ชาวต่างชาติจะทำงานในไทยได้ต้องมี 2 ส่วนคู่กัน คือวีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมการจัดหางาน จ้างโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษทั้งนายจ้างและลูกจ้าง IGB รับทำ Work Permit และ e-Work Permit ให้ครบทั้งขอใหม่ ต่ออายุ และแจ้งเปลี่ยนแปลง พร้อมดูแลการรายงานตัว 90 วัน หน้านี้อธิบายขั้นตอนการขอและอายุของใบอนุญาต เอกสารที่ใช้ หลักเกณฑ์ การต่ออายุ และการเปลี่ยนนายจ้างหรือยกเลิก
IGB Corporation รับทำใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และ e-Work Permit ให้ชาวต่างชาติที่จะทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่การขอครั้งแรก การต่ออายุ การแจ้งเปลี่ยนนายจ้างหรือตำแหน่ง จนถึงการแจ้งยกเลิกเมื่อสิ้นสุดการจ้าง เราตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง และความครบถ้วนของเอกสารก่อนยื่นจริง เพื่อลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกปฏิเสธ พร้อมดูแลเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน ทั้งวีซ่า Non-B การรายงานตัว 90 วัน และ Re-entry Permit
ชาวต่างชาติต้องถือวีซ่าทำงาน Non-Bก่อนจึงยื่นขอใบอนุญาตทำงานได้ เราดำเนินการให้ควบคู่กัน คู่สมรสและบุตรที่ติดตามเข้ามาใช้วีซ่า Non-O ติดตามครอบครัว บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOIขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติผ่านช่องทางพิเศษได้ ส่วนสมาร์ทวีซ่า การเปลี่ยนประเภทวีซ่า และการแจ้งที่พักอาศัย ดูที่บริการรับทำวีซ่าให้ต่างชาติ
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือที่เรียกกันว่าเวิร์คเพอร์มิท คือเอกสารที่ออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่ออนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทยได้ตามกฎหมาย ในใบอนุญาตระบุตำแหน่งงาน หน้าที่งาน ลักษณะงาน และสถานที่ทำงาน ชาวต่างชาติต้องทำงานตามรายละเอียดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
วีซ่า Non-B คือสิทธิการพำนักในราชอาณาจักร ส่วนใบอนุญาตทำงานคือการอนุญาตให้ทำงาน การมีวีซ่า Non-B เพียงอย่างเดียวยังทำงานไม่ได้ ชาวต่างชาติที่จะทำงานในประเทศไทยจึงต้องมีทั้ง 2 ส่วนคู่กัน ลำดับที่ถูกต้องคือขอวีซ่าทำงาน Non-Bก่อน ซึ่งโดยทั่วไปได้ระยะเวลา 90 วัน จากนั้นยื่นขอใบอนุญาตทำงานต่อกรมการจัดหางาน แล้วจึงนำใบอนุญาตทำงานไปต่อวีซ่า Non-B เป็นระยะเวลา 1 ปี ขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะทำงานไม่ได้
ชาวต่างชาติที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000–50,000 บาท ถูกส่งกลับประเทศต้นทาง และขอใบอนุญาตทำงานใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับโทษ ซึ่งกระทบต่อการขอวีซ่าในอนาคต นายจ้างที่รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 10,000–100,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน หากกระทำผิดซ้ำ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000–200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี
หลังจากได้รับวีซ่า Non-B แล้ว ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานต่อกรมการจัดหางานก่อนเริ่มทำงาน ขั้นตอนและข้อควรรู้มีดังนี้
หลังจากได้รับวีซ่า Non-B ระยะเวลา 90 วันแล้ว ยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พร้อมเอกสารของบริษัทและของชาวต่างชาติตามรายการในหัวข้อเอกสาร เจ้าหน้าที่พิจารณาจากหลักเกณฑ์ 6 ข้อ ทั้งทุนจดทะเบียน งบการเงิน อัตราส่วนพนักงานไทย ความจำเป็นของตำแหน่ง คุณสมบัติของผู้สมัคร และเงินเดือนขั้นต่ำตามสัญชาติ เมื่อได้รับอนุมัติจึงเริ่มทำงานได้ และนำใบอนุญาตไปยื่นต่อวีซ่าเป็น 1 ปี
ใบอนุญาตทำงานมีอายุสูงสุด 2 ปี โดยทั่วไปได้รับอนุญาตครั้งละ 1 ปี และต้องต่ออายุก่อนสิ้นอายุทุกครั้ง การขอครั้งแรกแบ่งตามระยะเวลาที่ขอ คือไม่เกิน 3 เดือน เกิน 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน และเกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี
นายจ้างยื่นขอใบอนุญาตทำงานล่วงหน้าแทนชาวต่างชาติได้ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ชาวต่างชาติต้องเดินทางเข้ามารับใบอนุญาตทำงานภายใน 30 วัน
e-Work Permit คือระบบยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการจัดหางาน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานประเภทใหม่ ผู้ยื่นดำเนินการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งการขอครั้งแรกและการต่ออายุในกรณีที่ระบบรองรับ ผู้ได้รับอนุญาตยังต้องทำงานตามนายจ้าง ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตเช่นเดิม IGB ดำเนินการผ่านระบบนี้ให้ทั้งการขอใหม่และการต่ออายุ
ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่าไม่เป็นโรคต้องห้าม 6 โรค ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคติดยาเสพติด โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 พร้อมผลตรวจเลือด
เจ้าหน้าที่พิจารณาจากสถานภาพธุรกิจ มีความมั่นคงเชื่อถือได้ มีการประกอบการจริงและมีความต่อเนื่อง
อัตราส่วนระหว่างชาวต่างชาติต่อพนักงานคนไทย = 1 ต่อ 4 (ต่างชาติ 1 คน คนไทย 4 คน)
ตำแหน่งนี้ “จำเป็นต้องใช้ต่างชาติ” เพราะเหตุใดถึงไม่จ้างพนักงานบุคคลสัญชาติไทย
สัญชาติ | ค่าจ้างขั้นต่ำ |
|---|---|
1. ประเทศในทวีปยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) และออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา | 50,000 บาท/เดือน |
2. ประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง | 45,000 บาท/เดือน |
3. ประเทศในทวีปเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม) และทวีปอเมริกาใต้ ประเทศยุโรปตะวันออก ประเทศในเขตอเมริกากลาง เม็กซิโก ตุรกี รัสเซีย และประเทศแอฟริกาใต้ | 35,000 บาท/เดือน |
4. ประเทศในทวีปแอฟริกา (ยกเว้นประเทศแอฟริกาใต้) กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม | 25,000 บาท/เดือน |
ใบอนุญาตทำงานต้องต่ออายุก่อนสิ้นอายุทุกครั้ง และต่อวีซ่า Non-B ให้สอดคล้องกัน
ควรยื่นคำขอต่ออายุล่วงหน้า 30 วันทำการก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ เพื่อให้การอนุญาตทำงานต่อเนื่องและไม่เกิดช่วงที่ใบอนุญาตขาดอายุ ระยะเวลาการยื่นและเอกสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทของคนต่างด้าวและฐานการอนุญาตทำงานแต่ละกรณี ปัจจุบันต่ออายุผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานได้ในกรณีที่ระบบรองรับ
วีซ่าที่ได้รับหลังมีใบอนุญาตทำงานมีอายุคราวละ 1 ปี ทุกรอบที่ต่ออายุใบอนุญาตทำงานจึงต้องต่อวีซ่าทำงาน Non-Bให้มีอายุสอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งขาดอายุระหว่างทำงาน
ใบอนุญาตทำงานผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และเงื่อนไขการทำงานที่ได้รับอนุญาต หากต้องการเปลี่ยนนายจ้าง นำใบอนุญาตเดิมไปทำงานกับบริษัทใหม่ทันทีไม่ได้ ต้องแจ้งออกจากนายจ้างเดิม แล้วยื่นขอเปลี่ยนนายจ้างหรือขอใบอนุญาตใหม่ตามหลักเกณฑ์ รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขวีซ่าและการพำนักให้สอดคล้องกับนายจ้างรายใหม่ก่อนเริ่มงาน เงื่อนไขและระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างแตกต่างกันตามประเภทของการอนุญาตทำงานและฐานการพำนักของคนต่างด้าว
ใบอนุญาตทำงานกำหนดขอบเขตงานไว้ชัดเจน การเปลี่ยนตำแหน่ง เพิ่มลักษณะงาน หรือย้ายท้องที่หรือสถานที่ทำงาน จึงต้องยื่นขออนุญาตเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมต่อกรมการจัดหางานก่อนเริ่มทำงานตามเงื่อนไขใหม่ มิฉะนั้นถือเป็นการทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษเช่นเดียวกับการไม่มีใบอนุญาต
เมื่อการจ้างงานสิ้นสุดลง ต้องดำเนินการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตทำงานตามกรณี ตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน การสิ้นสุดการจ้างยังส่งผลต่อสิทธิการพำนักด้วย เมื่อนายจ้างแจ้งการลาออกหรือเลิกจ้าง เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะกำหนดว่าอยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันใด ผู้ที่จะไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ให้ดำเนินการตามหัวข้อเปลี่ยนนายจ้างก่อนเริ่มงาน
บัตรสีชมพู เป็นบัตรประจำตัวสำหรับคนต่างด้าวบางกลุ่มเพื่อแสดงและยืนยันตัวตนและสถานะตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เป็นเอกสารที่แสดงว่าคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย โดยกำหนดนายจ้าง สถานที่ และประเภทงานตามเงื่อนไขของการอนุญาต ดังนั้น บัตรสีชมพูไม่ใช่ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยอัตโนมัติ แม้ในแรงงานต่างด้าวบางกลุ่มอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานปรากฏอยู่บนบัตรหรือใช้ประกอบกระบวนการขออนุญาตทำงานก็ตาม
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยทั่วไปผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และเงื่อนไขการทำงานที่ได้รับอนุญาต หากต้องการเปลี่ยนนายจ้าง ไม่สามารถนำใบอนุญาตเดิมไปทำงานกับบริษัทใหม่ได้ทันที แต่ต้องดำเนินการแจ้งออกและยื่นขอเปลี่ยนนายจ้างหรือขอใบอนุญาตใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขวีซ่าและการพำนักให้สอดคล้องกับนายจ้างรายใหม่ก่อนเริ่มงาน
โดยทั่วไป ฟรีแลนซ์ต่างชาติที่ไม่มีนายจ้างในประเทศไทยไม่สามารถขอ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ในฐานะการทำงานทั่วไปได้โดยลำพัง เนื่องจากการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยทั่วไปต้องมีนายจ้างและเอกสารการจ้างงานประกอบการพิจารณา
e-Work Permit คือระบบการยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการจัดหางาน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานประเภทใหม่ โดยผู้ยื่นสามารถดำเนินการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งนี้ ผู้ได้รับอนุญาตยังต้องปฏิบัติตามนายจ้าง ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตเช่นเดิม
การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือ ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการทำงานโดยฝ่าฝืนกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000–50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ใหม่ได้เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ สำหรับ นายจ้าง ที่รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เข้าทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 10,000–100,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน หากกระทำผิดซ้ำ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000–200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี
ต้องรายงานตัว 90 วัน หากคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวและพำนักต่อเนื่องเกิน 90 วัน เนื่องจาก ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการรายงานตัว 90 วันเป็นหน้าที่คนละส่วนกัน โดย ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ทำงาน ส่วนการรายงานตัว 90 วันเป็นการแจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เมื่อการจ้างงานสิ้นสุดลง ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จะต้องดำเนินการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงตามกรณี และคนต่างด้าวไม่สามารถนำใบอนุญาตเดิมไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ได้โดยอัตโนมัติ โดยกรมการจัดหางานมีขั้นตอนสำหรับการยกเลิกใบอนุญาตทำงานเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน ส่วน สิทธิการพำนัก (วีซ่า/การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร) การสิ้นสุดการจ้างงานจะส่งผลต่อสิทธิการพำนัก โดยเจ้าหน้าที่ ตม. จะกำหนดให้ว่าจะอยู่ได้ถึงภายในวันที่เท่าไร เมื่อได้รับแจ้งถึงการลาออกหรือเลิกจ้างจากทางนายจ้าง หากต้องการทำงานกับนายจ้างใหม่ ต้องดำเนินการขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ก่อนเริ่มงานใหม่ ทั้งนี้ เงื่อนไขและระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างแตกต่างกันตามประเภทของการอนุญาตทำงานและฐานการพำนักของคนต่างด้าว
โดยหลัก การเป็นกรรมการบริษัทชาวต่างชาติไม่ได้ทำให้ต้องมี Work Permit โดยอัตโนมัติ แต่หากกรรมการเข้ามา ปฏิบัติหน้าที่หรือทำงานในประเทศไทย จะต้องพิจารณาว่ากิจกรรมดังกล่าวเข้าข่าย “การทำงาน” ตามกฎหมายหรือไม่ แม้จะ ไม่ได้รับเงินเดือนในประเทศไทย ก็ตาม เพราะการมีหรือไม่มีค่าตอบแทนไม่ใช่เกณฑ์เดียวในการพิจารณาเรื่องใบอนุญาตทำงาน ดังนั้น หากกรรมการต่างชาติ เพียงมีชื่อเป็นกรรมการและไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงานในไทย โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมี Work Permit เพียงเพราะสถานะกรรมการ แต่หากเข้ามาบริหารงาน ลงนาม หรือปฏิบัติหน้าที่ในไทย ควรตรวจสอบเป็นรายกรณีว่ากิจกรรมนั้นต้องได้รับอนุญาตทำงานหรือไม่
โดยทั่วไป ควรยื่นคำขอต่ออายุ Work Permit ล่วงหน้า 30 วันทำการ ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ เพื่อให้การอนุญาตทำงานต่อเนื่องและไม่เกิดช่วงที่ใบอนุญาตขาดอายุ ทั้งนี้ ระยะเวลาการยื่นและเอกสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทของคนต่างด้าวและฐานการอนุญาตทำงานแต่ละกรณี ปัจจุบันสามารถดำเนินการผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานได้ในกรณีที่ระบบรองรับ
บริษัทขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนหรือพนักงานไทยไม่ถึงเกณฑ์ทั่วไป ยังอาจมีช่องทางในการจ้างคนต่างชาติได้ แต่ต้องพิจารณาว่าธุรกิจเข้าข่าย BOI หรือมีสิทธิหรือข้อยกเว้นตามกฎหมายอื่นหรือไม่ หากไม่มีสิทธิพิเศษ บริษัททั่วไปจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตทำงานที่เกี่ยวข้อง กรณีชาวต่างชาติมีคู่สมรสเป็นบุคคลสัญชาติไทย และได้จดทะเบียนสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมาย อัตราทุนจดทะเบียนที่ใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการขอใบอนุญาตทำงานอาจลดลงจาก 2 ล้านบาท เหลือ 1 ล้านบาทต่อชาวต่างชาติ 1 คน อัตราส่วนการจ้างงาน เป็น พนักงานชาวต่างชาติ 1 คน ต่อพนักงานสัญชาติไทย 2 คน โดยกรรมการบริษัทต้องเป็นคนไทย
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ
การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้
จัดการการตั้งค่าคุกกี้ของคุณด้านล่างนี้:
คุกกี้ที่จำเป็นช่วยให้เว็บไซต์ทำงานพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง และจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์
Google Tag Manager ช่วยให้จัดการแท็กการตลาดบนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
ลิงก์ผู้ให้บริการ: policies.google.com (opens in a new window)
คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์นี้
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว