื่อนไขด้านเอกสารและสุขภาพเพิ่มเติม รวมถึง ห้ามทำงาน

ผู้ติดตาม คู่สมรสหรือบุตรของคนต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย ซึ่งถือ Non-O ในฐานะผู้ติดตาม สามารถทำงานในประเทศไทยได้ หากได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ก่อนเริ่มงาน โดยการถือ Non-O เพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ

หากเป็น Non-O ที่ขออยู่ต่อโดยอาศัยเหตุสมรสกับคนไทย การหย่าหรือการที่คู่สมรสเสียชีวิตย่อมทำให้ เหตุแห่งการขออยู่ต่อเดิมเปลี่ยนแปลงไป เพราะหลักเกณฑ์กำหนดให้ต้องมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสทั้งในทางกฎหมายและข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสิทธิการพำนักจะสิ้นสุดลงทันทีในทุกกรณี ต้องตรวจสอบสถานะและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ รวมถึงพิจารณาว่าสามารถเปลี่ยนไปใช้เหตุอื่นในการอยู่ต่อได้หรือไม่ เช่น การทำงาน การอุปการะบุตรไทย หรือเหตุอื่นที่เข้าเกณฑ์

ได้ แต่ ขึ้นอยู่กับว่าหมายถึงเงิน 400,000 บาทสำหรับ Non-O สมรสกับคนไทย หรือ 800,000 บาทสำหรับเกษียณ เพราะเงื่อนไขการถอนต่างกัน กรณี Non-O สมรสกับคนไทย: ต้องมีเงินฝากอย่างน้อย 400,000 บาท คงอยู่ในบัญชีตามระยะเวลาที่กำหนด โดยเกณฑ์ที่เผยแพร่ระบุว่าต้องมีเงินดังกล่าวในบัญชีอย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ ดังนั้นไม่ควรถอนจนกว่าจะพ้นเงื่อนไขที่กำหนด กรณีเกษียณ: เงินฝาก 800,000 บาท ต้องคงอยู่ก่อนยื่นคำขออย่างน้อย 2 เดือน และหลังได้รับอนุญาตแล้วต้องคงไว้ต่ออีก 3 เดือน หลังจากนั้นจึงถอนบางส่วนได้ แต่ต้องเหลือเงินในบัญชี ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

ได้ บิดาหรือมารดาชาวต่างชาติของบุตรที่ถือสัญชาติไทย สามารถขอ Non-Immigrant Visa Category O (Non-O) เพื่อพำนักอยู่กับบุตรไทยได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยทั่วไปต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์กับบุตรและหลักฐานสัญชาติไทยของบุตร รวมถึงมีคุณสมบัติและหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น รายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน หรือเงินฝากในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

หากผู้ถือ Non-O ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทยชั่วคราวและต้องการรักษาสิทธิการพำนักเดิมไว้ ต้องขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย โดยเลือกได้ทั้ง Single Re-entry หรือ Multiple Re-entry ตามความจำเป็น หากเดินทางออกโดย ไม่ได้ทำ Re-entry Permit สิทธิการพำนักเดิมอาจสิ้นสุด และต้องดำเนินการขอวีซ่าหรือสิทธิการเข้าประเทศใหม่ตามกรณี

ผู้ถือ Non-O ที่พำนักในประเทศไทยต่อเนื่อง มีหน้าที่สำคัญที่ต้องดำเนินการระหว่างปี ได้แก่ รายงานตัว 90 วัน หากอยู่ในไทยต่อเนื่องเกิน 90 วัน, รักษาเงื่อนไขของการขออยู่ต่อ เช่น สถานะครอบครัวหรือหลักฐานทางการเงินตามกรณี และ ขอขยายระยะเวลาพำนักก่อนสิทธิเดิมสิ้นสุด หากต้องการอยู่ต่ออีก 1 ปี หากเดินทางออกนอกประเทศและต้องการรักษาสิทธิการพำนักเดิม ต้องดำเนินการ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออก และหากมีการเปลี่ยนแปลงที่พัก ต้องดำเนินการแจ้งที่พักตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ทุกขั้นตอน “ง่าย รวดเร็ว และถูกต้องตามกฎหมาย”