บริการรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ตั้งแต่จองชื่อจนยื่นนายทะเบียน

กิจการที่จะใช้ชื่อบริษัทใหม่ ต้องจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน แล้วจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้มีมติพิเศษ พร้อมแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 ให้ตรงกับชื่อใหม่ หากดวงตราของบริษัทมีชื่อบริษัทอยู่ ต้องแก้ไขตราไปในคำขอเดียวกันด้วย IGB Corporation รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทแทนคุณ ตั้งแต่จองชื่อจนยื่นต่อนายทะเบียน หน้านี้สรุปขั้นตอนทั้ง 5 ขั้น เอกสารที่ต้องใช้ ค่าธรรมเนียมราชการ และข้อที่ควรทราบก่อนเปลี่ยนชื่อบริษัท

จัดเตรียมเอกสาร จัดประชุมผู้ถือหุ้นให้มีมติพิเศษ และยื่นจดทะเบียนแก้ไขชื่อต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแทนคุณ

IGB รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ตั้งแต่จองชื่อจนยื่นนายทะเบียน

บริการรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทโดย IGB Corporation

IGB Corporation ให้บริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท พร้อมให้คำแนะนำและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน

บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่

ขั้นตอนการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท

การเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นการแก้ไขข้อมูลสำคัญของบริษัท จึงควรดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่การมีมติของผู้ถือหุ้น การจัดทำเอกสาร ไปจนถึงการยื่นจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบและจองชื่อบริษัทใหม่

กรรมการตรวจสอบชื่อบริษัทใหม่และจองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใบแจ้งผลการจองชื่อมีอายุ 30 วัน จึงควรจองเมื่อเตรียมเอกสารสำหรับยื่นจดทะเบียนไว้พร้อมแล้ว หลักเกณฑ์ชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษและวิธีจองทีละขั้น อ่านได้ในบทความ จองชื่อบริษัทต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนที่ 2 จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท

บริษัทต้องดำเนินการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและมีมติพิเศษอนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท และการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 (ชื่อบริษัท)

ก่อนการประชุม บริษัทต้องดำเนินการส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยตรง

ในกรณีที่บริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ หรือข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ต้องมีการโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุม บริษัทต้องประกาศคำบอกกล่าวในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง หรือดำเนินการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

คำบอกกล่าวนัดประชุมควรระบุวาระเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อบริษัทให้ชัดเจน เช่น

  • การพิจารณามีมติพิเศษให้แก้ไขชื่อบริษัท
  • การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 (ชื่อบริษัท)
  • การแก้ไขตราสำคัญบริษัท กรณีที่ตรามีชื่อบริษัทอยู่

โดยทั่วไป ต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท การนับระยะเวลาจะเริ่มนับจากวันถัดจากวันที่บริษัทดำเนินการส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือวันที่ลงประกาศโฆษณา แล้วแต่กรณี

ดังนั้น บริษัทควรวางแผนวันประชุมและวันส่งคำบอกกล่าวให้ถูกต้อง เพราะหากแจ้งนัดประชุมไม่ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนด อาจส่งผลต่อความถูกต้องของมติที่ประชุมได้

การลงมติพิเศษเพื่อเปลี่ยนชื่อบริษัทและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิต้องได้รับคะแนนเสียงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

องค์ประชุมต้องมีผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 2 คน และถือหุ้นนับรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 แห่งทุน บริษัทจึงควรตรวจสอบองค์ประชุม วิธีเรียกประชุม และข้อกำหนดในข้อบังคับของบริษัทก่อนจัดประชุม เพื่อให้มติที่ประชุมมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 3 จัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท

จัดทำแบบคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยระบุรายการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 (ชื่อบริษัท) และให้กรรมการตามอำนาจที่ได้จดทะเบียนไว้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท และเป็นผู้ยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้

ขั้นตอนที่ 4 ยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขชื่อบริษัทต่อนายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตามสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมราชการ

ขั้นตอนที่ 5 รับเอกสารหลังจดทะเบียน

เมื่อการจดทะเบียนได้รับการอนุมัติ บริษัทจะได้รับเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท เพื่อนำไปใช้ดำเนินการกับหน่วยงานและคู่ค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท

เอกสารที่ต้องยื่นต่อนายทะเบียน

เอกสารที่บริษัทต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่อาจไม่เรียกตรวจสามรายการนี้ตอนยื่นคำขอ แต่บริษัทต้องจัดทำไว้ให้ครบและเก็บรักษาไว้

ข้อที่ควรทราบก่อนเปลี่ยนชื่อบริษัท

การเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทไม่ได้สิ้นสุดเพียงการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว บริษัทควรตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขชื่อบริษัทกับหน่วยงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลของบริษัทเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกัน

ชื่อบริษัทใหม่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

ชื่อบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนจะต้องผ่านการตรวจสอบและจองชื่อตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องไม่เป็นชื่อที่ต้องห้ามหรือซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่จดทะเบียนไว้แล้วตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิยื่นไปในคำขอจดทะเบียนฉบับเดียวกับการแก้ไขชื่อ ไม่ต้องยื่นแยกสองรอบ

หลังเปลี่ยนชื่อบริษัท ควรตรวจสอบเอกสาร แบบฟอร์ม สัญญา ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารทางธุรกิจที่ประทับตราบริษัท แล้วปรับปรุงให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน

หลังจากเปลี่ยนชื่อบริษัทแล้ว ควรตรวจสอบว่ามีหน่วยงานหรือคู่ค้ารายใดที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง เช่น กรมสรรพากร ธนาคาร บริษัทประกัน คู่ค้า ลูกค้า และหน่วยงานที่บริษัทมีใบอนุญาตหรือมีสัญญาอยู่

หากบริษัทประกอบธุรกิจที่ต้องได้รับใบอนุญาต การเปลี่ยนชื่อบริษัทอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมในการแก้ไขข้อมูลในใบอนุญาตหรือแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาตและหน่วยงานผู้กำกับดูแล

ค่าธรรมเนียมราชการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท

รายการที่ต้องชำระต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีดังนี้

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัทจำกัดและตราสำคัญ

500 บาท

ค่าคัดหนังสือรับรอง

ฉบับละ 200 บาท

ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน

100 บาท

ค่ารับรองสำเนาเอกสาร บอจ.4 และหนังสือบริคณห์สนธิ

หน้าละ 50 บาท

หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมราชการไม่รวมค่าบริการวิชาชีพหรือค่าดำเนินการของผู้รับจ้างดำเนินการจดทะเบียน

ปรึกษาเรื่องเปลี่ยนชื่อบริษัทกับ IGB Corporation

เปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างถูกต้อง ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมั่นใจได้ว่าเอกสารสำคัญได้รับการจัดเตรียมอย่างเป็นระบบ

หากบริษัทของคุณมีแผนเปลี่ยนชื่อบริษัท สามารถปรึกษา IGB Corporation เพื่อประเมินขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท

บริษัทสามารถเปลี่ยนชื่อบริษัทได้หรือไม่?

ได้ บริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทได้ หากผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษอนุมัติการเปลี่ยนแปลง และดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

ต้อง โดยบริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษอนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1. (ชื่อบริษัท) ก่อนดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทต่อนายทะเบียน

ต้อง เนื่องจากชื่อบริษัทเป็นข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ บริษัทจึงต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1. (ชื่อบริษัท) ให้เป็นชื่อใหม่ และยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

โดยทั่วไปต้องตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับชื่อบริษัทใหม่ตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนดำเนินการจองชื่อ และนำชื่อดังกล่าวไปใช้ในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ทั้งนี้ ชื่อใหม่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนกำหนด

หากบริษัทจดทะเบียนตราสำคัญ (ตราประทับบริษัท) ไว้โดยระบุชื่อบริษัทไว้ในตราสำคัญบริษัท ต้องจดทะเบียนแก้ไขตราสำคัญให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ด้วย โดยให้ระบุรายการ แก้ไขเพิ่มเติมตราของบริษัท ในคำขอจดทะเบียนเดียวกับการแก้ไขชื่อบริษัท

สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทและตราสำคัญ (ตราประทับบริษัท) ในคราวเดียวกันได้

สามารถทำได้ โดยบริษัทต้องดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงตราสำคัญของบริษัท และยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนตราสำคัญ (ตราประทับบริษัท) ต่อนายทะเบียน

ควรตรวจสอบและแจ้งหน่วยงาน คู่ค้า ลูกค้า และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลชื่อบริษัทเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกัน เช่น กรมสรรพากร ธนาคาร บริษัทประกัน และหน่วยงานที่บริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

ควรดำเนินการแก้ไขข้อมูลชื่อบริษัทกับธนาคารที่บริษัทมีบัญชีอยู่ เพื่อให้ชื่อในบัญชีธนาคารและเอกสารของบริษัทสอดคล้องกับชื่อบริษัทที่จดทะเบียนใหม่ โดยธนาคารอาจกำหนดเอกสารเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขข้อมูล

การเปลี่ยนชื่อบริษัทไม่ได้หมายความว่าบริษัทเดิมสิ้นสภาพหรือเกิดเป็นนิติบุคคลใหม่ แต่บริษัทควรตรวจสอบสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่กับคู่ค้าแต่ละรายว่าต้องแจ้งหรือแก้ไขข้อมูลชื่อบริษัทหรือไม่

หากบริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตว่าต้องยื่นคำขอแก้ไขชื่อบริษัทหรือดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากหลักเกณฑ์และขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภทของใบอนุญาต

การเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นการแก้ไขข้อมูลของนิติบุคคลเดิม ไม่ใช่การจัดตั้งบริษัทใหม่ ดังนั้น โดยหลักแล้วเลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทจะยังคงเดิม